ไลฟ์สไตล์

อนาจาร-อโคจร

อนาจาร-อโคจร

08 มิ.ย. 2552

“ฉาว ! พระเที่ยวทะเล จ.ตราด เหมารีสอร์ทเกาะหวาย นอนอาบแดด ริมหาดทราย พายเรือคยัค” (ข้อความเอสเอ็มเอสจากอิสระโพสต์)

พลันหวนคำนึงไปถึงคำตรัสของพระพุทธเจ้า ที่สอนให้ภิกษุพึงพิจารณาเนืองๆ ถึง ๑๐ ประการ คือ อภิณหปัจจเวกขณ์ ๑๐ ข้อแรกสุด ก็คือ ภิกษุพึงพิจารณาเนืองๆ ว่า บัดนี้เรามีเพศต่างจากคฤหัสถ์แล้ว อาการกิริยาทางกาย วาจาใดของสมณะ พึงแสดงอาการกิริยาทางกาย ทางวาจา เช่นนั้น

 ข้อความข่าวสั้นทางโทรศัพท์มือถือ ดังที่นำเสนอมานั้น แม้จะเป็นรายงานข่าว แต่ก็เป็นการเสนออารมณ์ของข่าวอย่างชัดเจนไปด้วย ในลักษณะที่ว่าผู้เสนอข่าวไม่เห็นดีเห็นด้วยกับการที่พระไปแสวงหาความสุขจากการท่องเที่ยว แบบเดียวกับคฤหัสถ์ หรือชาวบ้านทั่วไป เป็นการบำเรอกิเลสโดยใช่เหตุแห่งความเป็นสมณะ เป็นการแสวงหาความสุขมาเสพด้วยการใช้เงินซื้อ

 และไปในที่ อโคจร คือเป็นที่ไม่ควรไปสำหรับนักบวช ผู้ควรห่างไกลจากการบริโภคกาม ซึ่งมิใช่หมายเพียงแค่เรื่องทางเพศเท่านั้น ยังหมายถึงเสพสมอย่างอื่นด้วย

 มีผู้กล่าวว่า พระที่ดีนั้น มีรูปแบบการครองชีวิตแตกต่างจากคฤหัสถ์ หรือผู้ครองเรือน

 สมณะ แปลว่า ผู้ไกลจากกิเลส น่าจะหมายถึงมีความแตกต่างห่างไกลจากวิถีชีวิตแบบเดียวกับคนที่ยังหนาอยู่ด้วยกิเลส (ปุถุชน) เขามีกัน

 นอกจากการไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศสัมพันธ์โดยสิ้นเชิงแล้ว สมณะก็ควรห่างไกลจากวิถีทางของคนที่ยังมีเพศสัมพันธ์ดำเนินไปถึง อาทิ ที่พักอาศัย และอาหารการกิน ควรให้มีความแตกต่างกันด้วย

 กรณีการเหมารีสอร์ท หรือเช่าโรงแรมพักค้าง เป็นเรื่องไม่สมควร ไม่ต้องเอ่ยถึงการนอนอาบแดดริมหาดทราย และการพายเรือคยัค นั่นถือว่าเป็นการ “ประพฤติอนาจาร” เลยทีเดียว

 เป็น โลกวัชชะ คือ เป็นที่น่าติเตียนของชาวโลกโดยทั่วไป มิต้องกล่าวถึงผู้ที่ใช้ชีวิตแวดวงวัด เมื่อมองเห็นภาพแบบนั้น ก็ย่อมจะเบือนหน้าหนีอย่างแน่นอน

 สมควรแล้วที่สื่อสารมวลชนทุกแขนงจะต้องร่วมด้วยช่วยกันรักษาสถาบันศาสนา ซึ่งเป็นหนึ่ง ๑ใน ๓ สถาบันหลักของชาติ ด้วยการสร้างกระแสสังคมต่อต้านการประพฤติอนาจารของพระสงฆ์ เพื่อมิให้เกิดเป็นเรื่องปกติธรรมดาในสิ่งไม่ดี ประชาชนไม่ควรเย็นชาวางเฉย ไม่รู้ไม่ชี้

 แบบชั่วช่างชีดีช่างสงฆ์ ตามที่ทรงจำกันมาแบบผิดๆ

ท่านจันทร์  www.prajan.com