
แผนพัฒนาร.ร.เล็กเสร็จ31พ.ค.
'ชินภัทร' ย้ำ แผนพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กเสร็จ 31 พ.ค.แน่นอน
28 พ.ค. 56 นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงแผนบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนนักเรียนน้อยกว่า 60 คน ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ทั้ง182 เขตพื้นที่ ได้ส่งข้อมูลมาให้ สพฐ.ครบเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ สพฐ.กำลังวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประมวลผลภาพรวม จัดทำเป็นรายงานเพื่อเตรียมเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการร่วมระหว่างภาคราชการและประชาสังคมซึ่งนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ เป็นผู้สั่งการให้แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมนี้ขึ้น และคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมชุดนี้ กำลังจะเสนอให้นายพงศ์เทพ ลงนาม
เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้มีข้อมูลเบื้องต้นที่ สพฐ.ได้รับมาจากเขตพื้นที่การศึกษานั้น มีหลายเขตพื้นที่ได้แสดงความเห็นว่า กรณีการยุบรวมหรือยุบเลิกจะต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยการรับส่งนักเรียน ดังนั้น สพฐ.จึงได้เตรียมตั้งงบประมาณสำหรับจัดซื้อรถยนต์หรือรถตู้ จำนวน 1,000 คันให้ แบ่งเป็น ปี 2557 จำนวน 150 คัน และปี 2558 จำนวน 850 คัน โดยโรงเรียนที่จะได้รับการจัดสรรนั้น จะต้องมีแผนการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กโดยใช้รถยนต์มาเป็นปัจจัยในการบริหารจัดการ ซึ่งหลักเกณฑ์ในส่วนนี้จะใช้หลักเกณฑ์ให้เขตพื้นที่เป็นผู้เลือกโรงรียนหรือกลุ่มโรงเรียนที่มีแผนบริหารจัดการชัดเจน เช่น มีโรงเรียนหลัก โรงเรียนเครือข่าย มีจำนวนตัวป้อนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น และมีการสนับสนุนจากชุมชน เป็นต้น
"หากโรงเรียนขนาดเล็กโรงเรียนแห่งใดมีแผนบริหารจัดการที่ชัดเจนจะเป็นหลักประกันได้แน่นอนว่าโรงเรียนขนาดเล็กแห่งนั้นจะไม่อยู่ในข่ายถูกยุบรวมในปี 2557 แน่นอน อย่างไรก็ตาม รายงานแผนพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กที่จะจัดทำเสร็จวันที่ 31 พ.ค. นี้ ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย สพฐ.จะนำข้อเสนอความคิดเห็นจากตัวแทนสภาการศึกษาทางเลือกมาเป็นข้อพิจารณา โดยเฉพาะประเด็นที่อยากให้มีการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม ดังนั้นอนาคตของการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กจะไม่ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์แบบราชการ แต่จะอยู่ในรูปแบบการแก้ปัญหาแบบมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อดูแลรักษาโรงเรียนให้คงอยู่ต่อไป ซึ่งรายชื่อโรงเรียนขนาดเล็ก 49 โรงที่สภาการศึกษาทางเลือกเคยเสนอมานั้นจะเป็นโรงเรียนที่ สพฐ.ให้ความสำคัญพร้อมติดตามให้งบประมาณสนับสนุน เพื่อให้โรงเรียนเหล่านี้เป็นโรงเรียนของชุมชนอย่างแท้จริงต่อไป"



