ไลฟ์สไตล์

'ครู DELIVERY'หน่วยกู้ภัยร.ร.ขนาดเล็ก

'ครู DELIVERY'หน่วยกู้ภัยร.ร.ขนาดเล็ก

28 พ.ค. 2556

'ครู DELIVERY'หน่วยกู้ภัยโรงเรียนขนาดเล็ก : คอลัมน์เยี่ยมสถานศึกษา : โดย...สุธรรม กันดำ

              "พังเภา" เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ใน อ.สทิงพระ จ.สงขลา มีครู 2 คน เด็กนักเรียน 48 คน และมีแนวโน้มจะถูกยุบ !!  กระทั่งพี่ๆ จากกลุ่ม “สังคมศึกษาพัฒนาเยาวชน” โดยนิสิตคณะศึกษาศาสตร์ วิชาเอกสังคมศึกษา มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา มีโอกาสไปทำกิจกรรมที่โรงเรียนแห่งนี้และเห็นว่า "น่าเสียดาย..หากโรงเรียนของน้องๆ จะถูกยุบ" จึงรวบรวมสมาชิกได้ 15 คน จัดทำโครงการ "ครู Delivery" และผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปสอนวิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์ ตามความต้องการของผู้อำนวยการโรงเรียนพังเภา ที่เห็นว่า น้องๆ เรียนอ่อนในวิชาเหล่านี้ ผลของการเดินทางจากมหาวิทยาลัยไปสอนน้องๆ ที่โรงเรียนทุกๆ วันพุธช่วงบ่าย เป็นระยะเวลา 4 เดือน พบว่า น้องๆ มีผลการเรียนดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กหลายคนมีผลสอบโอเน็ตดีกว่าปีก่อนๆ และที่สำคัญ..."โรงเรียนพังเภา" ไม่ถูกยุบ

                โครงการ "ครู Delivery" เป็น 1 ใน 22 โครงการของ The young citizen หรือโครงการพลังเยาวชนพลเมืองสงขลา ที่ดำเนินงานโดยสงขลาฟอรั่ม ภายใต้การสนับสนุนจากมูลนิธิสยามกัมมาจล โครงการดังกล่าวต้องการพัฒนาเยาวชนให้มี “สำนึกพลเมือง” มีทักษะชีวิต และมีความเป็นผู้นำในการสร้างความเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกันยังเป็น “เยาวชนจิตอาสา” ในพื้นที่ จ.สงขลา...ที่จะเติบโตไปเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาจังหวัดสงขลา

                “ป้าหนู” หรือ พรรณิภา โสตถิพันธุ์ ผู้อำนวยการสงขลาฟอรั่ม บอกว่า หลายคนอาจไม่เข้าใจคำว่า “พลังพลเมือง” หรืออาจยังเข้าใจผิดๆ “คำว่าพลังพลเมืองก็คือพลเมืองที่ไม่นิ่งนอนใจต่อปัญหาทางสังคม...ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราอยู่บ้าน แล้วบ้านเราไฟดับ หรือ น้ำไม่ไหล สำนึกของเราก็คือ ต้องหาทางที่จะทำให้น้ำ และไฟกลับมาเป็นปกติ ต้องไม่เกี่ยงกันว่าจะเป็นหน้าที่ของคนนั้น คนนี้.. ซึ่งก็เช่นเดียวกัน..ถ้าออกมานอกบ้าน แล้วบ้านเมืองมีปัญหา คนที่มีสำนึกพลเมืองต้องไม่นิ่งนอนใจกับปัญหาที่อยู่ตรงหน้า...ต้องกระโดดลงไปช่วย ถึงจะช่วยไม่ได้ด้วยตัวเอง อย่างน้อยก็เป็นธุระ ประสานงานผู้รับผิดชอบ เพื่อที่จะมาช่วยกันแก้ไขปัญหาต่อไป...”

                และในฐานะนักศึกษาครุศาสตร์ที่เมื่อจบการศึกษาออกไปแล้วต้องประกอบอาชีพครูนั้น “ธุระ” ของกลุ่ม “สังคมศึกษาพัฒนาเยาวชน” จากมหาวิทยาลัยทักษิณ คือการทำให้น้องๆ จากโรงเรียนพังเภาอ่านออกเขียนได้ 

                “ตอนนั้นเรามีโอกาสเข้ามาทำกิจกรรมที่โรงเรียนพังเภาแล้วก็เห็นว่า...ที่นี่มีครูน้อย เมื่อครูไม่พอ น้องๆ ก็จะเรียนจากโทรทัศน์เป็นส่วนใหญ่...และการเรียนหนังสือจากโทรทัศน์ดาวเทียมผมเห็นว่าพัฒนาการทางการเรียนรู้ของน้องๆ เป็นไปได้ช้า...จึงมาคิดร่วมกันว่า จะหาทางช่วยเหลืออย่างไรดี” ... “เอก” หรือ เอกพงษ์ สมหา นิสิตชั้นปีที่ 3 หัวหน้าโครงการครู Delivery เปิดเผยถึงเหตุผลที่ทำให้เขาและเพื่อนๆ รวมกลุ่มกัน 15 คน เดินทางจากมหาวิทยาลัยมาช่วยสอนน้องๆ ที่โรงเรียนพังเภา

