
'แรงงานไทย'เนื้อหอม!เล็งส่งออกอื้อ
'ลิเบีย'สร้างชาติใหม่หลังโค่นกัดดาฟี 'แรงงานไทย'เนื้อหอมเล็งส่งออกอื้อ : สำราญ สมพงษ์รายงาน
ประเทศลิเบียหลังจากโค่นล้มพันเอกมูอัมมาร์ กัดดาฟีที่ปกครองประเทศนี้มาเป็นเวลานานได้แล้ว ขณะนี้ตกอยู่ในสภาพเหมือนคนเป็นไข้เข้าห้องไอซียูต้องอาศัยหมอชั้นเยี่ยมเข้าไปรักษาถึงจะกลับพื้นเป็นปกติได้ หรือเรียกได้ว่าตกอยู่ในสภาพที่ต้องสร้างชาติกันใหม่เลยทีเดียว
โอกาสที่คณะผู้แทนการค้าจากประเทศลิเบียเดินทางมาประเทศไทยเพื่อสำรวจและหาช่องทางการทำธุรกิจกับไทย โดยเฉพาะการหาความร่วมมือและหาบริษัทคู่ค้า ตามคำเชิญของสถานทูตไทยประจำประเทศลิเบียและบริษัทเงินและทองการจัดการจำกัด ระหว่างวันที่ 21-26 พ.ค. 2556
พร้อมกันนี้ในวันอาทิตย์ที่ 26 พ.ค. คณะผู้แทนการค้าจากประเทศลิเบียได้เดินทางไปที่บริษัทเงินและทองการจัดการ จำกัด เพื่อร่วมหารือกัน หลังจากนั้นนายจักรกฤษณ์ สุวรรณสาร ประธานบริษัทจัดหางานเงินและทองพัฒนา จำกัด และประธานบริษัทในเครือซิลเวอร์แอนด์โกลด์ กรุ๊ป เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การเมืองของลิเบียที่เริ่มสงบนิ่ง และรัฐบาลต้องเร่งก่อสร้างและชดเชยในสิ่งที่ประเทศเสียไปในช่วงส่งครามลิเบียให้กลับมาโดยเร็วทัดเทียมกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง
บริษัทจัดหางานเงินและทองฯจะเริ่มทยอยส่งคนงานกลับไปทำงานในลิเบียหลังจากส่งไปบ้างแล้วก่อนหน้านี้ โดยก่อนวันที่ 15 มิถุนายนนี้ คนงานจะต้องเดินทางกลับไปอีก 200 คน แล้วส่งต่อไปอีกเรื่อยๆไม่ต่ำกว่าเดือนละ 200 คน จนครบ 6,400 คน ตามจำนวนเดิมก่อนที่จะขนแรงงานหนีภัยสงครามกลับประเทศมา โดยบริษัทฯจะต้องส่งแรงงานกลับไปในระยะเวลา 1 ปี เพื่อไปสานต่อโครงการเก่า ส่วนโครงการใหม่ๆหรือที่จะต้องมีการบูรณะขึ้นมาใหม่ก็คงจะตามมาในเร็ววันเช่นกัน
นายจักรกฤษณ์ กล่าวอีกว่า ลิเบียไม่ได้มีปัญหาเรื่องงบประมาณในการฟื้นฟูประเทศ เพราะฉะนั้นการเร่งส่งแรงงานกลับไปจึงทำได้เลย และแรงงานที่จะทยอยส่งกลับไปให้เร็วที่สุดเท่าจะทำได้คือ แรงงานรายเดิมที่ต้องเดินทางกลับประเทศเพราะภัยสงครามลิเบีย
“ฝากข่าวถึงแรงงานที่เคยเดินทางไปทำงานกับบริษัทจัดหางานเงินและทองฯ หากท่านใดที่มีความประสงค์จะเดินทางกลับไปทำงานต่อ ให้มารายงานตัวกับบริษัทด่วน โดยเงินและทองฯพร้อมจะดำเนินการจัดส่งแรงงานได้เลยไม่ต้องรอเวลา ซึ่งบริษัทจะจัดส่งแรงงานกลุ่มนี้ไปก่อนเพื่อให้โอกาสคนที่เสียโอกาสเพราะภัยสงคราม ขณะเดียวกันการจัดส่งแรงงานเก่ากลับไปทำงานอีกครั้ง สามารถทำได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาในฝึกฝนแรงงาน” นายจักรกฤษณ์ กล่าวและว่า
