ไลฟ์สไตล์

เกะกะใน'สตุตการ์ท'

เกะกะใน'สตุตการ์ท'

02 มิ.ย. 2556

เกะกะใน'สตุตการ์ท' : คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง

                 ต้นทางอยู่ที่แฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt  ปลายทางอยู่ที่ สตุตการ์ท (Stuttgart) ระหว่างทางคือวิวทิวทัศน์ที่เห็นแบบโคลงเคลงเบาๆ  เพราะให้รถไฟเยอรมันนำส่งถึงปลายทาง

                หลังจากสายการบินไชน่า แอร์ไลน์ส (0-22509880) พาไปส่งถึงแฟรงก์เฟิร์ต ฉันก็ป้วนเปี้ยนอยู่ที่นั่นพักใหญ่ ก่อนจะนั่งรถไฟต่อไปหาสตุตการ์ท พูดถึงไชน่า แอร์ไลน์ส นอกจากมีเที่ยวบินบินตรงไปอัมสเตอร์ดัมทุกวันแล้ว ยังมีเที่ยวบินไปแฟรงก์เฟิร์ตสัปดาห์ละ 3 วันอีกด้วย แต่ต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่ไทเป

                และใครที่ใช้แฟรงก์เฟิร์ตเป็นต้นทาง ซอกแซกไปหามุมต่างๆ ของเยอรมันด้วยรถไฟ (www.raileurope.co.th) ถือว่าสะดวกสบายอย่างยิ่ง เพราะทั้งรวดเร็ว ตรงเวลา และรถไฟเยอรมันก็ค่อนข้างสภาพเนี้ยบ
 จะว่าไป ต้องถือว่าสตุตการ์ทเป็นเมืองเที่ยวง่าย แค่ออกจากสถานีรถไฟก็เดินตัดตรงเข้าหาย่านใจกลางเมืองได้อย่างไม่ต้องกลัวหลง 

                ฉันแหงนหาป้ายถนน Hospital ย่านที่จับจองเรือนพักเอาไว้จากเว็บไซต์อโกดา (www.agoda.com) ความจริงก็หาไม่ยาก เพราะอโกดามีแผนที่บอกพิกัดที่ตั้งไว้อย่างละเอียด ปกติจะเลือกที่พักใกล้สถานีรถไฟเป็นหลัก แต่เมืองนี้ขอเลือกย่านไข่แดงของเมือง ที่แวดล้อมไว้ด้วยสถานที่สำคัญและถนนสายช็อปปิ้ง

                สตุตการ์ทเป็นเมืองใหญ่ที่อยู่ในดงป่าดำ (Black Forest) นั่นเป็นข้อมูลทางภูมิศาสตร์ที่สตุตการ์ทแจ้งไว้กับทางการ แต่ภาพของสตุตการ์ทที่ปรากฏตรงหน้าฉันเวลานี้ น่าจะเป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ เพราะแวดล้อมไปด้วยตึกสูงและอาคารทันสมัย สภาพหน้าตาจึงส่อไปทางเมืองอุตสาหกรรมอะไรเทือกนั้นมากกว่า 

                ความจริงฉันเห็นป้ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ ตั้งแต่อยู่หน้าสถานีรถไฟแล้ว เพราะที่นี่เป็นบ้านเกิดของรถเมอร์เซเดส-เบนซ์, พอร์ช และโฟล์คสวาเกน สตุตการ์ทจึงเป็นเมืองที่ทำให้เชื่อว่า เยอรมันไม่ได้มีดีแค่เรื่องเบียร์และไส้กรอก แต่ยังมีชื่อชั้นเรื่องอุตสาหกรรมรถยนต์ด้วย

                แต่กว่าจะมาเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของเยอรมันแบบนี้ เมื่อ 200 กว่าปีที่ผ่านมา สตุตการ์ทเป็นแค่เมืองเล็กๆ ที่มีผู้คนอาศัยอยู่แค่หลักหมื่น แต่ต่อมาถึงได้ขยับขยายก่อร่างสร้างเมืองให้โดดเด่นทั้งเรื่องเศรษฐกิจและวัฒนธรรม
 
 ถึงจะฉายความเป็นเมืองเศรษฐกิจแค่ไหน ฉันก็ยังเชื่อว่า สตุตการ์ทต้องมีมุมเก่าๆ เก๋ๆ และเชื่อว่ามุมเดียวที่จะช่วยพิสูจน์ว่าสมมุติฐานนี้เป็นจริง คงต้องเดินเท้าไปหา ชลอสส์พลาทซ์ (Schlossplatz) จัตุรัสใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสตุตการ์ท

                ที่นี่เป็นเหมือนห้องนั่งเล่นของชาวเมือง มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 แล้ว เมื่อมายืนตรงจุดนี้ก็จะเห็นว่าเป็นพื้นที่ที่แวดล้อมไว้ด้วยอาคารสำคัญของเมือง ไม่ว่าจะเป็น พระราชวังใหม่ (New Castle Palace) พิพิธภัณฑ์ศิลปะ และมีลานน้ำพุอันรื่นรมย์

                หนุ่มสาวมักจะใช้ที่นี่เป็นจุดนัดพบ พวกนักศึกษาก็มานั่งล้อมวงติวหนังสือ และเฮฮาสังสรรค์กันอย่างครึกครื้น และหากวันไหนดินฟ้าอากาศเป็นใจก็จะเห็นผู้คนออกมานอนผึ่งแดดกันกลางสนามหญ้า หรือไม่ก็ตามเก้าอี้ริมทาง

                ฉันหย่อนตัวลงบนเก้าอี้ข้างลานน้ำพุ กวาดสายตาสำรวจไปรอบด้าน จึงเห็นว่าไม่มีอะไรโดดเด่นเท่าพระราชวังใหม่อีกแล้ว ที่นี่เคยเป็นวังของกษัตริย์เฟเดอริก ที่ได้ศิลปินชื่อดังของสตุตการ์ทลงมือเนรมิตขึ้น อาจจะใหม่จนมองไม่ออกว่าอายุกว่า 200 ปีแล้ว ทุกวันนี้ถูกใช้เป็นศูนย์ราชการ เป็นทั้งที่ตั้งของกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการคลัง

                ฝั่งตรงข้าม เป็นถนนสายช็อปปิ้งชื่อ ถนนโคนิก ที่มีช็อปปิ้งมอลล์ และร้านรวงตั้งเต็มพรืดไปหมด ไม่ว่าจะแบรนด์เนมหรือโนเนม ก็มีแต่ผู้คนเดินบนถนนสายช็อปปิ้งกันปลิวว่อนไปหมด 

                หลังจากเดินเกะกะไปทั่วสตุตการ์ท เห็นเมืองอันเบิกบานยามนี้  ได้แต่พานสงสัย ไหนใครว่าเป็นเมืองเศรษฐกิจและศูนย์กลางอุตสาหกรรมไง ทำไมสตุตการ์ทช่างรื่นรมย์เยี่ยงนี้กันเล่า 

 

........................................

(เกะกะใน'สตุตการ์ท' : คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า  : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง)