ไลฟ์สไตล์

'ชินภัทร'ลั่นพร้อมแจงปมทุจริตครู

'ชินภัทร'ลั่นพร้อมแจงปมทุจริตครู

22 พ.ค. 2556

'ชินภัทร' ชี้พร้อมแจงทุกประเด็นทุจริตครูผู้ช่วย ลั่นยังไม่ยื่นอุทธรณ์ ขอดูประเด็นคณะกรรมการสอบสวนวินัยฯ ก่อน ขณะที่ 'พนิตา' เผยรมช.ศธ. สั่งสอบเพิ่มอีก 3 ราย

 

                           22 พ.ค. 56  ตามที่  นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ ได้ลงนามในคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่  ศธ. 323 /2556 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติของคณะรัฐมนตรี นโยบายของรัฐบาล และไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง ตามนัยมาตรา 82 (2) ประกอบมาตรา 85 (7) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 โดยมี นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เป็นประธาน ซึ่งในหนังสือได้ระบุด้วยหากผู้ถูกกล่าวหาเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคำสั่งนี้ และประสงค์จะอุทธรณ์คำสั่งนี้ ให้อุทธรณ์ภายใน 30 วัน นับแต่วันรับทราบคำสั่งนี้ โดยให้อุทธรณ์ต่อ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) นั้น

                           นายชินภัทร กล่าวว่ายังไม่ได้รับหนังสือเรื่องการถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง แต่อย่างใด ส่วนจะยื่นอุทธรณ์ต่อ ก.พ.ค.ตามสิทธิ์หรือไม่นั้น ต้องดูประเด็นที่ทางคณะกรรมการสอบสวนวินัยฯ ตั้งมาก่อนว่ามีประเด็นใดบ้าง มีความจำเป็นหรือไม่ต้องใช้สิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ ซึ่งหากเป็นเรื่องที่สามารถชี้แจงต่อคณะกรรมการสอบสวนวินัยฯได้ก็จะรวบรวมข้อมูลเพื่อชี้แจงทันที ทั้งนี้ ในวันนี้(22 พ.ค.2556)ตนได้ประชุมทางไกลผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเร้นไปยังผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) 79 เขตที่จะมีการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้ง บุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ประจำปี 2556 ในเดือนมิ.ย.นี้ ว่า สพฐ.มีการตั้งคณะกรรมการ 3 ชุดเพื่อมาช่วยดูแลการจัดสอบ

                           พร้อมย้ำให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กำหนดโดยเฉพาะเรื่องการอนุญาตให้สมัครสอบได้เพียงที่เดียว ซึ่งให้เขตพื้นที่ฯ จัดส่งรายชื่อและเลขประจำตัว 13 หลักของผู้มีสิทธิสอบมายังส่วนกลางโดยมอบให้สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) ของ สพฐ. โดยใช้โปรแกรมจำแนกเพื่อดูว่ามีการสมัครสอบซ้ำซ้อนหรือไม่ หากพบแจ้งไปยังเขตพื้นที่ฯ ได้ดำเนินการต่อไป รวมทั้งให้เขตพื้นที่ฯทำหนังสือรายงานการเตรียมความพร้อมการจัดสอบ ทั้งเรื่องการทาบทามสถาบันอุดมศึกษาในการออกข้อสอบ จัดส่งข้อสอบ การตรวจกระดาษคำตอบและประมวลผล ซึ่งเบื้องต้นทราบว่ามีการทาบทามเรียบร้อยเหลือเพียงการทำสัญญา

                           ด้าน นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีการทุจริตสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยกรณีที่มีความจำเป็นหรือเหตุพิเศษ ว 12 กล่าวว่า ขณะนี้ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช  รมช.ศึกษาธิการ ได้ให้มีการสืบข้อเท็จจริงข้าราชการระดับสูงที่เกี่ยวข้องอีก 3 ราย  ได้แก่ นายอนันต์ ระงับทุกข์ รองเลขาธิการ กพฐ. นายไกร เกษทัน อดีตผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติกร สพฐ.และนายสุเทพ ชิตยวงศ์ ผู้ตรวจราชการ ศธ.อดีตผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. เพิ่มเติม ทั้งนี้ แต่เดิมนั้นคณะกรรมการฯชุดของตนได้เสนอให้ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงทั้ง 4 ราย โดยในส่วนของ รองเลขาธิการ กพฐ. และผู้ช่วยเลขานุการ กพฐ. ได้มีการสรุปว่าคนใดคนหนึ่งกระทำผิด แต่ รมช.ศึกษาธิการ เห็นว่าควรจะต้องกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง นายชินภัทร คนเดียวก่อนและให้มาสอบสวนทั้ง 3 คนเพิ่มเติม เนื่องจากเกิดความสงสัยเพราะความผิดชอบเท่ากัน ซึ่งเร็ว ๆ นี้จะมีการนัดประชุมคณะกรรมการฯ ต่อไปและจะเร่งดำเนินการสรุปโดยเร็ว ๆ เนื่องจากเหลือเวลาอีก 4 เดือนตนจะเกษียณอายุราชการ

                           อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการฯ ชุดดังกล่าวทำหน้าที่สืบสวนวินัยในฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น เพราะฉะนั้น ในการสอบสวนวินัยร้ายแรง นายชินภัทร ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการไม่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนการทุจริต ซึ่งหากจะสอบสวนกรณีทุจริตก็ต้องอาศัยข้อมูลของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ กำลังดำเนินการอยู่ซึ่งได้มีสอบและสรุปว่ามีการทุจริตจริง รวมทั้งข้อมูลคือรายละเอียดอื่นๆ ไม่ว่าจะเส้นทางการเงิน  การเรียกคืนเงิน เรื่องละเมิด มาพิจารณาซึ่งเป็นเรื่องของคดีอาญา

                           ด้าน นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กกอ. ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการกพฐ.กรณีทุจริตสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ว.12 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ว่า เพิ่งได้รับหนังสือคำสั่งแต่งตั้งจากสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี ให้ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการฯ ชุดดังกล่าว เมื่อวันที่ 22พ.ค.ที่ผ่านมา และกำลังตรวจสอบกรรมการคนอื่นๆ ว่าได้รับคำสั่งครบถ้วนหรือยัง ก่อนที่จะมีการเรียกประชุมคณะกรรมการฯ คาดว่าน่าจะประชุมนัดแรกได้ในวันจันทร์หรืออังคารนี้

                           อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้ถูกสอบสวนเป็นข้าราชการระดับสูง ก็จะสามารถชี้แจงเป็นเอกสารพร้อมกับพยานหลักฐานประกอบการพิจารณาส่งมาที่คณะกรรมการฯหรือจะมาชี้แจงกับคณะกรรมการฯด้วยตนเองก็ได้ ทั้งนี้ถ้าหากผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงเป็นเอกสารคณะกรรมการฯก็จะมาอ่านและพิจารณาเอกสารพร้อมพยานหลักฐานที่ส่งมา หากเห็นว่ายังไม่เพียงพอจึงจะขอสอบผู้ถูกสอบสวน ซึ่งเป็นไปตามกฎ ก.พ.ฉบับที่ 18 ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณาข้าราชการพลเรือนสามัญ

                            อย่างไรก็ตามเท่าที่ได้อ่านข้อมูลสรุปผลการรายงานของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เห็นว่าจะต้องมีการทำหนังสือเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมกลับไปยังรัฐมนตรีในฐานะผู้ออกคำสั่งแต่งตั้ง เนื่องจากเอกสารที่ได้รับมานั้น ยังไม่เพียงพอต่อการกำหนด สว.2 หรือ หนังสือแจ้งผู้ถูกกล่าวหาได้ ส่วนกรณีที่จะเสนอให้ผู้ถูกกล่าวหาออกจากตำแหน่งไว้ก่อนหรือไม่นั้น  คณะกรรมการสอบสวนวินัยฯ ไม่ใช่ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุแต่งตั้งตามกฎหมาย เมื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐานและคำให้การของพยานทั้งหมดแล้ว จะสรุปความเห็นเสนอผู้สั่งแต่งตั้งเพื่อพิจารณา และขึ้นอยู่ที่ว่าผู้มีอำนาจสั่งแต่งตั้งจะถามความเห็นของคณะกรรมการอีกหรือไม่

                           นายอภิชาติ กล่าวต่อว่า ไม่รู้สึกหนักใจ ที่จะทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงผู้บริหารระดับ 11 ถึง 2 คน แต่เป็นภาระที่หนักขึ้นเพราะเป็นหัวหน้าส่วนราชการเหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตามเมื่อได้รับมอบหมายแล้ว ก็จะทำหน้าที่ให้ดี ให้เป็นธรรมที่สุด และจะทำความจริงให้ปรากฏตามข้อมูลหลักฐานและพยานที่มีอยู่ ทั้งนี้ก็ต้องให้ผู้ถูกกล่าวหาได้มีโอกาสชี้แจงด้วย