จะส่งแรงงานไปลิเบียทั้งหมดประมาณ 20,000 คน ภายใน 3 ปี โดยปัจจุบันมีแรงงานไทยอยู่ในลิเบียไม่ถึง 500 คน โดยจ้างขั้นต่ำของแรงงานที่ผ่านการจัดหางานเงินและทองฯ คือ 550 เหรียญสหรัฐฯต่อเดือน ไม่รวมโอทีและสวัสดิ์การณ์ต่างๆ ซึ่งสูงกว่าอัตราของกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน
ประธานบริษัทจัดหางานเงินและทองฯกล่าวอีกว่า ขณะนี้บริษัทที่เป็นเจ้าของโครงการต่างๆที่หยุดไปในช่วงสงครามในลิเบีย ได้กลับมาเซ็นสัญญากับรัฐบาลแล้ว ซึ่งทุกบริษัทจะต้องเริ่มงานในเร็วๆนี้ โดยแรงงานหลักที่ส่งกลับไป เป้าหมายคือ เพื่อฟื้นฟูประเทศ ทั้งที่อยู่อาศัย และระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยรัฐบาลลิเบียกำลังเร่งสร้างที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยสงครามให้แล้วเสร็จ และล่าสุดรัฐบาลลิเบียได้เซ็นสัญญากับบริษัทรับเหมาที่ใหญ่ที่สุดของจีนเพื่อจะสร้างบ้าน 20,000 หลัง ที่เมืองเบงกาซี
ขณะที่บริษัทคู่ค้าของเงินและทองฯ ก็ได้โครงการสร้างบ้านที่เมืองทาจูรา 10,200 หลัง โดยแรงงานที่จะส่งออกไปครั้งนี้มีทุกระดับ ทั้งแรงงานก่อสร้างไปถึงธุรกิจบ่อน้ำมัน โดยแรงงานไทยเป็นที่ยอมรับของลิเบีย แม้ว่าราคาจะแพงกว่าชาติอื่น ส่วนการเปิดงานกับโครงการใหม่ๆนั้นประธานบริษัทจัดหางานเงินและทองฯกล่าวว่า เงินและทองฯ จะต้องประเมินบริษัทคู่ค้าก่อนว่ามีศักยภาพอยู่ในระดับไหน เพราะหากบริษัทจัดจ้างแรงงานมีปัญหาเรื่องเงินสะดุดก็จะส่งผลต่อทั้งแรงงานและผู้ส่งออก
ช่วงสงครามเกิดสงครามลิเบีย เงินและทองฯ ได้ส่งแรงงานไปทำงานกว่า 6,400 คน และคนงานกลับโดยการเช่าเหมาลำเครื่องบินเมื่อเกิดสงคราม โดยแรงงานที่ขนกลับปลอดภัยทั้งหมด และมีไม่น้อยที่เป็นแรงงานจากบริษัทอื่นที่เงินและทองฯช่วยขนกลับด้วยในฐานะที่เป็นคนไทยด้วยกัน
“ถ้าเงินและทองฯเป็นผู้จัดส่งให้มั่นใจว่าทุกระบบปลอดภัยแน่นอน เพราะเราได้ไปตรวจสอบสถานะความเป็นอยู่ของแรงงานในลิบียแล้วว่าเป็นอย่างไร และมีความปลอดภัยเพียงพอหรือไม่” นายจักรกฤษณ์กล่าว
พร้อมกันนี้นายจักรกฤษณ์ กล่าวด้วยว่า บริษัทกำลังแตกไลน์การทำธุรกิจกับลิเบีย โดยจะเพิ่มเรื่องการส่งออก โดยเฉพาะเรื่องวัสดุก่อสร้าง เซรามิค ตลอดจนเครื่องอุปโภคบริโภค ยางรถยนต์ อะไหล่รถยนต์ นอกเหนือจากอาหารกระป๋องฮาลานของไทย ที่บริษัทโฮลี่สปิริต จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของเงินและทองฯทำไปแล้วก่อนหน้านี้แต่ยังไม่เต็มรูปแบบนัก โดยตลาดลิเบียให้การยอมรับมากทั้งคุณภาพและราคา
