ไลฟ์สไตล์

คัดสรร2ผลงานศิลปินไทยแสดง'เวนิส เบียนนาเล่ 55 '

คัดสรร2ผลงานศิลปินไทยแสดง'เวนิส เบียนนาเล่ 55 '

22 พ.ค. 2556

คัดสรร2ผลงานศิลปินไทยแสดง'เวนิส เบียนนาเล่ 55 '


          สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับสถานทูตไทยประจำกรุงโรม และบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ให้การสนับสนุนศิลปินไทย พร้อมภัณฑารักษ์และทีมงาน นำผลงานไปจัดแสดงในงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ เวนิส เบียนนาเล่ ครั้งที่ 55 (The 55th International Art Exhibition, La Biennale di Venezia) ณ นครเวนิส สาธารณรัฐอิตาลี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ภัณฑารักษ์และศิลปินไทยได้พัฒนาและแสดงศักยภาพในการจัดแสดงผลงานศิลปะให้ทัดเทียมนานาชาติ เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่งดงาม เผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศ และพัฒนาต้นทุนทางศิลปวัฒนธรรม ซึ่งจะช่วยพัฒนาประเทศและส่งผลในด้านเศรษฐกิจและสังคมต่อไป
 
          โดยสำนักงานได้คัดเลือกศิลปินจำนวน 2 คน คือ วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ สร้างสรรค์ผลงาน ชุด “Poperomia” และอริญชย์ รุ่งแจ้ง สร้างสรรค์ผลงาน ชุด “Golden Teardrop” ซึ่งเป็นผลงานที่สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง และการพัฒนางานศิลปะร่วมสมัยของไทย ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ประเทศไทยได้รับเชิญจากคณะกรรมการผู้จัด “งานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ เวนิส เบียนนาเล่ ครั้งที่ 50” ให้นำผลงานเข้าร่วมจัดแสดงอย่างเป็นทางการ นับเป็นก้าวแรกของประเทศที่ได้นำเสนอผลงานศิลปะในเวทีโลกอย่างเป็นทางการ
 
          ผลงาน Poperomia โดย วศินบุรี มุ่งสำรวจลักษณะทางวัฒนธรรมร่วมสมัย ซึ่งถูกแทรกซึมหรือถูกดูดกลืนจากสิ่งที่เป็นอยู่ดั้งเดิม จนค่อยๆ เกิดการกลายรูป ผ่านพลวัตทางสังคมและวัฒนธรรม การบูรณาการและการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมในชีวิตประจำวัน ทั้งในเชิงล้มล้างและเชิงสร้างสรรค์ เปิดช่องให้ศิลปินตั้งคำถามเกี่ยวกับพันธนาการของลำดับชั้นทางวัฒนธรรม
 
          Poperomia มีเป้าประสงค์เพื่อขยายขอบเขตการรับรู้ของผู้ชมต่อวัฒนธรรมร่วมสมัยในหลากหลายระดับ ผ่านผลงานวิดีโอจัดวางและประติมากรรมต่างๆ พร้อมกับการมีส่วนร่วมและการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผลงานกับผู้ชมอันหลากหลาย เชื้อเชิญผู้ชมสู่ความน่าตื่นตาภายใต้ภาพลักษณ์ภายนอกของรูปแบบวัฒนธรรมกระแสนิยม ซึ่งแสดงบทบาทล้อเลียนเชิงสัญลักษณ์ ต่อรากเหง้าของความเป็นสังคมเกษตรกรรมในบริบทดั้งเดิม
 
          แนวคิดเชิงสังคมยังถูกสะท้อนผ่านผลงานวิดีโอเรื่อง ทองปาน ภาพยนตร์กึ่งสารคดีที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2519 เกี่ยวกับชาวนาอีสานที่ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างเขื่อนผามอง เพื่อการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขงตอนกลาง ผลงาน Poperomia จงใจท้าทายให้เกิดความหลากหลายทางความคิด เพื่อตั้งคำถามเกี่ยวกับการทับซ้อนกันของวัฒนธรรม ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการเข้าถึงตัวตนที่แท้จริงของเราทุกคน
 
          ขณะที่ผลงาน Golden Teardrop ของอริญชย์ เป็นการรวบรวมและประกอบเข้าด้วยกันอีกครั้งของชั้นเรื่องราวที่ไหลเวียนผ่านบทสนทนาทั้งในระดับส่วนตัวและสาธารณะ อันกระจัดกระจายและไม่ประกบกันเป็นเนื้อเดียว Golden Teardrop ปลุกผู้ชมให้สัมผัสถึงความคลางแคลงพะวักพะวง คำถามและความสงสัย ด้วยการขุดค้นลงไปใต้ภาพนำเสนอที่ทับซ้อนกันจนแน่นหนา อันเป็นผลมาจากการสมรู้ร่วมคิดและการโต้กันระหว่างอำนาจครอบงำของสถาบันกับขีดจำกัดของแต่ละปัจเจก ความคลางแคลงกระอักกระอ่วนกับความกะท่อนกะแท่นของเรื่องเล่าจากปัจเจก เผยตัวออกมาผ่านเกร็ดประวัติที่ไม่สมประกอบ และแตกเป็นเสี้ยวส่วน อันเป็นผลที่เกิดขึ้นจากการโต้ทวนกันไปมาระหว่างความทรงจำชั่วประเดี๋ยวประด๋าวกับความทรงจำที่ซึมลึก
 
          ผลงานปลุกความทรงจำเหล่านั้นผ่านการเล่าทวนด้วยวาจา ของหญิงชาวญี่ปุ่น-คู่รักของเพื่อนศิลปินเอง นักผจญภัยชาวกรีกที่เดินทางมายังประเทศสยาม เมื่อปี ค.ศ.1675 เพื่อทำการค้ากับบริษัทบริทิช อีสต์ อินเดีย รวมไปถึงเรื่องราวของขนมหวาน "ทองหยอด" ทำจากไข่แดง หรือรู้จักกันในชื่อ Ovos Moles อันคิดค้นขึ้นโดยแม่ชีในโบสถ์คอนแวนต์ออฟจีซัส แห่งอะไวโร่ ประเทศโปรตุเกส ขนมสูตรนี้เดินทางข้ามมหาสมุทร และเผยแพร่เป็นตำรับขึ้นอีกครั้งโดยหญิงชาว คาทอลิกเลือดผสมระหว่างเบงกอล โปรตุเกส กับญี่ปุ่น ผู้เป็นหญิงสาวชาวสยามในสมัยอยุธยา ตอนศตวรรษที่ 17 ผลงานของอริญย์จะสะกิดคนดูให้ตระหนักถึงตำแหน่งแห่งที่ของความฉงน สนเท่ห์ต่อภาพตัวแทนสำเร็จรูป สิ่งที่เป็นปริศนา และความกระอักกระอ่วนใจ
 
          ซึ่งเป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับวงการศิลปะในประเทศไทยที่บ่งบอกถึงว่าบัดนี้ประเทศไทยมีเจ้าภาพที่จะรับผิดชอบ ดูแล และคัดเลือกศิลปินให้เป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานนำเสนอในฐานะตัวแทนของประเทศอย่างเป็นระบบ ดุจเดียวกับนานาประเทศที่ถือปฏิบัติกันมาเป็นเวลากว่าร้อยปีแล้ว นับแต่เกิดการแสดงผลงานศิลปะนานาชาติ ณ นครเวนิส ในปี 2438 เป็นต้นมา