ไลฟ์สไตล์

'บรัสเซลส์'กับจัตุรัสงามนามกรองด์ ปลาซ

'บรัสเซลส์'กับจัตุรัสงามนามกรองด์ ปลาซ

19 พ.ค. 2556

'บรัสเซลส์'กับจัตุรัสงามนามกรองด์ ปลาซ : คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง

                              อัมสเตอร์ดัม น่ะค่อนไปทางเปรี้ยวซ่า เป็นตัวของตัวเอง  แต่ บรัสเซลส์ คือเมืองสวยเริดๆ เชิดๆ ไม่รู้เป็นเพราะมีหนึ่งในจัตุรัสสวยที่สุดในโลกอย่างกรองด์ปลาซ ประดับเมืองรึเปล่า เลยชวนให้ผู้คนคิดว่าบรัสเซลส์เป็นแบบนั้น

                              เพื่อพิสูจน์ว่าบรัสเซลส์เป็นแบบนั้นจริงหรือไม่ ฉันเลยให้สายการบินไชน่า แอร์ไลน์ส(0-2250-9880) บินตรงแบบม้วนเดียวจบพาไปส่งที่อัมสเตอร์ดัมก่อน  เพราะไชน่าแอร์ไลน์สเขามีเที่ยวบินบินตรงไปกลับอัมสเตอร์ดัมทุกวัน

                              ตั้งหลักที่อัมสเตอร์ดัมแล้วนั่งรถไฟต่อไปหาบรัสเซลส์ด้วยรถไฟด่วน Thalys ไม่ถึง 2 ชั่วโมงก็ถึงบรัสเซลส์แล้ว รถไฟยุโรป(www.raileurope.co.th) นี่สะดวกสบายจริงๆ เหาะข้ามประเทศปร๊าดเดียวถึง ที่จริงไม่ใช่แค่เส้นทางนี้นะ ใครจะนั่งจากอัมสเตอร์ดัมไปปารีส หรือจากปารีสไปบรัสเซลส์ ก็ไวเหลือเชื่อ

                              ปัญหาอยู่ที่ว่า จะลงสถานีไหนของบรัสเซลส์เท่านั้นแหละ เพราะบรัสเซลส์เป็นเมืองที่มีสถานีรถไฟใหญ่ๆ หลายจุดให้เรางงเล่น ไล่มาตั้งแต่ Bruxelles-Nord, Bruxelles-Midi และ Bruxelles-Central

                              ใครจับจองเรือนพักใกล้สถานีไหนต้องทำการบ้านมาอย่างดี ไม่งั้นเดินกันงอมแน่ ถ้าสถานีรถไฟประจำเมืองคือ Bruxelles-Midi ที่จะอยู่ห่างจากแหล่งท่องเที่ยวเดินพอเหนื่อย แต่ถ้าเลือกเรือนพักใกล้ Bruxelles-Central ก็จะใกล้กับจัตุรัสกรองด์ปลาซที่สุด

                              เที่ยวนี้ทำการบ้านมาเป๊ะมาก หลังจากเข้าไปค้นเรือนพักจากในเว็บไซต์อโกดา(www.agoda.com)   ใช้ฟิลเตอร์กรองข้อมูลหาเรือนพักใกล้สถานี Bruxelles-Central แล้วทุกอย่างก็ง่ายดาย ยิ่งคลิกไปดูแผนที่ที่อโกดาทำไว้ให้ ยิ่งง่ายใหญ่ เดินเลี้ยวจากสถานี 3 นาทีถึงเรือนพักที่จับจองมาแล้ว

                             3 นาทีเดินจากสถานีรถไฟถึงเรือนพัก ไม่ถึง 1 นาทีเดินจากเรือนพักถึงจัตุรัสสวยที่สุดในโลก นี่ถ้าไม่เข้มข้นกับการทำการบ้าน จะไม่ได้แบบนี้แน่นอน

                              ประจวบเหมาะกับเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ เลยมีตลาดนัดกลางแจ้งกระจายอยู่ทั่วเมือง แม้แต่จัตุรัสเล็กๆ หน้าเรือนพักก็มีร้านรวงตั้งกันแน่นจัตุรัส ทั้งภาพเขียน พวงกุญแจ เครื่องประดับเก๋ๆ หมวก กระเป๋า จะช็อปอะไรล่ะมีหมด

                              แต่เดินเลี้ยวไปอึดใจเดียวก็ถึงนางเอกของบรัสเซลส์อย่าง จัตุรัสกรองด์ ปลาซ นี่คือมุมเดียวของบรัสเซลส์ที่ใครไปใครมาเป็นต้องแวะมาประทับรอยเท้า เพื่อรายงานตัวว่าข้าพเจ้าถึงบรัสเซลส์แล้ว

                               ภาพเขียน เสียงดนตรี เสียงหัวเราะและสนทนาของผู้คน เสียงชนแก้ว สถาปัตยกรรมอันงดงามที่อยู่รายล้อม และสุนทรีย์อันเอ่อล้น รอทุกคนอยู่ที่กรองด์ ปลาซ

