
เปิดลายแทงหลักการ'เข้าใจเข้าถึงและพัฒนา'
เปิดลายแทงหลักการ'เข้าใจเข้าถึงและพัฒนา' สกว.จับมือปิดทองหลังพระสร้างจิตสำนึกป.เอก
โครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมกับมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ จัดกิจกรรม “คปก.ร่วมกับมูลนิธิปิดทองหลังพระ” ครั้งที่ 1 ณ โครงการพัฒนาดอยตุง จังหวัดเชียงราย และโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบบูรณาการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา อีกทั้งจุดประกายความคิดและสร้างจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ความพอดีพอเพียง อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
กิจกรรมในครั้งนี้ประกอบด้วย การฟังบรรยายข้อมูลโครงการพัฒนาดอยตุง การศึกษาดูงานที่แปลงป่าเศรษฐกิจนวุติ โรงงานแปรรูปถั่วแมคคาเดเมีย โรงงานกระดาษสา โรงงานทอผ้าและเย็บผ้า โรงคั่วกาแฟ พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนรุ่นใหม่ ผู้นำชาวบ้านและผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ฟ้าหลวง การรับฟังบรรยายสรุป “การปลูกป่าปลูกคน ด้วยวิธีการปลูกป่าแบบปลูกเสริม และปลูกป่าแบบไม่ปลูก” ณ สำนักงานปางมะหัน ดูสภาพการพัฒนาต้นน้ำในโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พื้นที่บ้านปางมะหัน ตำบลเทอดไท อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ตามแนวชายแดนไทย-พม่า โดยนำหลักการ ความรู้ และข้อผิดพลาดเรื่องการปลูกป่า ปลูกคนของดอยตุงมาปรับใช้ พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้นำชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในเขตพื้นที่โครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ ดูงานกองทุนเหมยซาน การดำเนินโครงการปิดทองหลังพระฯ กลุ่มพื้นที่บ้านยอด อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน และกลุ่มบ้านน้ำป้าก อำเภอท่าวังผา เยี่ยมชมกิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาและแก้ไขปัญหาตามแนวพระราชดำริ การพัฒนาระบบน้ำ: ฝายเกษตร บ่อพวง การส่งเสริมเกษตรและอาชีพ: กองทุนสุกรและการแปรรูปผลผลิต แปลงเกษตรกรต้นแบบ กิจกรรมการเกษตรผสมผสาน พืชหลังนา และระบบน้ำ
สาระสำคัญที่นักศึกษา คปก. ได้เรียนรู้จากกิจกรรมในครั้งนี้ คือ หลักการเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้มีพระราชดำริที่จะปลูกป่าบนดอยตุงเพื่อแก้ปัญหาความยากจน จากการขาดโอกาสและทางเลือกที่ดี ความไม่รู้ และโรคภัยไข้เจ็บของชาวเข่าทั้ง 6 เผ่า ด้วยพระราโชบาย “ปลูกป่า ปลูกคน” เพื่อให้คนกับอยู่ร่วมกันโดยพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างมีบูรณาการเพราะทรงเชื่อมั่นในศักยภาพของคนในพื้นที่ จึงต้องสร้างความมั่นใจ ด้วยการ “ระเบิดจากข้างใน” เพื่อกระตุ้นให้คนเหล่านั้นเห็นคุณค่าของตัวเอง
โดยการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน มีการบริหารจัดการที่ดี และใช้เวลาอดทนรอคอยจึงจะเห็นผล จนก่อให้เกิดความเชื่อมั่นและศรัทธาของชาวบ้าน อันนำมาซึ่งกระบวนการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมของชาวบ้านในชุมชน มีผู้นำชุมชนที่เข้มแข็งและมีวิสัยทัศน์ ตาดู หูฟัง เท้าเดินเข้าถึงชาวบ้าน เพื่อให้การพัฒนาสามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง โดยไม่นำศาสนาและความแตกต่างของชนเผ่ามาเป็นตัวปิดกั้น แต่นำองค์ความรู้และวิทยาการสมัยใหม่ที่เป็นศาสตร์สากลมาผนวกกับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อใช้ในการพัฒนา ให้ชาวบ้านอยู่รอด อย่างพอเพียงและยั่งยืน
ทั้งนี้การพัฒนาที่มีประสิทธิผลต้องเริ่มจากข้อมูลจริงที่ถูกต้อง ครบถ้วนและทันสมัย ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและพัฒนา รวมถึงต้องวัดผลได้โดยการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง มีกฎประชาคมให้ชุมชนเป็นผู้ควบคุมจัดการกันเอง ตลอดจน “ปลูกป่าในใจคน” ปลุกจิตสำนึกให้คนรุ่นหลังโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนรักถิ่นฐานและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่ต่อไป
นางพิมพรรณ ดิศกุล ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ บรรยายสรุปเรื่อง “การพัฒนาทางเลือกในการดำรงชีวิตที่ยั่งยืนของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และการขยายผลไปยังพื้นที่ต่างๆ” และกล่าวว่าการดูงานของนักศึกษา คปก. ในครั้งนี้จะทำให้เห็นว่าชาวบ้านมีภูมิปัญญาแต่ยังขาดโอกาส จึงต้องทำมหาวิทยาลัยที่มีชีวิตให้เกิดมุมมองใหม่ ๆ ของความคิด และตระหนักว่าถ้าเราตั้งใจที่จะทำความดี ทุกอย่างก็จะเป็นจริงได้ดังเช่นการพัฒนาดอยตุง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ไม่อาจดำเนินการเพียงลำพังได้แต่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันโดยมีชาวบ้านเป็นศูนย์กลาง
ขณะที่ นพ.บุญยง วงศ์รักมิตร ที่ปรึกษาสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ กล่าวภายหลังการบรรยายเรื่อง “การพัฒนาชนบทตามแนวพระราชดำริ” ว่าการเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา เปรียบเสมือนบันไดที่แรกเริ่มใช้ เมื่อใช้จนเกิดความเคยชินจนคล่องตัวก็จะทำให้เห็นความสำคัญของแต่ละขั้นบันไดชัดเจนขึ้นและกลายเป็นนิสัยที่จะนำไปใช้ในการดำเนินงานต่อไปข้างหน้า นักศึกษา คปก. และบัณฑิตที่มีจิตสำนึกพร้อมจะทำงานเพื่อผู้อื่น จะเป็น “เมล็ดพันธุ์พืช” ที่ดีมากสำหรับประเทศชาติ จึงหวังว่าทุกคนจะได้รู้ เข้าใจ เชื่อและศรัทธา ดังพระราชดำรัสที่ให้เห็นความสำคัญของการลงไปดูพื้นที่ เพราะจะทำให้แยกแยะปัญหาได้ ได้พูดคุยและเห็นแววตา สนใจชาวบ้านและทำเป็นประจำจนเป็นนิสัย จะได้ไม่ต้องแกล้งทำ และพร้อมจะเป็นผู้รับผิดชอบสืบสานศาสตร์ของพระราชาในการนำความรู้ไปช่วยเหลือชาวบ้านต่อไป
ด้านนายเชิดศักดิ์ เกื้อรักษ์ นักศึกษา คปก. และอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา กล่าวว่า เต็มสุขกับกิจกรรมครั้งนี้เพราะได้เห็นการทรงงานและการทำงานของเจ้าหน้าที่ จนเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าการพัฒนาคนและเข้าใจคนเป็นสิ่งที่สุดและนำมาซึ่งความยั่งยืน หากคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีสิ่งแวดล้อมจะดีตามมา และสัญญาว่าจะน้อมนำปรัชญา “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา” ไปถ่ายทอดแก่นักศึกษาเพื่อสร้างคนและดึงคนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสามจังหวัดชายแดนใต้ต่อไป
ขณะที่ น.ส.ชยารัตน์ ตันธนะสฤษดิ์ จากสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า สิ่งที่เรียนมาทั้งการมีส่วนร่วมของชาวบ้านและการเข้าถึงชุมชนสามารถทำได้จริงและสัมผัสได้ เป็นแนวทางที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและการทำวิจัยต่อไป ตนประทับใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ และเรียนรู้เทคนิคการพูดคุยให้ความรู้กับชาวบ้านอย่างอดทน ทำให้ตนเห็นถึงการให้ความสำคัญกับจิตใจและความต้องการของชาวบ้านมากขึ้น รวมทั้งช่วยพัฒนากระบวนการคิดที่จะนำองค์ความรู้ของนักวิจัยไปใช้สนับสนุนชาวบ้าน องค์ความรู้ไม่มีวันสิ้นสุด ทำงานคนเดียวไม่ได้แต่ต้องเปิดใจกว้างยอมรับองค์ความรู้อื่นๆ เพื่อบูรณาการให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้ประโยชน์อย่างรอบด้าน



