ไลฟ์สไตล์

ช่างตัดผมนักอ่านหนังสือ

ช่างตัดผมนักอ่านหนังสือ

26 พ.ค. 2556

หนังสือที่เธอถือมา : ช่างตัดผมนักอ่านหนังสือ : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม

 

 

ช่างตัดผมนักอ่านหนังสือ

๑.

 

'...เพลงเพื่อชีวิต เขาให้ฟังเป็นบทเรียน เป็นหลักพัฒนาชีวิต ไม่ใช่ฟังเพื่อจะตั้งวงเหล้า...หลานสองคน คนหนึ่งบอกเป็นนักอุดมการณ์ แบบเพื่อชีวิต เลือกงาน ไม่สู้งาน แต่ไม่เคยมีเงินส่งแม่ที่ต่างจังหวัด ขณะคนน้องไม่ประกาศอุดมการณ์อะไร สู้งานเล็กงานน้อย มีเงินส่งให้แม่ อย่างนี้ใครมีอุดมการณ์กว่า...'

                           วันหนึ่ง พาลูกชายไปตัดผมเตรียมขึ้น ป.๑ ลองใช้บริการร้านใหม่ เจอช่างตัดผมหนุ่ม เป็นนักอ่าน นักฟังเพลง และดูเหมือนจะเป็นนักสนทนาด้วย เขาเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้ฟังมากมาย ทั้งที่มาที่ไปในชีวิต และสิ่งที่เขากำลังสนใจ อย่างเต็มไปด้วยแง่คิด ในร้านของเขามีทั้งหนังสือ ‘เนชั่นสุดสัปดาห์' 'ขายหัวเราะ' หนังสือพิมพ์รายวันหลายฉบับ หนังสือธรรมะหลายเล่ม โดยเฉพาะที่เห็นบนชั้นโทรทัศน์ก็คือ 'สามก๊ก' เล่มหนาวางอยู่  โทรทัศน์ของเขา ก็ไม่ได้เปิดแช่รายการใดรายการหนึ่งแบบบันเทิงๆ ตลกๆ หากเปิดมิวสิกวิดีโอเพลงของ "คาราบาว" ในเสียงที่ไม่ดังเกินไปนัก เมื่อเขาพูดประโยคข้างต้นนั้น ทำให้ผมอึ้ง และเร้าใจให้อยากฟังเขาสนทนาต่อ  ยิ่งรู้มีผู้สนใจ เขายิ่งแสดงความคิดเห็น พูดถึงศิลปินและนักเขียนมากมาย  แม้แต่ เจ.เค. โรว์ลิ่ง  ผู้เขียน ‘แฮร์รี่  พอตเตอร์’

                           ‘ผมอยากเห็นนักเขียนไทยอยู่ได้ เขียนเรื่องหนึ่งอยู่ได้นาน ไม่ใช่ยิ่งเขียนยิ่งจน ยิ่งอดตาย’

                           เขาพูดของเขาไป  ผมว่า  โอ-ช่างฝันไกลแท้  เขาไม่รู้หรอกครับว่าผมเป็นใคร แต่เหมือนมีอะไรบางอย่างดึงดูดให้ถูกชะตากัน อยู่ๆ เขาก็พูดขึ้น

                           ‘นักเขียนแถวนี้คนหนึ่งที่ชอบและติดตามคือ ไพวรินทร์ ขาวงาม เคยบุกไปหาที่บ้าน แต่ไม่เจอ’

                           อ้าว-ผมยืนอยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะต้องหัวเราะแสดงตัว เขาเต้นเต้น ยกมือไหว้ดีใจ ขอเรียกอาจารย์ ผมว่าเรียกพี่ได้ไหม? โดยวัยน่าจะน้องผมสักประมาณ ๑๐ ปี เท่าที่พูดคุยกันในชั่วเวลาตัดผมเด็กเสร็จคนหนึ่งนั้น  เขาเอ่ยชื่อนักเขียน นักร้อง ที่เขาติดตามได้หมด  อาทิ ชาติ กอบจิตติ, แอ๊ด คาราบาว, สลา คุณวุฒิ, ชูเกียรติ ฉาไธสง หรือแม้แต่ ประเสริฐ จันดำ

                           ‘หนังสือที่เปลี่ยนชีวิตผมคือ ‘จนตรอก’ ของ ชาติ  กอบจิตติ...’
นั่นไง-เขายังไม่หยุดบอกเล่า เหมือนจะอยู่ในภวังค์เรื่องราวของการเขียนการอ่าน  ระหว่างนั้นยังเอ่ยถึงลูกและเมีย  รายได้  ค่าใช้จ่ายในครอบครัว  และบอกว่ากำลังสนใจศึกษาธรรมะ 

                           '...ชีวิตผมเกิดในซ่อง...'

                           อีกแล้ว-กำลังจะกลับ แต่นิยายชีวิตของกัลบกหนุ่มกำลังเริ่มต้น เขาเอ่ยชื่อวัดแห่งหนึ่ง ซึ่งในอดีตก่อนโน้น  เคยมีซ่องอยู่ใกล้ๆ ทำให้ผมยิ่งต้องมนต์เรื่องราวของซ่องพิเศษนี้

                           ผมต้องตัดใจออกจากร้านตัดผม บอกลากัลบกหนุ่มที่อยู่ๆ ก็บอกที่มาที่ไปในชีวิตตัวเองอย่างน่าทึ่ง  รับปากกับเขาว่าจะพาลูกชายมาตัดผมอีก  ดูฝีมือของเขาแล้ว  ละเอียดและมีประสบการณ์ 

                           ‘แล้วจะเอาหนังสือมาแบ่งให้อ่าน’  ผมบอกช่างตัดผม

 

๒.

 

 ร้านตัดผมแห่งนี้  จะว่าไปแล้ว เราเห็นแทบทุกวัน  เพราะอยู่บนทางที่เราต้องผ่านเป็นประจำ 

                           บางวัน  เห็นลูกค้าเป็นนักเรียนชายมานั่งรออยู่เต็ม  เขาน่าจะเป็นช่างตัดผมขวัญใจนักเรียน  ทั้งในเรื่องราคาและฝีมือ

                           วันนั้น  ถ้าบังเอิญมีคนแน่นร้านรออยู่ ผมคงไม่ได้แวะ และอาจไม่ได้รู้จักเขา ที่จริงเคยมีผู้เล่าให้ฟังบ้างแล้ว มีช่างตัดผมชอบอ่านหนังสือ โดยครูท่านหนึ่งซึ่งเป็นจิตรกรและกวี  เป็นลูกค้าตัดผมประจำ  และชอบนำหนังสือที่ตัวเองอ่านจบแล้วไปฝากให้ช่างตัดผมอ่านต่อ  โดยมีเงื่อนไขว่าเมื่ออ่านจบ ให้ยกหนังสือแก่คนที่ชอบอ่านหนังสือต่อๆ ไป เป็นการสร้างวัฒนธรรมการอ่านหนังสือ  โดยการให้หนังสือ

                           ผมยังอยากอ่านนิยายชีวิตของเขาต่อ-ช่างตัดผมนักอ่านหนังสือ!

 

 

--------------------

(หนังสือที่เธอถือมา : ช่างตัดผมนักอ่านหนังสือ : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม)