ไลฟ์สไตล์

กรมคุมความประพฤติไฮเทค

กรมคุมความประพฤติไฮเทค

18 พ.ค. 2556

กรมคุมความประพฤติไฮเทค คุมเด็กและเยาวชนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ

               กรมคุมประพฤติเดินหน้ามาตรการคุมความประพฤติเด็กและเยาวชน ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ นำร่อง 200 ราย ในเขตกรุงเทพมหานคร เป็นเด็กและเยาวชนที่กระทำความผิดฐานความผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก  โดยเครื่องมือจะต้องมีความเสถียร สามารถรับรู้ตำแหน่งและพิกัดของผู้ที่สวมใส่เครื่องมือ คาดว่าภายในกลางเดือนกรกฎาคม 2556 จะสามารถดำเนินโครงการนำร่องดังกล่าวได้

               รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เล่าถึงความคืบหน้าของโครงการทดลองนำเครื่องมือการควบคุมโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้กับเด็กและเยาวชน ในระบบงานคุมประพฤติ ว่า กรมคุมประพฤติ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อในกระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน หน่วยงานที่เกี่ยวกับระบบเทคโนโลยี เช่น กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กสทช. บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พิจารณาแนวทาง และวิธีการนำเครื่องมือการควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ มาใช้กับเด็กและเยาวชน ในระบบงานคุมประพฤติมาโดยตลอด รวมทั้งการกำหนดคุณสมบัติของเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ให้มีความสอดคล้องกับความต้องการ ในการควบคุมพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน

               ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา กรมคุมประพฤติมีการประชุมคณะกรรมการศึกษา และทดลองนำเครื่องมือการควบคุมโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ มาใช้กับเด็กและเยาวชน ในระบบงานคุมประพฤติ ครั้งที่ 2 ที่ห้องประชุมกรมคุมประพฤติ โดยมี ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่ปรึกษาคณะกรรมการ เข้าร่วมการประชุมด้วย

               อธิบดีกรมคุมประพฤติ สรุปผลการประชุมให้ฟังว่า การนำเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์มาใช้กับเด็กและเยาวชน เป็นแนวทางเสริมเท่านั้น ส่วนแนวทางหลักยังคงเป็นเรื่องกิจกรรมแก้ไขฟื้นฟู ซึ่งมีกิจกรรมหลักในการดำเนินการอยู่แล้ว ยังคงเป็นแนวทางสำคัญ และต้องดำเนินการอย่างจริงจังต่อไป ดังนั้น กรมคุมประฤติและกรมพินิจฯ ต้องประสานงานด้านข้อมูล และแนวทางการดำเนินการร่วมกัน เพื่อแก้ไขฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่กระทำผิด

               "ทางด้านเทคโนโลยี การนำเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์มาใช้กับเด็กและเยาวชน ในระบบงานคุมประพฤติ ระบบที่จะเลือกใช้ต้องตอบสนองหลักการ และเหตุผล ในการใช้ของกรมคุมประพฤติ ประกอบกับเครื่องมือจะต้องมีคุณสมบัติ คือ มีความเสถียร และสามารถรับรู้ตำแหน่งและพิกัดของผู้ที่สวมใส่เครื่องมือ คาดว่า ภายในกลางเดือนกรกฎาคม 2556 จะสามารถดำเนินโครงการนำร่องดังกล่าวได้"

               นอกจากนี้ การพิจารณาเด็กและเยาวชนที่กระทำผิด เข้าสู่ระบบการใช้เครื่องมือ จะต้องพิจารณาจากผลการวิเคราะห์ตามหลักการจำแนกของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเป็นหลัก โดยวิเคราะห์ตามสภาพปัญหา และแนวโน้มความเสี่ยงการกระทำผิดซ้ำ จากนั้นจึงพิจารณาจากความยินยอมของเด็กและเยาวชนที่กระทำผิด

                ด้าน อภิชาติ จารุศิริ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบงานยุติธรรม กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวเสริมว่า กรมพินิจฯ มีเครื่องมือในการจำแนกเด็กและเยาวชนที่กระทำความผิด เป็นเครื่องมือประเมินความเสี่ยง โดยจะมีการพิจารณาถึงการกลับไปกระทำผิดซ้ำหรือไม่ จากนั้นพนักงานคุมประพฤติ จะมีการรายงานเสนอต่อศาลว่า เด็กและเยาวชนแต่ละคนมีความเหมาะสมที่จะได้รับการแก้ไขอย่างไร เช่น กรณีผู้ที่มีความเสี่ยงสูง จะเสนอต่อศาลให้อยู่ในศูนย์ฝึกอบรมของสถานพินิจฯ แต่ถ้ามีความเสี่ยงน้อย จะให้กลับไปอยู่กับครอบครัว โดยให้อยู่ในความดูแลของกรมคุมประพฤติ ซึ่งในส่วนที่จะให้เด็กและเยาวชนที่กระทำความผิด ถูกควบคุมด้วยเครื่องอิเล็กทรอนิกส์นี้ จะเป็นเด็กและเยาวชนที่กระทำความผิดฐานความผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก

 

............................................

(กรมคุมความประพฤติไฮเทค คุมเด็กและเยาวชนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ)