
'ผู้ต้องหา'ทุจริตสอบครูปฏิเสธทุกข้อหา
ผู้ต้องหาทุจริตสอบครูเข้ามอบตัวก่อนปฏิเสธทุกข้อหา ดีเอสไอยันหลักฐานมัดเป็นติวเตอร์อบรมวิธีโกงสอบ เรียกรับเงิน 4-6 แสนบาท คาดสะพัดไม่ต่ำ 100 ล.
29 พ.ค. 56 นายประจักษ์ คงแหลม หัวหน้าส่วนโยธา องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในคดีทุจริตสอบครูผู้ช่วยของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยมีนายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนเป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำผู้ต้องหาร่วมกับพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ
นายธานินทร์ กล่าวว่า การแจ้งข้อกล่าวหาคดีนี้ สืบเนื่องจากที่มีการนำหมายเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายประจักษ์ที่จ.ชัยภูมิ ซึ่งพบหลักฐานสำคัญที่เชื่อมโยงกับการทุจริตสอบจำนวนมาก โดยเฉพาะเครื่องชาร์ตโทรศัพท์มือถือรุ่นเดียวกับของกลางที่ดีเอสไอเคยตรวจพบของผู้เข้าสอบ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 เกี่ยวกับการเรียกรับเงินเพื่อจูงใจพนักงานราชการให้ช่วยเหลือในการสอบครูผู้ช่วย ซึ่งนายประจักษ์ให้การปฏิเสธขอไปให้การใช้ศาล แต่พนักงานสอบสวนยืนยันว่ามีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่านายประจักษ์มีพฤติกรรมเป็นคนกลางในการติดต่อผู้สมัครสอบและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการทำข้อสอบ โดยจะนำเฉลยข้อสอบมาให้กับผู้สมัครและเรียกรับเงิน
นายธานินทร์ กล่าวอีกว่า ดีเอสไอมีพยานที่เป็นผู้เข้าสอบยืนยันว่านายประจักษ์คือผู้ที่ฝึกอบรมใช้เครื่องโทรศัพท์ในการส่งสัญญาณ ซึ่งจากการสืบสวนพบว่าช่วงก่อนถึงวันสอบในคืนวันที่ 12 ม.ค. 2555 นายประจักษ์ได้ส่งตัวอย่างข้อสอบให้กับผู้สมัครสอบเพื่อให้ทราบแนวข้อสอบแต่ละชุด และในวันสอบคือวันที่ 13 ม.ค.ยังได้ส่งเฉลยข้อสอบให้ล่วงหน้าด้วย สำหรับการตรวจสอบบัญชีเงินฝากไม่พบมีเงินหมุนเวียนผิดสังเกต เนื่องจากนายประจักษ์ให้จ่ายค่าตอบแทนเป็นเงินสด จึงไม่พบหลักฐานการโอนเงิน โดยพยานยืนยันว่า ผู้ที่เข้าอบรมการใช้โทรศัพท์กับนายประจักษ์ที่ชุดารีสอร์ท แอนด์ โฮเทล จ.ขอนแก่น มีประมาณ 200 คน โดยมีการเรียกรับเงินรายละ 400,000-600,000 บาท หากคำนวณแล้วจะพบว่ามีเงินรายได้จากการโกงสอบกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งในวันเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่รีสอร์ทยืนยันว่าผู้ที่เข้ามาขอใช้สถานที่คือมีนายประจักษ์รวมอยู่ด้วย อย่างไรก็ตาม นายประจักษ์ปฏิเสธไม่รู้จักกับนายอำพร ทวรรณกุล ผอ.โรงเรียนเสมาอุปถัมภ์ จ.นครราชสีมา ซึ่งดีเอสไอได้แจ้งข้อกล่าวหาในฐานะเป็นผู้ต้องหาที่เป็นผู้นำข้อสอบออกมาเฉลยให้กับผู้สมัครสอบด้วย
