
"เยาวชนอาเซียน"แลกเปลี่ยนเรียนรู้สัมผัสวัฒนธรรมดนตรี-นาฏกรรม
ประสบผลสำเร็จอย่างงดงามสำหรับงานแสดงวัฒนธรรมเยาวชนอาเซียนครั้งที่ 7 (7th ASEAN Youth Cultural Forum) ในหัวข้อPercussion and Dance: Tradition Meets Contemporary นับเป็นความสำเร็จครั้งที่2 ของประเทศไทยโดยเฉพาะ 3 มหาวิทยาลัยไทยได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มห
น.ส.นภารัตน์พิรวัฒนกุล เจ้าหน้าที่อาเซียนยูนิเวอร์ซิตี้ เน็ตเวิร์ก เล่าว่างานแสดงวัฒนธรรมเยาวชนอาเซียน ครั้งที่ 7 เป็นผลจากการลงนามร่วมกันของผู้นำประเทศสมาชิกในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 14 เพื่อร่วมกันผลักดันสร้างความเข้มแข็งก้าวเข้าสู่การเป็นประชาสังคม และวัฒนธรรมอาเซียน โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนอาเซียนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ วัฒนธรรม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ
"เมย์" ปริศนาชวลี นิสิตชั้นปีที่4 สาขานาฏศิลป์คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เล่าว่า ได้รับเลือกจากอาจารย์ให้เข้าร่วมงานครั้งนี้ เนื่องจากเรียนด้านนาฏศิลป์ และหัวข้อปีนี้เกี่ยวกับดนตรี เต้น และนาฏศิลป์ เมื่อเข้าร่วมกิจกรรมทำให้มีโอกาสฝึกฝนภาษาอังกฤษและแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมแต่ละประเทศว่าแตกต่างหรือเหมือนกันอย่างไรบ้าง
"ห้องเรียนทำให้มีความรู้นาฏศิลป์ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ แต่ไม่ได้เห็นการแสดงนาฏศิลป์ของประเทศเพื่อนบ้านว่าเป็นอย่างไร งานครั้งนี้ทำให้ได้ศึกษาถึงวิธีการร่ายรำ การเต้น เครื่องดนตรี และศิลปวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ถือเป็นบทเรียนที่ดีมากๆ และทำให้รักนาฏศิลป์-ศิลปวัฒนธรรมไทยมากขึ้น"
เมย์เล่าต่อว่าหากศิลปวัฒนธรรม นาฏศิลป์ไทย โกอินเตอร์ได้นั้น มองว่าควรนำเสนออะไรที่แตกต่างจากประเทศในอาเซียน เช่น นำเสนอการแสดงภาคเหนือ ฟ้อนรำ ที่บ่งบอกถึงวิถีชีวิตความเป็นไทยค่อนข้างแตกต่างจากอาเซียนทั้ง 9 ประเทศเป็นต้น อีกทั้งต้องมีการส่งเสริมอย่างแท้จริง ขณะที่คนรุ่นใหม่ที่สนใจนาฏศิลป์ ศิลปวัฒนธรรมต้องมีความมุ่งมั่นและตั้งใจ
เช่นเดียวกับ "เป้" มรรษภรณ์ ชาติวิรัตน์ภูรี นักศึกษาชั้นปีที่1 คณะวิทยาลัยดุริยางคศิลป์มหาวิทยาลัยมหิดล เล่าว่า โครงการนี้นอกจากทำให้ได้เพื่อนและมิตรภาพดีๆ แล้ว ยังเป็นอีกคนหนึ่งที่ทำหน้าที่เสมือนตัวแทนของคนในประเทศ ในการเผยแพร่เครื่องดนตรีของไทยคือ ซออู้ ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีไทยที่รักมากให้เพื่อนอาเซียนทั้ง 9 ประเทศได้เรียนรู้และหันมาสนใจเครื่องดนตรีไทยมากขึ้น
"เครื่องดนตรี วัฒนธรรม ถึงแม้ภายนอกมีความแตกต่างกัน แต่เมื่อสัมผัส เรียนรู้แล้ว ไม่มีอะไรแตกต่างกัน เช่น ขลุ่ยเวียดนาม ดูภายนอกอาจแตกต่างกับขลุ่ยไทย แต่เมื่อได้เล่น ทั้งวิธีการเป่า เสียงที่ออกมาไม่ได้แตกต่างจากขลุ่ยไทย ยังคงเป็นเครื่องดนตรีที่ไพเราะ จึงทำให้รู้ว่าดนตรียังมีอีกมากมายที่เราสามารถเรียนรู้ได้ และไม่ควรหยุดนิ่งในการเรียนรู้ดนตรีต่อไป
เป้ บอกว่า สิ่งที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด นอกจากความรู้แล้ว ยังได้รู้จักตนเองมากขึ้น เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนอาเซียนแล้ว เรายังขาดวินัยในการฝึกซ้อมอีกเยอะ ดังนั้นตั้งแต่นี้ต่อไปจะพัฒนาตนเอง และเป็นคนที่มีวินัยต่อตนเองมากขึ้น เพื่อความฝันในการเป็นนักดนตรีไทยประสบความสำเร็จ และสามารถแข่งขันกับเพื่อนๆ ต่างชาติได้
งานแสดงวัฒนธรรมเยาวชนอาเซียน5 วัน 4 คืนคงไม่เพียงพอต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมได้อย่างลึก SE. Monadillah Bachok นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยซายน์มาเลเซียประเทศมาเลเซีย ที่เข้าร่วมงานแสดงวัฒนธรรมเยาวชนอาเซียน เล่าว่า เป็นครั้งแรกที่มาเมืองไทย ทำให้เห็นวัฒนธรรม ประเพณี อาหารการกิน และโบราณสถานต่างๆ มากมาย ซึ่งเป็นประเทศหนึ่งที่ประทับใจมากๆ โดยเฉพาะการเรียนรู้วัฒนธรรมการเต้นและนาฏศิลป์ไทย
วัฒนธรรมทางใต้ของไทยกับมาเลเซียอาจคล้ายกันเช่น เต้น ฟ้องรำ ซึ่งมาเลเซียดัดแปลงมาจากไทย ดังนั้นการที่เพื่อนๆ ชาวไทยได้นำเสนอการฟ้องรำของภาคเหนือ การได้เห็นการแสดงดนตรีไทย ทำให้เห็นได้ว่าวิถีชีวิตของคนไทยมีหลากหลาย เมื่อกลับไปที่มาเลเซีย ดิฉันตั้งใจจะนำประสบการณ์ดีๆ ไปเล่าให้เพื่อนๆ อาจารย์ และครอบครัวฟังว่าคนไทยไม่ได้น่ากลัว และเมืองไทยมีวัฒนธรรมที่น่าสนใจหลายๆ อย่าง
เวทีแห่งนี้ไม่ใช่เป็นเวทีแห่งการแสดงออกถึงวัฒนธรรมและประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละประเทศเท่านั้นแต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้และเปิดมุมมองของเด็กๆ อาเซียน ให้เชื่อมโยงทางวัฒนธรรมผสมผสานกันได้อย่างลงตัว
Mr.Roberto Brillaute นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเดลลาเซลประเทศฟิลิปปินส์ เล่าปิดท้ายว่า ไม่ได้เรียนทางด้านดนตรี นาฏศิลป์ แต่เรียนทางด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ดังนั้นเมื่อได้มาเรียนรู้ ทำงานร่วมกับเพื่อนๆ จากประเทศต่างๆ ทำให้รู้ว่าดนตรีไม่ว่าชาติไหน ประเทศใดก็สามารถผสมผสานได้อย่างลงตัว
งานในครั้งนี้ทำให้ความคิดของผมเปลี่ยนแปลงในหลายๆ อย่าง เช่น มุมมองที่มีต่อคนไทย เพราะหากตามข่าว หรือสื่อต่างๆ ที่นำเสนอที่บ้านผม รู้สึกว่าเมืองไทยน่ากลัว แต่เมื่อได้มาสัมผัส พูดคุยกับเพื่อนๆ ชาวไทย และได้ท่องเที่ยว เรียนรู้วัฒนธรรมไทย รู้เลยว่าคนไทยใจดี มีน้ำใจ และชอบช่วยเหลือผู้อื่น"
ผลพวงของการเรียนรู้วัฒนธรรมไม่ใช่เพียงการแลกเปลี่ยนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มุมมองความคิดที่มีต่อวัฒนธรรมวิถีชีวิตในประเทศต่างๆ เพราะต่อให้โลกของดนตรี ศิลปวัฒนธรรม สามารถเรียนรู้ได้ง่ายผ่านโลกแห่งการสื่อสาร แต่น้ำใจ รอยยิ้ม และความประทับใจที่ได้รับคงไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับการได้สัมผัส และลงมือเรียนรู้ ปฏิบัติด้วยตนเอง
0 ชุลีพรอร่ามเนตร 0



