
'เศรษฐีใหม่'จากปลายนิ้ว
'เศรษฐีใหม่'จากปลายนิ้ว : คอลัมน์อินโนเทค : โดย...คนชอบเล่า
คุณคงต้องประหลาดใจ เมื่อได้รู้ว่า ตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โลกใบนี้มีเศรษฐีใหม่เกิดเพิ่มขึ้นมากแค่ไหน ด้วยต้นทุนเล็กๆ ที่มีอยู่ในตัวบุคคล นำความสนใจส่วนตัว และความสามารถมาพัฒนาเป็น “สินค้า” ขายให้แก่ผู้บริโภคผ่านหน้าร้านค้าบนเว็บ และบนมือถือ ในราคาเริ่มต้นไม่กี่สิบบาท
เมื่อเร็วๆ นี้ “แอปเปิเล อิงค์” ประกาศความสำเร็จของร้านค้าออนไลน์ “แอพ สโตร์” ใต้ร่มเงาค่ายแอปเปิล ที่มียอดเข้ามาดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นบนหน้าร้านแห่งนี้ไปแล้วทั้งสิ้น 50,000 ล้านครั้ง ภายใน 5 ปี นับตั้งแต่เริ่มเปิดตัวกิจการนี้เมื่อปี 2551 รับสัญญาณเฟื่องฟูของการใช้มือถือสมาร์ทโฟน เรื่อยมาจนแท็บเล็ต
นับจากวันที่มีการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น “แรก” เพื่อนำไปใช้บนมือถือไอโฟน เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2551 มาถึงวันนี้ แอพ สโตร์ สร้างมูลค่ายอดขายไปแล้วประมาณ 3,860 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งในทันทีที่เกิดยอดดาวน์โหลดที่ 50,000 ล้าน ทางแอปเปิล ก็ตกรางวัลให้ลูกค้าผู้โชคดีรายนั้นทันที ด้วยบัตรเงินของขวัญ มูลค่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ (น่าเสียดายที่ว่า แอปเปิล ไม่มีการเปิดเผยรายชื่อผู้โชคดีรายนั้น)
ยอดขายที่เกิดขึ้นในแอพ สโตร์นี้เอง สัดส่วน 70% จะถูกโอนถ่ายไปให้นักพัฒนาแอพพลิเคชั่น ที่นำสินค้า (แอพพลิเคชั่น) มาฝากขายบนหน้าร้านค้าออนไลน์แห่งนี้ โดยเมื่อเดือนเมษายน ที่เพิ่งผ่านมา มีตัวเลขอย่างเป็นทางการ ระบุว่า นักพัฒนาที่เป็นคู่ค้าได้รับส่วนแบ่งไปทั้งสิ้น คิดเป็นยอดรวมถึง 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่น่าสนใจกว่านี้ ก็คือ มูลค่าตลาดของเศรษฐกิจ(รูปแบบ)ใหม่ที่เกิดขึ้นนี่แหละได้ปั้น “วัยรุ่น(พันล้าน)” หลายคนกลายเป็น “เศรษฐีใหม่” ในยุคเครือข่ายสังคมออนไลน์ครองโลก
เราจะไม่เสียเวลาไปพูดถึงรายเล็กรายน้อย (แค่ระดับล้านดอลลาร์สหรัฐ) แต่อยากยกตัวอย่างสะท้านโลก ได้แก่ เกมเจ้านกขี้โมโห “Angry Birds” ที่ออกมาโลดแล่นลบนไอโฟน เมื่อเดือนธันวาคม 2552 ปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดไปแล้ว 2,000 ล้านครั้ง, เมื่อปีที่แล้ว อินสตาแกรม โปรแกรมถ่ายรูป ตกแต่ง และแบ่งปันรูปถ่าย ที่โดนใจเจ้าพ่อเฟซบุ๊ก จนโดดเข้ามาขอซื้อไปในราคา 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท) และล่าสุดคือ แอพ อ่านข่าวบนมือถือ ในชื่อ “Summly” ที่มีอายุเพียง 18 เดือน พัฒนาโดยหนุ่มน้อยชาวอังกฤษวัย 17 ปี ที่ยาฮู ขอซื้อไปในมูลค่าประมาณ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นเงินสด 90% และหุ้นของยาฮู 10%
…..เมื่อประเมินจากยอดผู้ใช้โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนปัจจุบัน ที่มีจำนวนเกือบแตะหลัก 1,000 ล้านคนแล้ว ฟันธงได้เลยว่า อนาคตโลกใบนี้จะเกิดเศรษฐีใหม่วัยเยาว์เพิ่มขึ้นอีกหลายคน ซึ่งก็อยากขอเอาใจช่วยนักพัฒนาชาวไทยว่า สักวันหนึ่งเราคงจะเห็น “ชื่อ” ของคุณ(บางคน)ปรากฏขึ้นในโลกเศรษฐีออนไลน์
.........................................
('เศรษฐีใหม่'จากปลายนิ้ว : คอลัมน์อินโนเทค : โดย...คนชอบเล่า)