                ขณะที่ “ทิพาภรณ์ เศียรอุ่น” หนึ่งในทีมครู Delivery บอกว่า ตอนเข้ามาทำกิจกรรมเตรียมความพร้อมของนักเรียนเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เห็นน้องๆ หลายคนยังอ่านหนังสือไม่ค่อยออก “พอมาเห็นน้องๆ เรารู้สึกว่าทำไมเราโชคดีจัง...โชคดีหมายถึงสมัยเรามีโรงเรียน มีครูสอน มีหนังสือให้อ่าน และมีทุกอย่างครบ..แต่มาเห็นที่นี่...น้องๆ ขาดมากเลย เด็กบางคนยังไม่รู้เลยว่าจบ ป.6 แล้วจะไปเรียนที่ไหนต่อ...เหมือนกับเด็กยังมองไม่เห็นอนาคตตัวเอง...เราก็ถามว่า จะปล่อยให้น้องๆ มีชีวิตแค่นี่เหรอ เพราะแค่ ป.6 มันน้อยมากกับการใช้ชีวิตในปัจจุบัน...แล้วไหนโรงเรียนก็จะถูกยุบอีก...พวกเราก็เลยเอาเรื่องนี้กลับไปคุยกับเพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัย หาจิตอาสา ใครอยากมาก็มา ใครยังไม่พร้อมก็ไว้โอกาสหน้า แต่ช่วงนั้นขอให้เป็นครูภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์ก่อน”
 
 หลังจากประชุมและวางบทบาทของ ครู Delivery แต่ละคนจนได้ข้อสรุป “เอก” ในฐานะแกนนำเดินทางมาพบผู้อำนวยการโรงเรียน และร่วมประชุมกับผู้ปกครอง อธิบายวัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อให้ผู้ปกครองมั่นใจว่านิสิตจะทำให้ลูกหลานของเขาอ่านออกเขียนได้... “จำได้ว่าวันที่เรามาประชุมผู้ปกครอง..มีผู้ปกครองท่านหนึ่งจูงลูกมาบอกว่าจะย้ายลูกไปเรียนที่อื่น...ผอ.ก็บอกว่าให้ลองฟังน้องๆ นำเสนอก่อน...สุดท้ายก็เห็นว่ากิจกรรมเราเป็นกิจกรรมที่ดี...ก็ยังไม่ให้ลูกไปเรียนที่อื่น” แต่คำถามของกลุ่มผู้ปกครองคือ...หากนักศึกษาเรียนจบและออกไปทำงาน...ใครจะมารับช่วงสอนหนังสือน้องๆ

                “ก็หารือกับคนในชุมชน ประสานงานกับทางคณะ และกลับมายืนยันกับทางโรงเรียนว่า...ถ้าหากพวกเราจบออกไป...และโรงเรียนยังไม่ถูกยุบก็จะมีน้องๆ รุ่นถัดมาอาสาเข้ามาช่วยสอนหนังสือน้องๆ และทางมหาวิทยาลัยก็เปิดโอกาสเต็มที่กับกิจกรรมดีๆ แบบนี้”

                อย่างไรก็ตาม...ในระหว่าง 4 เดือนของกิจกรรมการเรียนสอน “ครู Delivery" จะประชุมเตรียมการสอนก่อนออกมาจากมหาวิทยาลัย จากนั้นมากระจายกำลังกันออกไปสอนน้องๆ ตามห้อง โดยแบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ เด็กเล็ก และเด็กโต
 
 "สอนทุกวันพุธ ตั้งแต่บ่ายโมงถึง 4 โมงเย็น โดยสอน 3 วิชาหลัก คือ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ วิธีการคือให้ครู 15 คนเวียนกันสอนจนครบทุกชั้น หลังสอนเสร็จก็จะมีการประชุมเพื่อประเมินหรือสรุปบทเรียนในแต่ละวันว่าแต่ละคนสอนเป็นอย่างไร มีจุดติดขัด หรือปัญหาอุปสรรคในด้านใดบ้าง” 

                และจากการประเมินผลร่วมกันของครู Delivery และผู้อำนวยการโรงเรียน พบว่า เด็กๆ มีการเรียนดีขึ้น และเมื่อไปดูผลการสอบโอเน็ตก็พบว่า คะแนนออกมาดีกว่าปีที่แล้ว เด็กๆ ส่วนใหญ่อ่านออกเขียนได้ และคิดเลขเป็น และสำคัญกว่านั้นคือ...”โรงเรียนพังเภา” ยังไม่ถูกยุบ

                ถึงวันนี้นิสิตทั้ง 15 คนทำหน้าที่ “ครู” อย่างสมบูรณ์ พวกเขาบอกว่า...การทำงานยังไม่ได้หยุดแค่นั้น...เพราะจะยังมี ครู Delivery รุ่นต่อๆ ไปมาช่วยสอนหนังสือน้องๆ ในโรงเรียนพังเภาให้มีการศึกษาดีขึ้น..แม้รัฐบาลจะมีนโยบาย “ยุบโรงเรียนขนาดเล็ก” ก็ตาม

 

...............................................................

('ครู DELIVERY'หน่วยกู้ภัยโรงเรียนขนาดเล็ก : คอลัมน์เยี่ยมสถานศึกษา : โดย...สุธรรม  กันดำ)