ไลฟ์สไตล์

ครม.เห็นชอบปลด'หมอวิทิต'พ้น'ผอ.อภ'

ครม.เห็นชอบปลด'หมอวิทิต'พ้น'ผอ.อภ'

21 พ.ค. 2556

มติครม.เห็นชอบปลด 'หมอวิทิต' พ้นเก้าอี้ 'ผอ.อภ.' ด้าน 'หมอชลน่าน' ปัดโยงสาเหตุปมงบฯ 75 ล้านบาท ยันฝ่ายการเมืองไม่มีเอี่ยว

 

                      21 พ.ค.56 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมช.สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบเรื่องที่คณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) มีมติให้เลิกสัญญาจ้างนพ.วิทิต อรรถเวชกุล เป็นผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (ผอ.อภ.) ตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอเป็นวาระพิจารณาจร เนื่องจากนพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) ได้ลงนามเรื่องเสนอเข้าครม.เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2556 จึงบรรจุเป็นวาระปกติไม่ทัน

                      “ตามมาตรา 25 พรบ.องค์การเภสัชกรรม พ.ศ.2509 การเข้าสู่หรืออกจากตำแหน่งของผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมเป็นอำนาจของบอร์ดที่จะพิจารณา แต่เมื่อผลเป็นเช่นไรต้องเสนอเข้าสู่ครม.เพื่อให้มีมติด้วย ซึ่งในการพิจารณาของครม.ครั้งนี้ ผมแทบไม่ต้องชี้แจงอะไรในประเด็นนี้ เพราะครม.พิจารณาตามข้อกฎหมาย เห็นพ้องกับสิ่งที่บอร์ดเสนอ และเป็นการพิจารณาที่ยึดกระบวนการ วิธีการ ไม่ได้ยึดที่ตัวบุคคล เมื่อเห็นว่าบอร์ดดำเนินการตามระเบียบต่างๆอย่างถูกต้อง ครม.ก็เห็นชอบตามนั้น ทั้งนี้ ตามกฎหมายการพ้นจากตำแหน่งผอ.อภ.จะมีผลทันทีในวันที่ครม.มีมติเห็นชอบ” นพ.ชลน่าน กล่าว

                      ต่อข้อถาม มีการกล่าวหาว่ามูลเหตุของการปลด นพ.วิทิต เพราะขวางทางเงิน 75 ล้านบาท ที่ฝ่ายการเมืองจ้องจะฮุบ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เพิ่งทราบจากสื่อว่าระหว่างอภ.กับสำนักงานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีการจ่ายเงินสนับสนุนกิจกรรมภาครัฐเป็นวงเงิน 75 ล้านบาทด้วย เท่าที่ทราบหากจะดำเนินการเรื่องใดที่สถานพยาบาลจะใช้เงินดังกล่าวต้องเป็นไปตามระเบียบ ซึ่งที่ผ่านมาสปสช.จะเป็นผู้เห็นชอบโครงการที่สถานพยาบาลเสนอขอให้งบนี้ แต่เมื่อสถานพยาบาลอยู่ภายใต้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) งบส่วนนนี้ต้องผ่านการพิจารณาของสธ.เพื่อที่จะสามารถตรวจสอบว่าการดำเนินการตามโครงการที่เสนอถูกต้องเหมาะสมหรือไม่

                      “ผมไม่เชื่อว่าเงิน 75 ล้านบาท จะเป็นเหตุที่ทำให้ปลดนพ.วิทิต เพราะหากเป็นเพราะเหตุผลนี้ นพ.วิทิต สามารถนำเรื่องนี้ไปใช้เป็นข้อต่อสู้ได้สบาย และผมยังไม่เคยได้ยินว่าฝ่ายการเมืองจะใช้เงินก้อนนี้ และแม้ฝ่ายการเมืองจะใช้เงินก้อนนี้ก็ต้องเป็นไปเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสถานพยาบาล เพราะเป็นเงินที่ให้กับสถานพยาบาลไม่ได้ให้กับตัวบุคคล หากนำไปใช้ก็เท่ากับผิดระเบียบ การจะบอกว่านพ.วิทิตถูกกลั่นแกล้งหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ควรมองภาพรวมทั้งหมดว่าเป็นแบบนั้นหรือไม่” นพ.ชลน่าน กล่าว

