
คนไทยแห่ชมสุริยุปราคาคึกคักไม่แพ้เทศกาลตรุษจีน
บรรยากาศคึกคักไม่แพ้เทศกาลตรุษจีนที่เยาวราช หลังฟ้าเป็นใจ คนรุ่นใหม่แห่ชมสุริยุปราคาเต็มพื้นที่ ด้านกระทรวงวิทย์ชูสุริยคราส ปรากฏการณ์แรกแห่งงปีรับปีดาราศาสตร์สากล ด้านจุฬาฯ ตั้งกล้อง 20 ตัวคนใช้บริการเพียบ
นาวาอากาศเอกฐากูร เกิดแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ (LESA) และประธานจัดกิจกรรมสังเกตปรากฏการณ์สุริยุปราคาที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาล หน้าหอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า วันนี้ (26 มค.) สภาพท้องฟ้าค่อนข้างเป็นใจเหมาะสำหรับสังเกตปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วนที่กรุงเทพฯ โดยสภาพท้องฟ้าปลอดโปร่ง มีเพียงหมอกแดด ซึ่งทัศนวิสัยเหมาะสมสำหรับดูดวงอาทิตย์
ในส่วนกิจกรรมที่จัดขึ้นหน้าลานพระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาล บรรยากาศก่อนเกิดปรากฏการณ์ค่อนข้างคึกครึ้น โดยมีนักเรียนชั้นมัธยมปลาย จากโรงเรียนในเครือข่ายลีซ่า กว่า 10 โรงเรียน ทยอยเข้าร่วมสังเกตการณ์ ร่วมกับนักวิชาการ นักดูดาวอิสระและผู้ที่สนใจทั่วไป รวมยอดผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานประมาณ 700 คน
ทั้งนี้ หน่วยงานร่วมจัด ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทยในสังกัดสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และโรงเรียนในเครือข่ายลีซ่าจากทั่วประเทศ ได้ตั้งกล้องดูดาว ทั้งกล้องปืนใหญ่ กล้องสะท้อนแสง กล้องหักเหแสง รวมถึงกล้องดูดาวที่ประกอบขึ้นเอง ทั้งหมดติดตั้งแผ่นกรองแสงเพื่อปกป้องสายตาจากรังสียูวี
"กิจกรรมดังกล่าวคาดว่าจะก่อให้เกิดความตื่นตัวทางดาราศาสตร์ในประเทศไทยมากขึ้น ครั้งนี้เป็นกิจกรรมทางดาราศาสตร์ครั้งที่ 2 ของเครือข่ายลีซ่า ที่มีผู้ตอบรับมากถึง 700 คน จากครั้งก่อนที่เกิดปรากฏการณ์ดาวอังคารใกล้โลก มีผู้ชมอยู่ที่ 300 คน" นาวาอากาศเอกฐากูร กล่าว
ด้าน ดร.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาตร์แห่งชาติ (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กล่าวว่า กิจกรรมสังเกตสุริยุปราคาที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ถนนพระราม 6 เน้นให้ความสำคัญกับพิธีเปิดปีดาราศาสตร์สากล 2009 พร้อมร่วมชมปรากฏการณ์สุริยุปราคา ณ บริเวณดาดฟ้า ชั้น 8 อาคารพระจอมเกล้า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านกล้องดูดาว solar scope และกล้องสำหรับดูดวงอาทิตย์ พร้อมผู้เชี่ยวชาญจากโดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติร่วมให้ความรู้
สุริยุปราคาครั้งนี้เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นต้อนรับปีดาราศาสตร์สากล ที่สหพันธ์ดาราศาสตร์นานาชาติ โดยองค์การยูเนสโกแห่งสหประชาชาติ ได้ประกาศให้ปี 2552 เป็นปีดาราศาสตร์สากล (International Year Of Astronomy 2009) หรือ IYA 2009 ซึ่งครบรอบ 400 ปีที่กาลิโลโอ กาลิเลอี นักดาราศาสตร์ ชาวอิตาลีทดลองใช้กล้องโทรทัศน์ส่องสำรวจท้องฟ้าเป็นครั้งแรก เมื่อปี 2152 (ค.ศ. 1609)
ในปี 2552 และ 2553 คนไทยมีโอกาสได้ชมปรากฏการณ์สุริยุปราคา ถึง 2 ครั้ง เริ่มเปิดศักราชใหม่ตั้งแต่ช่วงต้นปี กับสุริยุปราคาแบบวงแหวนในวันจันทร์ที่ 26 มกราคม 2552 ซึ่งอยู่ในช่วงเทศกาลตรุษจีนจากการคำนวณของนักดาราศาสตร์ได้ประมาณการว่าในวันที่ 26 มกราคม ดวงจันทร์จะเริ่มเคลื่อนที่บังดวงอาทิตย์เข้าสู่สัมผัสที่ 1 ใน เวลาประมาณ 15.53 น. และสิ้นสุดเหตุการณ์ในเวลา 17.58 น.
