
ศิลป์แห่งแผ่นดิน : หนุ่มโรงงานน้ำตา
ศิลป์แห่งแผ่นดิน : หนุ่มโรงงานน้ำตา : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
ผมไม่แน่ใจว่าผมร้องไห้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ หากว่าการร้องไห้ หมายถึง ความทุกข์เศร้าที่ต้องมีการหลั่งของน้ำตา
ผมไม่แน่ใจว่า ผมเคยพบ “หนุ่มโรงงานน้ำตา” หรือเปล่า ชายหนุ่มที่มอบหนังสือเล่มที่ไม่มีชื่อที่ปก ภาพปกเป็นภาพหญิงสาวตาคมผมยาว สวมเสื้อคอกลมกว้าง แขนกุด หญิงสาวในอารมณ์เศร้าลึก มีหยาดน้ำตาเม็ดโต หยดจากขอบตาข้างซ้าย(ข้างเดียว)หนึ่งหยด ผมลองใช้นิ้วปิดน้ำตาหยดนี้ดู ก็พบว่าดวงหน้าของเธอยังอมเศร้า
ทำไมหนังสือเล่มนี้จึงไม่มีชื่อหนังสือ ไม่มีชื่อผู้เขียน บนปกหน้า (และปกหลังด้วย)
ในยุคช่วงเริ่มต้นชีวิตนักเขียนของผม ผมยังจำได้ถึงความรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้าง ผลงานเขียนเล่มแรกของผมเมื่อ พ.ศ.2526 บทกวี “ตุ๊กตารอยทราย” ผมลงทุนพิมพ์เอง จำนวน 3,000 เล่ม มีโอกาสได้เห็นหนังสือของตนวางบนแผงหนังสือเพียงครั้งเดียว โดยต้องไล่สายตาค้นหาไปทีละ 1 เซนติเมตร กว่าจะได้เห็น “สันหนังสือ” สีฟ้า มีตัวอักษรเล็กเขียนไว้ว่า ตุ๊กตารอยทราย/ กวี ศักดิ์สิริ มีสมสืบ ผมใช้นิ้วเขี่ยหนังสือออกมาจากชั้น ลูบคลำด้วยความปลาบปลื้ม
“ตุ๊กตารอยทราย” มีเวลาอยู่ที่ชั้นหนังสือในร้าน เพียงสัปดาห์เดียวโดยปรากฏต่อสายตาผู้คนเพียงความกว้าง ไม่ถึง 1 เซนติเมตร ของสันหนังสือ หนึ่งปีผ่านไป ผมขอหนังสือคืน ยอดที่เหลือคือ 2,800 เล่ม อาจเป็นเหตุผลเดียวกับที่หนุ่มโรงงานน้ำตาไม่พิมพ์ชื่อหนังสือ และนามผู้เขียนลงบนปก เพราะคงจินตนาการว่า หนังสือจะไม่มีโอกาสได้โชว์ปกบนแผง
“อิสรภาพแด่น้ำตาแห่งความโดดเดี่ยว” คือชื่อหนังสือ “หนุ่มโรงงานน้ำตา” คือนามผู้เขียน บรรณาธิการ : FLY AWAY HOME วาดภาพปก นริศรา เพียรวิมังสา และ COLLAGECANTO ภาพประกอบ : COLLAGECANTO ทัศนศึกษาเยี่ยมโรงงานน้ำตา, วิบากกรรมของแหวนแต่งงาน, รักแรกที่พลัดพรากของอาภรณ์นางฟ้า น้ำตานักประดาน้ำ, สิ่งไม่มีชีวิตที่ถูกสาปให้เหงา : ถุงลมนิรภัย, ไม่ใช่ใบหน้าของเธอหรอกที่ฉันจดจำได้, การพเนจรของเงากำพร้าเจ้าของ, ปล่อยความทุกข์ให้เป็นอิสระ, ความงามที่รูปปั้นเด็กสาวสร้างขึ้นมาด้วยตนเอง ร้อยเรียงความคิดด้วยถ้อยคำ ไม่ได้บอกไว้ว่าเป็นบทกวีไร้ฉันทลักษณ์
ผมอ่านไปทีละบทด้วยความรู้สึกถึงรสชาติที่เร้าใจ “น้ำตาสะอาด ปราศจากมารยาจริต คือสิ่งที่เราไม่ผลิต เนื่องด้วยไม่เป็นที่ต้องการของตลาด น้ำตาที่มีค่าความ “เป็นกรด” มาก ใช้สำหรับกัดกร่อนทะลุประตูหัวใจที่แน่นหนา น้ำตาซึ่งมีค่าความ “เป็นด่าง” สูง มีคุณสมบัติติดแน่นทนทานใต้พื้นผิวความรู้สึกของผู้สัมผัสผ่าน.. พวกหนูควรระลึกเอาไว้ให้ดี น้ำตาแห่งความทรงจำไม่มีวันเป็นกลาง.. (ทัศนศึกษา เยี่ยมชมโรงงานน้ำตา หน้า 9)
“รีโมทคอนโทรลล่องหนที่ผู้คนนิยมเรียกว่าชะตากรรม ได้ลงมือเปลี่ยนช่องชีวิตของชายหนุ่ม จากรายการสุขสันต์สำหรับครอบครัว เป็นรายการแนะนำวิธีปรับตัวหลังการอย่าร้าง”.. (น้ำตานักประดาน้ำ)
“เหล่าชุดเด็กอ่อนเคยแอบร้องไห้ฟูมฟายในเครื่องซักผ้า เมื่อตระหนักถึงข้อเท็จจริงว่า เรือนกายของพวกมันไม่อาจเติบใหญ่ไปพร้อมกับเจ้านายได้....น้ำตาที่ไม่มีใครมองเห็นของพวกมัน ถูกชะล้างไปกับน้ำยาปรับผ้านุ่ม....เหล่าชุดเด็กอ่อนจะจดจำกลิ่นกายของเจ้านายคนแรกไปตลอดชีวิตของพวกมัน ไม่ต่างอะไรเด็กน้อยที่คอยคิดถึงกลิ่นจากผ้าห่มน้อยผืนแรกของตน และนั่นคือรักแรกที่พลัดพรากของอาภรณ์นางฟ้า”
(รักแรกที่พลัดพรากของอาภรณ์นางฟ้า)
“อนิจจา สังคมแต่งตั้งให้มันเป็นยอดวีรบุรุษ โดยไม่ใส่ใจว่า เจ้าถุงลม จะรู้สึกว่ามันเป็นเพียงนักโทษผู้รอคอยการประหาร” (สิ่งไม่มีชีวิตที่ถูกสาปให้เหงา)
“ความรักมีอยู่ไว้เพื่อให้เชื่อมั่นศรัทธา หาได้มีไว้เพื่อให้พิศวง คลางแคลงใจ” (รุ้งกินน้ำผู้มาสายเสมอ)
“หนึ่งความนิ่งเฉย คือหมื่นถ้อยคำ ซึ่งตะบองเพชรใช้ปฏิเสธทุกข้อครหา มันไม่ได้หวาดกลัวน้ำอย่างที่ใครนินทา มันยืนตัวตรงบนกรวดทรายผิวแห้งผาก ราวกับว่าธรรมชาติคือเศรษฐีผู้ฟุ่มเฟือย ที่จ้างงานให้มันตื่นขึ้นมา เพียงเพื่อจะหลับไปเพียงลำพัง..ตลอดทั้งชีวิต........หนึ่งความนิ่งเฉย ทดแทนหมื่นถ้อยคำ ซึ่งตะบองเพชรใช้ปฏิเสธอดีตของตน ว่ามันเองก็เคยเติบโตจากหยดน้ำตา” (ตะบองเพชรผู้เติบโตจากหยดน้ำตา)
“ไม้แร็กเกตเทนนิสชราภาพ กำลังถูกสายตาชื่นชมหลายคู่จ้องมอง.... หลังจากแชมเปี้ยนได้ส่งต่อความเป็นเจ้านายให้แก่หอคอยเกียรติยศ อันเป็นสุสานบรรจุอดีตของผู้ชนะ นับแต่นั้นมา มันก็ถูกตรึงกางเขนไว้ประกาศความสำเร็จของตำนานกีฬา” (ความทุกข์ของไม้เทนนิสในหอคอยเกียรติยศ)
ผมอ่านไปทีละบทด้วยความสนใจ ติดตามแต่ละบทไปด้วยความอยากรู้ว่าตนเองจะรู้สึกอย่างไรคิดอย่างไร
ที่ผมรู้สึกคือ รสชาติที่แตกต่างจากความคุ้นเคย มุมมองที่ผู้เขียนพยายามหาความแตกต่าง ผมชั่งน้ำหนักงานเขียนของเขา ว่าเขาเขียนมันจากความคิด จากจินตนาการ และจากประสบการณ์อย่างไร
ชั่วชีวิตการเขียนของผม กว่าความคิด จินตนาการและประสบการณ์ จะกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันย่อมใช้เวลาไม่น้อย นั้นคือ การถึงความหมายที่ว่า “ชีวิตเขียนบทกวี บทกวีเขียนด้วยชีวิต” “อิสรภาพแด่น้ำตาแห่งความโดดเดี่ยว” จากความเป็นหนังสือ “รูปสวย” อย่างแตกต่าง (ซึ่งอาจถูกหยิบยกไปอยู่ที่เด่นๆ แทนการโชว์สันหนังสือ) ยังเป็นหนังสือที่น่าสนใจ เพราะผู้เขียนเป็น “หนุ่มโรงงานน้ำตา” ผู้แสวงหา “วิธีการผลิต” ใหม่ๆ จากตัวตนของเขาด้วยท่าทีอย่างกวี ท่าทีอย่างนักเล่านิทาน สวมปีกอย่างนักจินตนาการทะลุทะลวง โลดทะยานไปอย่างนักคิด ละเอียดพิถีพิถันอย่างนักออกแบบ ตั้งแต่รูปแบบ รูปเล่ม จัดหน้า จัดอารมณ์ ทั้งภาพ และถ้อยคำ
ผมสนใจหนังสือเล่มนี้ในระดับหนึ่ง แต่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ
“หนุ่มโรงงานน้ำตา” ผู้นี้เป็นใคร และสิ่งที่เขาจะทำต่อไปคืออะไร...
--------------------
(ศิลป์แห่งแผ่นดิน : หนุ่มโรงงานน้ำตา : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ)