                      กรณีที่ชมรมแพทย์ชนบท เครือข่ายผู้ป่วยโรคไตและเครือข่ายต่างๆจะไปชุมนุมยืดเยื้อหน้าบ้านนายกรัฐมนตรีในวันที่ 6 มิถุนายนเพื่อให้ปลดนพ.ประดิษฐนั้น นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ลำบากใจจะตอบมาก เพราะข้อเรียกร้องเรื่องค่าตอบแทนนั้น ตามมติครม.ก็มีการเปิดกว้างไว้แล้วว่าจะต้องมีการทบทวนในเรื่องของหลักเกณฑ์การดำเนินการต่างๆ ไม่ได้เป็นการผูกขาดแบบตายตัว และตามหลักการที่ครม.เห็นชอบก็ให้เป็นการจ่ายค่าตอบแทนแบบผสมผสานระหว่างเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายและการจ่ายตามผลการปฏิบัติงานหรือพีฟอร์พี(Pay For Performance : P4P) อีกทั้ง หากดำเนินการไปแล้ว 1 ปี จะต้องมีการทบทวนเสนอหลักเกณ์ใหม่อีกครั้ง เพื่อให้สอดคล้องเหมาะสม หมายความว่าจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขอยู่แล้ว

                      “ถ้าการชุมนุมยืดเยื้อย่อมมีปัญหาเกิดขึ้นแน่นอน โดยเฉพาะการไปจัดบริการในบริเวณดังกล่าวจะสะดวกปลอดภัยต่อคนรับบริการหรือไม่เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา ทั้งนี้ ผมอยากให้หันหน้ามาคุยกัน เพราะทุกอย่างสามารถหารือร่วมกันได้ ไม่ใช่ยึดความเห็นของใคร กลุ่มใด้กลุ่มหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว ไม่ควรปิดประตูตาย ไม่เปิดเลยก็แก้ปัญหาไม่ได้” นพ.ชลน่าน กล่าว

                      นพ.วิทิต อรรถเวชกุล อดีตผอ.อภ. กล่าวว่า ยังไม่คิดดำเนินการฟ้องร้องขอความเป็นธรรมทางกฎหมาย เพราะยังไม่เห็นสำนวน ส่วนกระแสเรื่องการแปรรูปอภ. ยอมรับว่า เคยมีคนระดับผู้ใหญ่สอบถามความคิดเห็นในเรื่องนี้ เป็นลักษณะเหมือนการโยนหินถามทาง ทั้งนี้ หากจะมีการแปรรูปจริงก็ทำได้ยาก เพราะอภ.ต้องดูแลด้านยาให้กับคนไข้จำนวนมาก แต่เมื่อนำเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วง 3-4 เดือนนี้มาเชื่อมโยง ก็อาจเป็นไปได้

                      สิ่งที่มองจากนี้คงจะหางานทำ และคงไม่หวนกลับมาทำงานกับภาครัฐ เพื่อป้องกันความหวาดระแวงกัน แต่มุ่งทำงานองค์กรอิสระ เรื่องที่มีกลุ่มเอ็นจีโอ ล่ารายชื่อเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อขอระงับคำสั่งปลดผมออกจากตำแหน่ง ถือเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่คงไม่สามารถทำให้กลับไปดำรงตำแหน่งได้ เพราะมีการเลิกจ้างแล้ว” นพ.วิทิต กล่าว

                      นพ.วิทิต กล่าวในวันที่เปิดใจกับสื่อมวลชนที่โรงแรมริชมอนด์ว่า งบประมาณสนับสนุนกิจกรรมภาครัฐที่อภ.จะจ่ายให้หน่วยงานต่างๆที่สั่งซื้อยาและชำระเงินสดใน 60 วัน จำนวน 75 ล้านบาท จากเดิมที่ อภ.จะส่งให้ สปสช. แต่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ท้วงติงให้ส่งงบประมาณดังกล่าวให้หน่วยบริการปลายทางโดยตรง ซึ่ง สปสช.ได้ส่งหนังสือให้ส่งงบประมาณดังกล่าวให้หน่วยงานต้นสังกัดคือ สป.สธ. และ อภ.เพียงแต่ทำหน้าที่ตามที่ สตง.แนะนำ และไม่ทราบว่าใครจะนำเงินก้อนนั้นไปทำอะไร เพราะไม่มีหน้าที่จัดการ โดยงบประมาณดังกล่าว สตง.สามารถตรวจสอบกับหน่วยงานที่รับงบประมาณไปได้ และไม่ขอวิเคราะห์ว่าเป็นการโยกย้ายเงินไปเข้ากระเป๋าใครอย่างไร