แต่หากพลาดชมสุริยุปราคาในช่วงต้นปี ก็อย่าพึ่งหมดหวังเพราะในปี 2552 คนไทยมีโอกาสชมสุริยุปราคาถึง 2 ครั้ง ในวันที่ 26 มกราคม และ 22 กรกฎาคม 2552 โดยครั้งนี้เป็นสุริยุปราคาแบบเต็มดวง ชุดซารอส 136 เกิดขึ้นหลังจากจันทรุปราคาแบบเงามัวเพียง 2 อาทิตย์ โดยมี แนวคราสผ่านประเทศอินเดีย จีน ญี่ปุ่น และมหาสมุทรแปซิฟิกใต้
ปี 2553 คนไทยยังมีโอกาสจะได้ชมปรากฏการณ์ สุริยุปราคากันอีกครั้งในวันที่ 15 มกราคม 2553 ก่อนที่จะเว้นวรรคไป นานถึง 2 ปี โดยกลับมาอีกครั้งในปี 2555 และ 2559
รศ.บุญรักษา เสริมว่า การมองดูดวงอาทิตย์โดยตรงด้วยตาเปล่า หรือ มองผ่านช่องมองภาพจากกล้องถ่ายรูป กล้องส่องทางไกล หรือแม้แต่กล้องดูดาว ก็ล้วนเสี่ยงทำให้ตาบอดได้ทั้งสิ้น เนื่องจากดวงอาทิตย์ที ความสว่างมาก โดย 1% ของดวงอาทิตย์มีความสว่างถึง 1 หมื่นเท่า ของความสว่างของดวงจันทร์
"การสังเกตสุริยุปราคาต้องทำด้วยความระมัดระวัง เพราะแสงที่จ้า เกินๆไปจำทำอันตรายต่อระบบการมองเห็น จึงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ที่ทำให้ตาบอดสนิทได้ จะต้องใช้วิธีการสังเกตโดยอ้อม เช่นสังเกต ผ่านกล้องรูเข็มหรือสังเกตผ่านฉากรับเท่านั้น" ผู้อำนวยการสถาบัน วิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวเตือน
ทั้งนี้สำหรับกิจกรรมทางดาราศาสตร์ที่จัดขึ้นในปีดาราศาสตร์สากล ได้แก่ กิจกรรมสังเกตุฝนดาวตก ลีโอนิดส์ 17 พย. 2552 ฝนดาวตกเจมินิดส์ 13 ธันวาคม โครงการ The World is Night TWAN นิทรรศการภาพถ่ายทางดาราศาสตร์ที่มีองค์ประกอบเป็นสถานที่สำคัญ หรือโบราณสถานในประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่ สดร. จัดร่วมกับสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล จัดประกวดภาพถ่ายทางดาราศษสตร์ฝีมือคนไทย โครงการฉายภาพยนตร์ IYA BLAST ที่สดร.ร่วมกับสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล ด้วย
ครูนำนักเรียนนราธิวาสสายวิทย์ฯแห่ชม
สำหรับบรรยากาศการชมปรากฏการณ์สุริยุปราคาที่ จ.นราธิวาส ในครั้งนี้ ซึ่งมีโอกาสได้ชมนานที่สุดกว่าจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ เป็นเวลา 2 ชั่วโมง 22 นาที โดยอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนราสิกขาลัย ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ได้นำนักเรียนทั้งชายและหญิงที่เรียนสายวิทยาศาสตร์ของโรงเรียน จำนวนกว่า 100 คน รวมทั้งนักเรียนหญิงซึ่งพิการ ขาและแขนขาดทั้ง 2 ข้างอีก 1 คน ซึ่งมีเพื่อนๆนำมาชมพร้อมกัน โดยชมผ่านแว่นตาสุริยะในทิศตะวันตก แทนการชมด้วยตาเปล่า ซึ่งอาจเกิดผลกระทบต่อจอประสาทตาได้
โดยดวงจันทร์เริ่มบดบังดวงอาทิตย์ในเวลา 15.38 น.ทำมุมเงย 36 องศา ซึ่งบรรดานักเรียนให้ความสนใจและตื่นเต้นเพียงช่วงเวลาเริ่มต้นเท่านั้น จากนั้นก็เริ่มสลายตัว ขณะที่จากการสังเกตการณ์ในพื้นที่ 13 อำเภอของ จ.นราธิวาส ปรากฏว่า ประชาชนโดยทั่วไป รวมทั้งเจ้าหน้าที่ไม่ค่อยให้ความสนใจกับปรากฏการณ์สุริยุปราคามากนัก อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่ดวงจันทร์จะบดบังดวงอาทิตย์เต็มที่ คือเวลา 16.54 น.ทำมุมเงย 19 องศา ในลักษณะเป็นสุริยุปราคาแบบบางส่วน และไปสิ้นสุด
นักเรียนอุดรธานีกว่า300คนแห่ดู
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 26 มกราคม 52 ที่อาคารดาราศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ดร.สุวิทย์ นามมหาจักร ผอ.สำนักอธิการบดี ผู้เชี่ยวชาญเรื่องดาราศาสตร์ ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี และ ดร.ปิยวดี ยาบุษดี อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ ได้นำคณะครู อาจารย์ นักศึกษาภาควิชาวิทยาศาสตร์ พร้อมนักเรียนโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล โรงเรียนเทศบาล 3 และโรงเรียนอุดรพิยาคม จำนวนกว่า 300 คน พร้อมอุปกรณ์กล้องโทรทศน์ กล้องรูเข็ม แว่นสุริยะ ที่แจกจ่ายให้เด็กนักเรียนได้ดูปรากฏการณ์สุริยุปราคาด้วยตาเปล่า ร่วมสังเกตุปรากฎการณ์ธรรมชาติการเกิดสุริยุปราคา ที่สามารถเห็นได้ในประเทศไทย และภาคอีสาน ตั้งแต่เวลา 16.02 น.ไปจนถึง 18.02 น.
โดย ดร.ปิยวดีฯ ได้สาธิตวิธีการใช้กล้องรูเข็ม ที่ทางมหาวิทยาลัยฯ และนักศึกษาประดิษฐ์ขึ้น เพื่อใช้ในการสาธิตวิธีการส่องดูสุริยุปราคาที่ถูกต้อง ซึ่งการใช้กล้องส่องดูสุริยุปราคา จะต้องใช้กล้องพาดบ่า หันหลังให้ดวงอาทิตย์ ให้แนวกล้องชี้ไปยังดวงอาทิตย์ ส่องดูภาพดวงอาทิตย์ที่หน้าต่างด้านล่าง หรือฉากรับภาพ
ดร.สุวิทย์ กล่าวว่า กล้องโทรทรรศน์ หรือกล้องสองตา มีจำนวน 6 ตัว แต่นำมาใช้ในการจัดงานครั้งนี้ เพียง 4 ตัว ประกอบด้วย กล้องโทรทรรศน์ ขนาด 9 นิ้ว จำนวน 2 ตัว และกล้องโทรทรรศน์ ขนาด 4 นิ้ว จำนวน 2 ตัว ซึ่งทาง มรภ.อุดร มีกล้อง 2 ชนิด คือ กล้องสะท้อนแสง และหักเหแสง และรวมไปถึงกล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่ 14 นิ้ว แต่ไม่เปิดให้ใช้ เพราะกล้องขนาดใหญ่ไม่เหมาะกับการส่องดูสุริยุปราคา
“การเกิดสุริยุปราคาครั้งนี้ เป็นการที่ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์เพียง 26 เปอร์เซนต์เท่านั้น ซึ่งการเกิดสุริยุปราคาครั้งต่อไป ที่สามารถเห็นได้ในประเทศไทย จะเกิดขึ้นในวันที่ 22 กรกฎาคม 2552 โดยครั้งหน้าจะเกิด 52 เปอร์เซนต์ โดยจะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงที่ประเทศอินเดีย ซึ่งในวันนี้นักเรียน นักศึกษา จะต้องตรวจสอบ วัดสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป
เช่น ความกดอากาศ อุณหภูมิ และความชื้น ในช่วงก่อนและหลังการเกิดสุริยุปราคา พร้อมสังเกตคลื่นโทรศัพท์ด้วย ซึ่งฝากไปถึงประชาชนที่ไม่มีความรู้ด้านดาราศาสตร์ ไม่ควรที่จะดูด้วยตาเปล่า เพราะอาจจะทำให้เป็นอันตรายต่อสายตาได้ ทำให้ตาบอดได้ ส่วนการส่องดูด้วยแว่นสุริยะ ก็ไม่ควรดูเกินครั้งละ 10 วินาที " ดร.สุวิทย์กล่าว
เด็กนักเรียนโคราชจำนวนมากแห่ชมปรากฏการณ์สุริยุปราคา
เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 26 มกราคม 52 บรรยากาศการดูปรากฏการณ์ธรรมชาตสุริยุปราคา จ.นครราชสีมา ที่คาดการณ์ว่า จะเกิดขึ้นช่วงเวลา 15.55 น.ปรากฏว่า ตามสถานศึกษาหลายแห่งของจังหวัดนครราชสีมา ได้จัดให้มีการชมปรากฏการณ์สุริยุปราคา อาทิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
บรรยากาศที่สนามกีฬาฟุตบอลภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา โปรแกรมวิชาฟิสิกส์ และวิทยาศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.ราชภัฏนครราชสีมา ได้จัดกิจกรรมนิทรรศการการเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา ให้กับเด็กนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้เข้าใจถึงปรากฏการณ์ดังกล่าว
นอกจากนี้มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมายังได้นำกล้องดูดาวจำนวน 4 ตัวมาติดตั้ง เพื่อให้เด็กนักเรียนได้ชมปรากฎการณ์สุริยุปราคาผ่านกล้องดูดาว พร้อมทั้งมีการแจกแผ่นกรองแสง และกล่องกระดาษที่ทำไว้สำหรับดูปรากฏการณ์สุริยุปราคามาแจกให้กับเด็กนักเรียนและประชาชนที่เข้าร่วมงานฟรีอีกด้วย
ทั้งนี้ จังหวัดนครราชสีมาสามารถมองเห็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาได้ แต่ไม่เต็มดวง โดยจะเห็นเป็นรูปดวงอาทิตย์แหว่งด้านซ้ายมือ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวมีเด็กนักเรียนจากหลายโรงเรียนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมชมปรากฏการณ์ธรรมชาติในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก
พระเณรนักท่องเที่ยวตื่นดูสุริยุปราคราที่พิษณุโลก
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 26 มกราคม 2552 ที่วัดราชบูรณะ อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีพระ เณร และนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ต่างเฝ้ารอดูปรากฏการณ์สุริยุปราคา ซึ่งปีนี้ในพื้นที่ภาคเหนือ และจังหวัดพิษณุโลก สามารถเห็นได้บางส่วน ตั้งแต่เวลา 16.00-17.00 น . ขณะที่พระภิกษุและสามเณร ได้เตรียมอุปกรณ์ในการส่อดูสุริยุปราคาครั้งนี้ด้วย ทั้งการเตรียมกระจกมารมควัน และนำแผ่นฟิล์มเอ็กซเรย์มาส่อง
ทั้งนี้ ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ดวงจันทร์เริ่มบังเงาดวงอาทิตย์ในเวลา 16.00 น . กระทั่งเวลาประมาณ 16.30 น . เริ่มเข้ามาบังมากขึ้น และจะบดบังเต็มที่ในเวลา 17.00 น .