“ดีเอสไอมีพยานยืนยันว่าพบเห็นนายประจักษ์ นายอำพรและคนอีกจำนวนหนึ่งเข้าไปใช้สถานที่ชุดารีสอร์ทฯเป็นที่ฝึกอบรมเฉลยข้อสอบ โดยในสัปดาห์หน้าจะออกหมายเรียกผู้ที่สอบได้คะแนนอันดับ 1 ในเขตพื้นที่การศึกษาต่างๆ ใน จ.นครราชสีมา เข้าสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งได้ประสานขอใช้สถานที่ของเทศบาล เป็นสถานที่สอบปากคำทั้ง 48 คน โดยในจำนวนนี้มีลูกสาวนายอำพรรวมอยู่ด้วย เนื่องจากตรวจสอบพบว่าสอบได้คะแนนอันดับ 1 ของเขตพื้นที่การศึกษาด้วย ในส่วนของลูกสาวนายอำพรจำเป็นต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติการสอบว่าครบถ้วนหรือไม่ เพราะมีข้อสังเกตว่าลูกสาวของนายอำพรยังเป็นพนักงานราชการไม่ถึง 3 ปี ตามหลักเกณฑ์จึงคาดว่าจะมีคุณสมบัติไม่ครบ อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามไปยังโรงเรียนที่ลูกสาวของนายอำพรทำงานอยู่ ผอ.โรงเรียนทำหนังสือยืนว่าลูกสาวนายอำพรมีอายุงานครบ3 ปี แต่ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการคลาดเคลื่อนของตัวเลข ทำให้อายุไม่ครบขาดไป 2 เดือน ซึ่งกรณีดังกล่าวดีเอสไอจะตรวจสอบย้อนหลังไปที่บัญชีเงินเดือนและเอกสารประกอบอื่นว่ามีการนำงบประมาณจากส่วนใดมาจ่ายเป็นเงินเดือนและเริ่มจ่ายตั้งแต่เมื่อใด”นายธานินทร์กล่าว
นายธานินทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับหลักฐานที่พบในบ้านอำพร ในส่วนที่เป็นโพยรายชื่อบุคคลกลุ่มหนึ่ง ซึ่งดีเอสไอได้นำมาตรวจสอบทั้งหมดพบว่าส่วนหนึ่งเป็นผู้ที่สมัครสอบครูผู้ช่วยในเดือนม.ค.ที่ผ่านมาและอีกส่วนหนึ่งเป็นบุคคลที่เคยสมัครสอบรับราชการครูก่อนหน้านั้น ซึ่งทั้งหมดจะเป็นพยานแวดล้อมเพื่อแสดงให้ศาลเห็นถึงพฤติการณ์กระทำผิดของนายอำพร รวมถึงพยานบุคคลอีกจำนวนหนึ่งที่จะเข้าชี้ตัวว่าได้เข้าไปจ่ายเงินและรับเฉลยข้อสอบที่บ้านของนายอำพรจริง คือบ้านเลขที่ 335 ม. 6 โครงการโฮมการ์เด้นท์ วิว ซอยรัตนพิธาน ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งหลังสอบปากคำและแจ้งข้อหากับผู้ที่มีคะแนนสูงทั้ง 344 คนแล้ว ดีเอสไอจะลงพื้นที่จับกุมผู้กระทำผิดอีกหลายพื้นที่ โดยกลุ่มนี้จะมีพฤติการณ์ส่งคนอื่นเข้าสอบแทน
“ดีเอสไอจำเป็นต้องเร่งดำเนินการจัดการกลุ่มคนเหล่านี้เนื่องจากขณะนี้ยังพบว่ากลุ่มดังกล่าวยังคงมีความเคลื่อนไหวในการซื้อข้อสอบเพื่อนำมาจำหน่ายให้กับผู้สมัครสอบเข้ารับราชการครูอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เกรงกลัวความผิด เพราะที่ผ่านมาผู้ที่ร่วมกันทุจริตเฉลยข้อสอบไม่ถูกดำเนินคดีอาญา มีเพียงผู้สมัครสอบที่ถูกจับว่าทุจริตได้เท่านั้นที่ถูกดำเนินการทางวินัย ห้ามสมัครสอบเข้ารับราชการครูตลอดชีวิต”นายธานินทร์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าหลักฐานที่มีสามารถโยงถึงผู้บริหารระดับสูงในสพฐ.ได้หรือไม่ นายธานินทร์ กล่าวว่า ดีเอสไอเร่งกำลังตรวจสอบเส้นทางการเงินและรอผลการตรวจพิสูจน์ตู้เซฟที่เก็บรักษาข้อสอบและคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเฉลยข้อสอบ เนื่องจากมีข้อมูลพบว่านายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นผู้ถือกุญแจ 1 ดอก นายอนันต์ ระงับทุกข์ รองเลขาธิการ กพฐ. ถือ 1 ดอก และนายไกร เกษทัน ผอ.สำนักระบบบริหารงานและบุคคลและนิติการเป็นผู้เก็บรักษารหัสเปิดเซฟ โดยการเปิดเซฟระบบกำหนดให้ทั้ง 3 คน ต้องเปิดพร้อมกัน หากผลการตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร์ถูกเปิดนอกเหนือจากเวลาที่คณะกรรมการบันทึกไว้ผู้ที่เปิดต้องรับผิดทางอาญา แต่หากไม่พบการเปิดระบบคอมพิวเตอร์จากบุคคลไม่มีหน้าที่ผู้ที่ต้องรับผิดทางอาญาคือกรรมการที่ถือกุญแจและรหัสในฐานะร่วมกันนำเฉลยข้อสอบออกจากระบบ



