ไลฟ์สไตล์

เกือบได้นักดนตรีมืออาชีพ

เกือบได้นักดนตรีมืออาชีพ

18 พ.ค. 2556

เกือบได้นักดนตรีมืออาชีพ : คอลัมน์คอฟฟี่เบรก

               แม้ข่าวคดีปราสาทพระวิหารจะสร่างซาไปตามวัฏจักรข่าวสาร แต่เชื่อว่าคนไทยจะไม่ลืมชื่อนักการทูตคนนี้ "วีรชัย พลาศรัย" เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในฐานะหัวหน้าคณะฝ่ายไทยในการให้การโดยวาจาต่อศาลโลกในคดีการตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหาร พ.ศ.2505

               ในนิตยสารดิฉัน (เดือนเมษายน 2556) "ทูตวีรชัย" ได้ย้อนกลับไปในวัยเด็ก เราจึงพบว่า สิ่งที่ท่านทูตชอบ และอยากเป็นมากที่สุดคือ นักดนตรี

               "ผมเกิดที่เมืองไทย แต่ไปอยู่อินเดีย ตั้งแต่อายุ 8 เดือน จน 4 ขวบกว่า คุณพ่อเป็นกงสุลใหญ่ที่กัลกัตตา เห็นบอกว่าตอนนั้นผมพูดอังกฤษคล่องเลย (หัวเราะ) พูดอังกฤษได้เป็นภาษาแรกเพราะต้องอยู่กับคนรับใช้ประมาณ 30 คน มีพี่เลี้ยงส่วนตัวอีก 1 คน

               "...จบ ม.ศ.3 ก็เข้าเตรียมอุดมฯ ชีวิตผมคุณแม่ขออยู่ 2 อย่าง คือ 1.ขอให้เข้าโรงเรียนเตรียมอุดมฯ เพราะคุณแม่จบเตรียมอุดมฯ รุ่น 1 เพราะงั้นยังไงต้องเข้าเตรียมอุดมฯ 2.ไม่ให้เล่นการเมือง แต่จริงๆ มีอย่างที่ 3 อีกที่คุณแม่มาขอทีหลัง"

               สิ่งที่คุณแม่ทูตวีรชัยร้องขอนั้น เป็นความฝันของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง

               "ผมอยากเป็นนักดนตรี ตอนอายุ 17 ผมเกือบจะเข้าวงการแล้ว แต่คุณแม่ขอ แต่ไม่กล้าขอเอง เพราะเดี๋ยวผิดสัญญา ก็ให้ป้ามา บางคนก็มาดุ บางคนก็มาพูดดีๆ ทั้งน้ำร้อนน้ำเย็น พูดให้เห็นถึงชีวิตศิลปินว่าไม่ดีหรอก เต้นกินรำกิน"

               ถ้าคุณแม่ทูตวีรชัยไม่ออกปากห้ามตั้งแต่วันนั้น เราอาจได้เห็นนักดนตรีมืออาชีพฝีมือดี แทนที่จะได้เห็นเขายืนสง่าผ่าเผยในศาลโลกเมื่อเดือนที่แล้ว

               "ผมชอบดนตรีมาตั้งแต่เด็ก และตั้งวงดนตรีตั้งแต่เด็กก็เรียนเปียโน ไวโอลินมาเรื่อยๆ"

               เมื่อคุณแม่ขอไม่ให้เล่นดนตรี ท่านทูตวีรชัยก็เลือกเรียนกฎหมาย หลังจบ ม.ศ.5 จากโรงเรียนเตรียมอุดมฯ

               "จำได้ว่าผมซ้อมดนตรีเสร็จ พอกลับถึงบ้านแม่บอกว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ไปด้วยกันหน่อย ใส่ชุดนักเรียนไปนะ ถามว่าไปไหน ไป ก.พ. ไปเอาใบสมัคร และไปคุยกับเจ้าหน้าที่ ก.พ. ให้ไปสมัครทุนรัฐบาล ทุนเล่าเรียนหลวง ผมไปสมัครเสร็จแล้วก็ไปเล่นดนตรีต่อ"

               ท่านทูตวีรชัยสอบได้ทุนกระทรวงการต่างประเทศไปเรียนรัฐศาสตร์ที่ประเทศฝรั่งเศส

               "ผมเรียนกฎหมายมาทั้งหมด 9 ปี กับเรียนภาษาอีกปี เป็น 10 ปี พอจบก็ต้องกลับมาทำงานใช้ทุนสองเท่า คือ 20 ปี ซึ่งใช้ไปหมดแล้ว จริงๆผ มจะออกมาตั้งนานแล้วนะ แต่ไม่ได้ออกสักที เพราะความฝันของผมจริงๆ มี 2 อย่าง"

               ใครจะเชื่อล่ะว่า ความฝันของทูตวีรชัยคือ...

                "ทำร้านกาแฟแบบฝรั่งเศสแท้ๆ ในปารีส หรือไม่งั้นก็เล่นดนตรีข้างบ้าน ยังอยากอยู่ (หัวเราะ) หาร้านเล่นดนตรีเบาๆ อาทิตย์ละสัก 4 คืน ที่เหลือก็นั่งเขียนอะไรต่ออะไร ผมอยากทำอย่างนี้"

 

.................................................

(เกือบได้นักดนตรีมืออาชีพ : คอลัมน์คอฟฟี่เบรก)