
'โรงผลิตปุ๋ยอินทรีย์'เพิ่มค่าเศษขยะ!
ตั้งโรงผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดกทม. เพิ่มค่าเศษขยะ - ลดปัญหามลพิษ : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
การเพิ่มปริมาณของขยะในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครนับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นหากไม่มีการส่งเสริมการลดและแยกมูลฝอยที่ยังใช้ประโยชน์ได้นำกลับมาใช้ใหม่ จะเห็นว่าปัจจุบันขยะที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครเฉลี่ยอยู่ที่ 9,800 ตันต่อวัน แต่มีเพียงร้อยละ 36 เท่านั้นที่ได้รับการบริหารจัดการตามระบบ ส่วนที่เหลือถูกกำจัดทิ้งโดยการเผา กองทิ้งในบ่อดินเก่าหรือพื้นที่รกร้าง ส่งผลให้ขยะคงค้างเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นทุกๆ ปี
ด้วยเหตุนี้สำนักสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานคร มีนโยบายด้วยการนำขยะมูลฝอยอินทรีย์กลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง โดยการผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด หลังจากที่กรุงเทพมหานครโดยสำนักสิ่งแวดล้อมประสบความสำเร็จในการร่วมมือกับชุมชนในพื้นที่และโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครหลายแห่ง ทดลองผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดจากขยะมูลฝอย
"ทุกวันนี้กรุงเทพมหานครต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเก็บขนและการกำจัดมูลฝอยจำนวนมาก อีกทั้งการนำมูลฝอยอินทรีย์ไปฝังกลบก็จะก่อให้เกิดก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดภาวะโลกร้อน ดังนั้นการนำขยะไปรีไซเคิลเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่น่าจะเป็นอีกทางเลือกในการลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลงและยังช่วยลดการเกิดภาวะโลกร้อน โดยเฉพาะการนำขยะไปหมักเพื่อทำปุ๋ยอินทรีย์"
ชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการกองโรงงานกำจัดขยะมูลฝอย สำนักสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานครกล่าวถึงกระบวนการกำจัดขยะของกรุงเทพมหานคร ซึ่งทุกวันนี้ยังใช้วิธีกำจัดการขุดหลุมฝังกลบและการใช้เตาเผาขยะ แต่ขณะเดียวกันกรุงเทพมหานครก็กำลังหาวิธีการจัดการใหม่ด้วยการสร้างโรงงานพร้อมติดตั้งเครื่องจักรกำจัดมูลฝอยโดยการหมักทำปุ๋ยอินทรีย์ (Compost)
"ในงบประมาณปี 2555 กทม.ได้อนุมัติงบประมาณกว่า 800 ล้านบาทในการจัดทำโครงการก่อสร้างโรงงานพร้อมติดตั้งเครื่องจักรกำจัดมูลฝอยขนาดไม่น้อยกว่า 600 ตันต่อวัน ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ให้เป็นโรงงานกำจัดมูลฝอยโดยการหมักทำปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดต้นแบบของกรุงเทพมหานคร" ชาตรีเผย
ผอ.กองโรงงานกำจัดขยะมูลฝอยแจงรายละเอียดถึงกระบวนการผลิต โดยจะเริ่มตั้งแต่กระบวนการคัดแยกขยะด้วยมือแบบหยาบๆ ก่อน โดยการคัดเอาขยะที่ปนเปื้อนออกจากขยะปกติ เช่น กระป๋องอะลูมิเนียม หรือแบตเตอรี่ รวมทั้งขยะที่เป็นโลหะ โดยจะเหลือไว้เพียงขยะที่สามารถนำไปทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ได้
จากนั้นนำขยะไปหมักในโรงปุ๋ย ซึ่งภายหลังการหมักแล้วก็จะนำไปแยกกากปุ๋ยออกจากตัวปุ๋ยอินทรีย์ แล้วนำไปบรรจุลงถุงหรืออัดเม็ดเพื่อนำออกจำหน่าย โดยขั้นตอนและกระบวนการผลิตจะดำเนินการแบบระบบปิดที่มีการควบคุมคุณภาพตลอดการผลิต จึงไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม
"โครงการก่อสร้างโรงปุ๋ยจากขยะอินทรีย์ เป็นหนึ่งในแผนปฏิบัติการว่าด้วยการลดปัญหาภาวะโลกร้อนของกรุงเทพมหานคร ที่ได้ดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี 2550 ทั้งนี้ ได้ว่าจ้างบริษัท ยูโรเวสท์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ในการดำเนินการ เป็นระยะเวลา 820 วัน ภายใต้งบประมาณ 841,800,000 โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในเดือนพฤษภาคม 2558 หรืออีก 2 ปีข้างหน้า"
ผอ.ชาตรีย้ำด้วยว่าที่ผ่านมากรุงเทพมหานครได้นำขยะไปหมักทำปุ๋ย โดยแยกขยะอันตราย ขยะติดเชื้อออกไปกำจัดเป็นพิเศษเสียก่อน ส่วนขยะพวกสารอินทรีย์ที่ย่อยสลายได้ง่าย เมื่อปล่อยทิ้งไว้จะเกิดการเน่าเปื่อยแล้วนำไปทำเป็นปุ๋ยสำหรับใช้ประโยชน์บำรุงดินในภาคการเกษตรต่อไป ซึ่งการกำจัดขยะโดยวิธีนี้นิยมใช้กันทั่วไปในยุโรปและเอเชีย
"ส่วนประเทศไทยโดยกรุงเทพมหานครที่ผ่านมาก็ใช้วิธีนี้เช่นกันหลังนำขยะไปรวมกันไว้ในแหล่งรวมขยะ เช่นที่รามอินทรา แขวงท่าแร้ง หนองแขม และซอยอ่อนนุชแล้วจะแยกขยะประเภทอินทรีย์วัตถุไปผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์เพียงแต่ไม่มีการอัดเม็ดเท่านั้น" ผอ.ชาตรีกล่าวทิ้งท้าย
นับเป็นอีกก้าวของกรุงเทพมหานครกับมาตรการกำจัดขยะย่อยสลายด้วยการนำมาผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด นอกจากจะช่วยลดมลพิษด้านสิ่งแวดล้อมแล้วยังเป็นการเพิ่มมูลค่าขยะในการนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่อีกครั้ง
---------------------
(ตั้งโรงผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดกทม. เพิ่มค่าเศษขยะ - ลดปัญหามลพิษ : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