                              เมื่อยืนอยู่กลางจัตุรัส ฉันถูกล้อมจับด้วยอาคารที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมทั้งบาร็อค โกธิค นีโอ-โกธิค ที่ล้วนแต่มีสายสะพายมรดกโลกมาการันตีทั้งนั้น

                              พูดจริงๆ ฉันแทบไม่เห็นร่องรอยแผลเป็นที่ฝรั่งเศสทิ้งไว้เลยสักนิด เพราะในอดีตอาคารที่อยู่รายรอบจัตุรัส ถูกทหารฝรั่งเศสยิงระเบิดเข้าทำลาย เพื่อชำระแค้นที่ฝรั่งเศสเคยแพ้สงครามในเบลเยียม

                              อาคารร้านรวงสไตล์บาร็อค ที่อยู่รายรอบจัตุรัส ล้วนสมรู้ร่วมคิดให้จัตุรัสแห่งนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์แพรวพราว ทรงกรวยแหลมสูงของศาลากลางทำให้โดดเด่นกว่าอาคารไหนๆ ไม่มีตลาดขายนกตั้งกลางจัตุรัสอย่างที่หนังสือว่าไว้ก็จริง แต่ร้านขายต้นไม้และดอกไม้ที่เปิดอยู่ ยิ่งทำให้จัตุรัสมีชีวิตชีวาน่าขนลุก

                              พูดถึงอาคารแถวนี้ ถ้าดูผ่านๆ อาจดูหน้าตาคล้ายกัน แต่ถ้าดูอย่างตั้งอกตั้งใจก็จะพบว่าแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เพราะบรัสเซลส์มีกฎหมายห้ามสร้างอาคารที่เหมือนกันอยู่ติดกัน อาคารที่นี่โดยมากเลยสร้างหน้าตาให้ผิดแผกแตกต่างกัน ประเภทเห็นข้างบ้านสวย เลยก๊อบปี้มาทั้งแบบและสี แบบนี้มีสิทธิติดคุกได้

                              เอาเป็นว่า  ถ้ามีการประกวดจัตุรัสงามในยุโรปแล้วล่ะก็ กรองด์ ปลาซ ไม่ติด 1 ใน 3 ให้ดีดติ่งหูแรงๆ 3 ทีเลย เอาสิ

                              ไม่ใช่แค่กรองด์ ปลาซเท่านั้น ที่ไม่เคยแห้งแล้งรอยเท้านักเดินทาง แต่ตรงหัวมุม ถนนเลตูฟว์ เป็นอีกมุมหนึ่งที่คนแน่นขนัด ไม่ว่าใครจะมาเช้า สาย บ่าย หรือค่ำ ไม่ว่าจะมาวันไหนๆ ก็แน่นแบบนี้ เพราะใครๆ ก็มาดูหนุ่มน้อยที่ชื่อ "เมเนเกน พิส" ชายที่เนื้อหอมที่สุดในเบลเยียม (วัดจากปริมาณผู้ที่มายืนออกันหน้าเจ้าหนู และจำนวนชัตเตอร์ที่ลั่นใส่) แถมเป็นพลเมืองที่โป๊เปลือยแค่ไหนก็ไม่มีใครตำหนิ หรือถือสาหาความ  ทั้งๆ ที่ยืนปลดทุกข์อยู่แท้ๆ

                              พลเมืองคนนี้ไม่ยอมแก่ซะด้วย ถ้านับกันตั้งแต่ที่ เจอโรม ดูเกสนอย ได้สร้างประติมากรรมชิ้นนี้ขึ้น สิริรวมอายุอานามก็น่าจะปาเข้าไปใกล้ 400 ปีแล้วสินะ เคยถูกทุบทำลายและถูกขโมยไปหลายครั้ง ทั้งอังกฤษและฝรั่งเศสเคยเข้ามายึดและย้าย แต่ชาวเมืองบรัสเซลส์ก็สู้อุตส่าห์เอาคืนมาจนได้

                              ตัวอาจจะเล็กไปนิด แต่เมเนเกน พิสนี่แหละ ที่เป็นเหมือนเครื่องหมายการค้าของบรัสเซลส์ถัดจากกรองด์ปลาซเลยก็ว่าได้  ถึงเนื้อตัวจะเปลือยเปล่า แต่ด้วยความน่ารักน่าชังของเมเนเกน พิส ก็เลยได้รับบริจาคชุดมาหลายร้อยชุด ถ้าใครอยากดูว่ามีชุดอะไรบ้าง ไปดูที่พิพิธภัณฑ์เสื้อผ้าของเจ้าหนูได้ที่อาคารเมซงดูรัว ตรงจัตุรัสกรองด์ ปลาซ

                              เมื่อราตรีเดินทางมาถึง ฉันพาตัวเองมาปักหลักดูแสงสีที่โรยไว้ทั่วกรองด์ ปลาซ แล้วก็พบว่า กรองด์ ปลาซ งดงามวันยันค่ำ

                

.......................................

 ('บรัสเซลส์'กับจัตุรัสงามนามกรองด์ ปลาซ : คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า  : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง)