ไลฟ์สไตล์

เก็บตก'มหกรรมยางยนต์ฯ'ที่ชานตง

เก็บตก'มหกรรมยางยนต์ฯ'ที่ชานตง

27 พ.ค. 2556

เก็บตก 'มหกรรมยางยนต์ฯ' ที่ชานตง จุดปลดแอกพ่อค้าคนกลางส่งออกยาง : โดย...ดลมนัส กาเจ

 

                           จากการที่มณฑลชานตง สาธารณรัฐประชาชนจีน จัดงาน "มหกรรมยางยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์นานาชาติครั้งที่ 4" ที่ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติกวางหยาว อ.กวางหยาว เมืองจีนาน มณฑลชานตง ระหว่างวันที่ 15-17 พฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมา ทราบว่า มณฑลชานตงของจีน ถือเป็นเมืองที่เป็นฐานผลิตและส่งออกยางยนต์ใหญ่ที่สุดของจีน ทำให้มณฑลชานตงต้องนำเข้ายางพาราเป็นวัตถุดิบในปี 2555 ถึง 8 แสนตัน ร่วมถึงจากไทยด้วย สอดคล้องกับข้อมูลของไทยที่ระบุว่า ไทยยังส่งออกยางพาราไปจีนมากที่สุดถึง 70%

                           สำหรับมหกรรมยางยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์นานาชาติครั้งที่ 4 ที่มณฑลชานตงนั้น ภายในงานมีบริษัทเข้าร่วมกว่า 600 บริษัท มีการจัดนิทรรศการผลิตภัณฑ์กว่า 2,000 บูธ จาก 60 ประเทศทั่วโลก นอกจากนั้นยังมีการเสวนาโต๊ะกลมหัวข้อ "สุดยอดตลาดยางพาราไทยปี 2013" โดยมีผู้ชำนาญการด้านยางพาราและตัวแทนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยางพาราของจีน 14 แห่ง และตัวแทนมาจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ตัวแทนสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย และสมาคมส่งเสริมการค้าไทย-อาเซียนของไทยที่เข้าร่วมด้วย และในวงเสวนาครั้งนี้ได้สะท้อนให้เห็นความก้าวหน้าในการพัฒนาวงการอุตสาหกรรมยางพาราของจีนไปอย่างรวดเร็ว

                           นายจาง ฮง หมิง ประธานสภาอุตสาหกรรมยางพารามณฑลชานตง ระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมยางพาราในมณฑลชานตงจำนวน 551 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นการผลิตยางรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ ซึ่งในแต่ละปีสามารถผลิตยางรถยนต์ได้กว่า 3,000 ล้านเส้น หรือ 42% ของการผลิตยางยนต์ของจีนทั่วประเทศ ในจำนวนนี้ใช้ในประเทศจีนคิดเป็นมูลค่า 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และส่งออกมีมูลค่า 7.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และหากประเมินจากภาพรวมแล้ว จีนขยายตัวด้านอุตสาหกรรมยางพาราปีละถึง 23%

                           ที่สำคัญของงาน "มหกรรมยางยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์นานาชาติครั้งที่ 4" นับเป็นงานที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่เข้าชมงาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมยางพาราที่รัฐบาลจีนเชิญเข้าร่วม ได้มีโอกาสพบปะและเจรจากับประกอบการนำผลิตภัณฑ์ยางยนต์ออกบูธแสดงนิทรรศการได้อย่างเสรี โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง จะเห็นได้ว่า ผู้ประกอบการจากไทยส่วนหนึ่งได้หารือและตกลงในเบื้อต้นแล้ว และตกลงจะส่งออกยางพาราในรูปแบบของยางแท่ง ยางแผ่นรมควัน รวมยางคอมปาวด์ไปยังจีน ขณะที่ผู้จำหน่ายยางรถยนต์ของไทยมีการตกลงที่จะนำเข้ายางรถยนต์จากประเทศจีน เป็นต้น

                           นายอู๋ จื่ออี้ เลขาธิการสมาคมส่งเสริมการค้าไทย-อาเซียน ตัวแทนผู้ประกอบการของไทย กล่าวว่า คณะที่ไปดูงานมหกรรมยางยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์นานาชาติครั้งที่ 4 ได้มีโอกาสพบปะและเสวนากับผู้ประกอบการของจีนในครั้งนี้ เป็นคณะที่รัฐบาลจีนเชิญให้เป็นแขกวีไอพี เข้าร่วมงาน โดยทางรัฐบาลจีนเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในส่วนของที่พัก อาหาร และเข้าชมงานทั้งหมด ส่วนผู้ประกอบการของไทยในนามสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย และสมาคมส่งเสริมการค้าไทย-อาเซียน จะออกเฉพาะค่าเดินทางที่เป็นตั๋วเครื่องบินเท่านั้น

