ไลฟ์สไตล์

มีของดีแล้วต้องใช้ให้เป็น

มีของดีแล้วต้องใช้ให้เป็น

19 พ.ค. 2556

มีของดีแล้วต้องใช้ให้เป็น

               ในวันนี้ประเทศไทยมีระบบการสื่อสารที่ทันสมัยไม่แพ้ประเทศใดๆ ในภูมิภาคอาเซียน ทั้งเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และเครือข่ายการสื่อสารไร้สายแบบ 3 G ที่แม้จะมาช้า แต่ก็ดีกว่าไม่มา อีกทั้งหน่วยงานภาครัฐที่เป็นผู้กำกับดูแลการสื่อสารกำลังปูทางไปสู่การนำระบบสื่อสารข้อมูลผ่านเครือข่ายไร้สายแบบ 4 G ที่เน้นการสื่อสารข้อมูลเป็นหลักมาใช้ ยิ่งทำให้ประตูของการสื่อสารเปิดกว้างขึ้นมาเอื้อต่อการพลิกมุมคิดให้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ แต่มีเพียงไม่กี่คนนักที่จะคิดใช้ได้อย่างเป็นจริงเป็นจัง

                ไม่เพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงธุรกิจในกลุ่มประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่ผลสำรวจจากบริษัทเอคเซนเชอร์ ระบุว่า ธุรกิจในอาเซียนนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาใช้ในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

                บริษัทส่วนใหญ่มีแผนจะนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาใช้เป็นกลยุทธ์ในการให้บริการลูกค้า แต่มีบริษัทเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นที่กำหนดให้เทคโนโลยีดิจิตอลเป็นกลยุทธ์สำคัญขององค์กร และผลการวิจัยดังกล่าวยังบ่งชี้ว่า ผู้ประกอบการในภูมิภาคอาเซียนไม่ได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิตอลในการสื่อสารปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างเต็มประสิทธิภาพ

                มร.มาร์โค ไรอัน กรรมการผู้จัดการ เอคเซนเชอร์ อินเตอร์แอคทีฟ ประจำภาคพื้นอาเซียน เปิดเผยว่า “จากประสบการณ์ที่ผ่านมาได้ชี้ให้เห็นว่า องค์กรที่ใช้เทคโนโลยีดิจิตอลที่ทันสมัยที่สุดในการสื่อสารกับลูกค้าได้นำเทคโนโลยีดิจิตอลมาใช้สนับสนุนการทำงานภายในองค์กรด้วย ความท้าทายในการทำเรื่องดังกล่าวอาจมาจากวัฒนธรรมองค์กรพอๆ กับเรื่องเทคโนโลยี พนักงานที่นำเทคโนโลยีดิจิตอลและสื่อสังคมออนไลน์มาใช้ทำงานร่วมกับเพื่อนพนักงานอื่นๆ อย่างเต็มประสิทธิภาพ มีแนวโน้มที่จะให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิผลมากกว่า ดังเช่น ผลการสำรวจของเอคเซนเชอร์ พบว่า บริษัทที่ต้องการสร้างประโยชน์จากการนำสื่อสังคมออนไลน์มาใช้งานอย่างแพร่หลายจะเลือกนำกิจกรรมในรูปแบบเกม (gamification) มาประยุกต์ใช้ในการทำงานทั่วไป เพื่อสร้างความแตกต่างและโดดเด่นจากคู่แข่งขัน”

                ผลการวิจัยของเอคเซนเชอร์นำเสนอข้อเสนอแนะเพื่อให้ผู้ประกอบการต่างๆ นำไปพิจารณาและใช้ปรับปรุงกลยุทธ์การใช้เทคโนโลยีดิจิตอลของตน ดังต่อไปนี้ 1.กำหนดกลยุทธ์การใช้เทคโนโลยีดิจิตอลแบบบูรณาการ ซึ่งสามารถนำไปใช้เพื่อการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับพนักงานและขับเคลื่อนการสร้างสรรค์นวัตกรรมได้อีกด้วย 2.นำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์และสร้างคุณค่า โดยอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูล (Business analytics) เพื่อความเข้าใจลูกค้าและพนักงานมากขึ้น 3.ใช้เทคโนโลยี Web 2.0 รวมทั้งแอพพลิเคชั่นสำหรับสื่อสังคมออนไลน์ 4.ประเมินผลตอบแทนการลงทุน (ROI) โดยกำหนดดัชนีวัดประสิทธิผลที่ชัดเจน ซึ่งรวมถึงการเพิ่มยอดขายและความภักดีของลูกค้า 5.ส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมการใช้เทคโนโลยีดิจิตอลภายในองค์กร ที่เหมาะสมต่อพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีดิจิตอลที่แตกต่างกันของพนักงานในองค์กรนั้นๆ

                พูดง่ายๆ ก็คือ แนะนำให้พลิกมุมมองการดำเนินธุรกิจให้เข้าสู่ยุค WEB 2.0 ที่มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ส่ง-ผู้รับสาร และใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ในการสร้างรากฐานความสัมพันธ์ในองค์กรเพื่อสร้างรากฐานความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเพื่อนำธุรกิจไปสู่จุดหมายที่ต้องการได้อย่างถูกต้อง แม่นยำและมีประสิทธิผล