“ที่ผ่านมาเรื่องเทรดดิ้ง บริษัทในเครือเงินและทองฯ อาจจะทำได้ไม่มาก แต่หลังจากได้พบเจอกับกลุ่มนักธุรกิจลิเบียครั้งนี้ เราจะทำเต็มความสามารถ” ประธานบริษัทจัดหางานเงินและทองฯ กล่าว
นายจักรกฤษณ์ กล่าวอีกว่า หากนักธุรกิจไทยต้องการไปทำธุรกิจในลิเบียช่วงนี้ถือว่า เป็นเวลาที่เหมาะสมมากแต่ต้องทำตั้งแต่เริ่มตั้งต้น ในขณะที่เขาไม่มีอะไร แล้วเข้าไปทำ ธุรกิจจะไปรอด แต่ไม่ใช่ไปวิ่งตามในสิ่งที่เขามี และหากเป็นเรื่องเทรดดิ้งอาหารฮาลาน อาหารแช่แข็ง เสื้อผ้า นักธุรกิจท่านใดมีความพร้อมทำไปได้เลย ไม่ต้องรอ แล้วเมื่อใดที่บริษัทก่อสร้างบริษัทยักษ์ใหญ่เข้าไปภาคการก่อสร้างเข้าไป วัสดุก่อสร้าง และบริการต่างๆก็จะตามมา
ประธานบริษัทจัดหางานเงินและทองฯ กล่าวอีกว่า ในภาคการส่งออกด้านวัสดุก่อสร้างและสินค้าอื่นๆนั้น เงินและทองฯ จะเริ่มแบบช้าๆ เพื่อดูว่าศักยภาพของสินค้าตลอดจนขบวนการผลิตและส่งออก เพราะการบูมแรงๆแต่กระบวนการผลิตไม่เป็นไปตามที่คาดหวังอาจจะส่งผลให้สูญเสียตลาดโดยไม่มีเหตุผล
ด้านนายจักรพันธ์ สุวรรณสาร กรรมการผู้จัดการ บริษัทซิลเวอร์แอนด์โกลด์แมนเนจเม้นต์ จำกัด กล่าวว่า อาหารฮาลานของไทยอาจจะถูกมองเป็นรองจาก อาหารฮาลานจากประเทศมุสลิมอย่างมาเลเซีย อิโดนีเซีย แต่พอคนลิเบียเขาเจอคุณภาพของอาหารฮาลานไทย ลูกค้าก็เปลี่ยนมาใช้ของไทยเยอะมาก แม้ราคาจะสูงกว่า แต่คุณภาพและราคาของอาหารฮาลานไทยอยู่ในระดับที่เขารับได้ ซึ่งราคาไม่ใช่เงื่อนไขหลักในการตัดสินใจของ คนลิเบีย
“ของที่ราคาถูกมากๆคุณภาพไม่ค่อยดี เขาก็ไม่อยากได้ครับ เขาอยากได้ของที่มีคุณภาพ เพราะฉะนั้นลิเบียจึงเป็นตลาดที่น่าสนใจมาก และคนลิเบียเป็นคนที่มีกำลังซื้อ เป็นคนที่ซื้อของที่ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลครับ แล้วถ้าเขาชอบเขาซื้อเลยนะครับคือเขามีสไตล์ ขอให้ชอบแค่นั้น”
นายจักรพันธ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาเงินและทองฯ ทำในฐานะซัพพลายเออร์ และโพรวายเดอร์ (Supplier and Provider) ที่ออกไปรับออร์เดอร์หน้างานแล้วกลับมาหาสินค้าส่งกลับไป เพราะฉะนั้น เรายินดีต้อนรับผู้ประกอบการที่สนใจจะเป็นคู่ค้าหรือพาร์ทเนอร์กับเงินและทองฯ เพื่อไปทำการค้ากับประเทศลิเบีย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอะไร ทั้งเสื้อผ้า อาหารการกิน เครื่องอุปโภคบริโภค
ประเทศลิเบียจึงเป็นอีกประเทศหนึ่งที่นักธุรกิจที่เข้าไปลงทุนและพร้อมที่จะเปิดรับแรงงานไทย



