ไลฟ์สไตล์

สสส.ผนึก300ภาคีจัดใหญ่เสริมสุขภาพ

สสส.ผนึก300ภาคีจัดใหญ่เสริมสุขภาพ

23 พ.ค. 2556

สสส.ผนึกภาคีเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพกว่า 300 องค์กเตรียมจัดมหกรรมสร้างเสริมสุขภาพครังยิ่งใหญ 'สานงาน เสริมพลัง ร่วมสร้างประเทศไทยให้ น่าอยู่' 28-29 พ.ค. นี้


               วันที่ 23 พ.ค. ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สขภาวะ สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดแถลงข่าวจัดงาน “สานงาน เสริมพลัง ร่วมสร้างประเทศไทยให้ น่าอยู่ : 1 ทศวรรษ สสส. สร้างเสริมสุขภาพสูสงคมไทย”กําหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 28-29 พฤษภาคมนี้ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยเป็นมหกรรมสร้างเสริมสุขภาพครังยิ่งใหญ่ในโอกาสการดําเนินงานของ สสส. ครบรอบ 12 ปี

               นพ.วิชัย โชควิวัฒน รองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ คนที่ 2 กล่าวว่า การสร้างสุขภาวะทั้งกายและใจไม่สามารถเกิดขึ้นได้ จากการทํางานเพียงลําพัง ซึ่ง 12 ปี ที่ผ่านมา สสส. ได้ดําเนินการร่วมกับ “ภาคีสร้ างเสริมสุขภาพ” จากทุกภาคส่วนจนมีภาคีเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยสูสงคมสุขภาวะมากกว่า 300 หน่วยงาน/องค์กร รวมทังสิ้น 10,942 ราย เกิดโครงการสร้างสุขภาพถึง 12,365 โครงการ จากการทํางานทั้้งหมดจําเป็นต้องทบทวน และสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อนําไปสู่การเพิมขีดความสามารถสอดคล้องกับการดําเนินงานที่ผานมา สสส. ได้ถูกประเมินการดําเนินงานในโอกาสครบรอบ 10 ปี เมื่อปี 2554 จากคณะผู้ประเมินจากองค์การอนามัยโลก ธนาคารโลก และออสเตรเลีย ได้ประเมินไว้ว่า สสส. เป็นองค์กรต้นแบบด้านนวัตกรรมสร้างเสริ มสุขภาพ

               นพ.วิชัย กล่าวต่อว่า สสส. ได้สร้างวัฒนธรรมสร้างสุขภาพครอบคลุมทั่วประเทศเข้าถึงทุกกลุ่มอายุเพื่อลดปัจัยเสี่ยง โดยสามารถลดผลกระทบจากความเสี่ยงต่างๆ ทั้งจากการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ อุบัติเหตุ และปัจจัยเสี่ยงทางสังคมต่างๆ โดยมีต่างประเทศมาศึกษาการดําเนินงานของ สสส. มากกว่า 20 ประเทศ อาทิ เวียดนาม มาเลเซีย เกาหลีใต้มองโกเลีย ภูฏาน และ สปป.ลาว และนําองค์ความรู้ จาก สสส. ไปดําเนินการจัดตั้งองค์กรสร้างเสริมสุขภาพในประเทศของตน ซึ้งทั้งหมดนี้จะมีการนําเสนอให้ภาคีเครื อข่ายทราบและร่วมพัฒนากลยุทธ์ในอนาคต เพื่อเข้าสู่ทศวรรษหน้า จึงจําเป็นต้องมีความเข้มแข็งในการคิดเชิงยุทธศาสตร์ การสร้างงานวิจัย แนวทาง ความรู้ใหม่ๆ การประเมินผล และการพัฒนาศักยภาพ

               ด้าน ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวว่า การจัดเวทีสานงานเสริมพลังฯ หรื อ Thaihealth Forum เป็นการรวมพลังจากภาคเครือข่ายจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคราชการ เอกชน นักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์ สถาบันการศึกษา ชุมชน กว่า 3,000 คนในรอบ 12 ปี ของการทํางาน ถือเป็นการร่วมขับเคลื่อนงาน กําหนดทิศทางอนาคตร่วมกัน และบูรณาการเชื่อมโยงภาคส่วนต่างๆ โดยหวังว่า จะเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยกัน ทําให้ภาคีเครือข่ายมีบทบาทในการร่วมกันกําหนดและผลักดันทิศทางและยุทธศาสตร์ ในอนาคตของ สสส. และขยายผลจากนวัตกรรมสู่ปฏิบติการ เพื่อทําให้งานสร้างเสริมสุขภาพดําเนินไปอย่างยังยืน

               ทพ.กฤษดา กล่าวต่อว่ า การรวบรวมภาคเครือข่ายครังใหญ่ในรอบ 12 ปี ในการทํางานของสสส. จะทําให้เกิดการพัฒนายุทธศาสตร์ ในการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพระยะยาว ซึ่งเน้นการผนึกพลังของภาคีเครือข่ายของ สสส. ร่วมกันสร้างแนวทางการพัฒนาการสร้างเสริมสุขภาพให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ต่างๆ โดยภายในงานจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลสร้างเสริมสุขภาพที่หลากหลาย ทั้งองค์ความรู้ทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่น เชิงวิชาการ รวมถึงการเตรียมความพร้อมสู่การผลักดันเป็นนโยบายสาธารณะระดับท้องถิ่นและระดับชาติด้วย โดยเฉพาะในช่วงเช้าของวันที่ 28 พ.ค.นี้ ได้รับเกียรติจาก ศ.นพ.ประเวศวะสี ปาฐกถาพิเศษ หัวข้ อ “นวัตกรรมทางสังคมกับการพัฒนาประเทศ” การแสดงทรรศนะของนักวิชาการสาธารณสุขทั้งไทยและต่างชาติและในวันที่ 29 พ.ค. มีการปาฐกถาพิเศษจาก ศ.เกียรติคณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี หัวข้ อ“สุขภาพในทศวรรษต่อไป” นอกจากนี้ยังมีการอภิปรายห้องย่อย และมีลานกิจกรรมหรือ Market Place ที่จะมีกิจกรรมสร้ างสรรค์จากทุกภาคีเครื อข่ายมาร่วมให้ ความรู้แก่ผ้ เข้ าร่วมประชุม โดยทุกภาคส่วนจะได้ แลกเปลี่ยน เรี ยนรู้แนวคิดของกันและกันเพื่อนําไปสูการทํางานบูรณาการร่วมกันในอนาคต