                           การที่รัฐบาลจีนเชิญในครั้งนี้ เพื่อต้องการให้ทั้งสองฝ่ายระหว่างผู้ประกอบการของจีนและไทยที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมยางพาราได้มีการเจรจาซึ่งกันและกัน เพราะประเทศไทยเป็นผู้ผลิตยางพารารายใหญ่ของโลก ขณะที่จีนเป็นผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ของโลกเช่นกัน หากมีการพบปะจะได้แลกเปลี่ยนด้านการค้า โดยที่ฝ่ายจีนนั้นกำลังจะขยายตลาดสู่อาเซียน และที่ผ่านมาทางสมาคมส่งเสริมการค้าไทย-อาเซียน เคยพาผู้ประกอบการจากไปไทยไปดูงานมาแล้ว 200 คน ทำให้ทั้งสองฝ่ายเกิดการค้าระหว่างกันได้ในระดับหนึ่งเกือบ 50%

                           "ในระหว่างที่นำคณะคนไทยเข้าพบและร่วมประชุมกับสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมณฑลชานตง และสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเมืองจีนาน ผมได้ชี้แจงถึงความพร้อมด้านการผลิตยางพาราของไทย ที่ส่งออกมากอันดับหนึ่งโลก และได้ชักชวนให้นักลงทุนจีนมาลงทุนในไทย แต่เท่าที่ฟังกันแล้ว ผู้ประกอบการในมณฑลชานตงสนใจจะลงทุนที่สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และพม่ามากกว่า" นายอู๋ กล่าว 

                           เช่นเดียวกับ รุ่งนภา ภัทรธีรานนท์ เลขาธิการสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย ระบุว่า ทางสมาคมเพิ่งได้รับเชิญจากจีนเป็นครั้งแรก ถือเป็นงานที่ดีมาก ที่ทำให้สามารถเข้าชมงานติดต่อการค้ากันเอง โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง แต่ในเรื่องการลงทุนด้านอุตสาหกรรมยางพารานั้น จากการหารือผู้ประกอบในมณฑลชานตงของจีน พบว่า คนจีนให้ความสนใจลงทุนในประเทศไทยน้อยมาก แต่จะเน้นประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และพม่า เพราะการเมืองมั่นคงกว่า และสองประเทศหลังค่าแรงต่ำกว่า ตรงนี้น่าเสียดาย เพราะไทยมีวัตถุดิบยางพาราพร้อม ฉะนั้นต้องพยายามและสร้างความมั่นใจ และสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่นักลงทุนมากกว่าที่เป็นอยู่

                           ด้าน นายพรเทพ การศัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์อุตสาหกรรมภาค 3 พิจิตร กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า จากการพูดคุยกับผู้ประกอบการขนาดย่อมและขนาดกลางที่ไปดูงานครั้งนี้ ทราบว่าหลายคนมีความตั้งใจจะศึกษาและมองหาลู่ทางในการที่จะร่วมทุนกับฝ่ายจีน โดยเฉพาะการเชิญจีนไปลงทุนธุรกิจการแปรรูปยางพาราในประเทศไทย ซึ่งถือว่างานนี้เป็นจุดเริ่มที่อาจจะต่อยอดได้ในอนาคต

                           ขณะที่ นายประชุม เจนเจริญวงศ์ เจ้าของศูนย์บริการ บีทีซี ตัวแทนจำหน่ายยางรถยนต์ยี่ห้อบริดจสโตน ศูนย์จำหน่ายปลีกยางรถยนต์ทุกยี่ห้อ และเจ้าตลาดกลางยางพารา อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี มองว่า จากการไปดูงานและร่วมประชุมกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวกับส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างประเทศของมณฑลชานตง ทราบว่ามณฑลชานตงกำลังรุกในด้านยางรถยนต์ที่จีนหวังจะครองตลาดโลก และมีความเป้นได้สูง เพราะปัจจุบันยางรถยนต์ที่ผลิตในประเทศจีนมีนับพันยี่ห้อ ฉะนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่จีนจะหันมาลงทุนในพม่าและไทยในอนาคต

                           "เราผลิตยางพาราตั้งแต่ต้นน้ำคือ ทำสวนยาง กรีดยาง และกลางน้ำคือแปรรูปเบื้องต้น พอถึงปลายน้ำที่จะแปรรูปทำเป็นผลิตภัณฑ์สินค้า เราส่งออกไปยังจีน ฉะนั้นถ้าเราสามารถดึงนักลงทุนมาร่วมทุนผลิตยางรถยนต์ในไทยจะสามารถแก้ปัญหาราคายางพาราได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่ปล่อยให้ราคาตกต่ำ และเกษตรกรต้องปิดถนนประท้วง" นายประชุม กล่าว

                           มณฑลชานตงของจีน นับเป็นอีกหนึ่งทางที่เป็นความหวังในวงการยางพาราไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่สามารถส่งออกโดยไม่ผ่านคนกลาง หรือดึงนักลงทุนมาลงทุนได้ในอนาคต

 

 

--------------------

(เก็บตก 'มหกรรมยางยนต์ฯ' ที่ชานตง จุดปลดแอกพ่อค้าคนกลางส่งออกยาง : โดย...ดลมนัส กาเจ)