ไลฟ์สไตล์

ตั้งกก.ร่วมขรก.ประชาสังคมแก้ยุบร.ร.

ตั้งกก.ร่วมขรก.ประชาสังคมแก้ยุบร.ร.

16 พ.ค. 2556

เครือข่ายร.ร.ขนาดเล็ก-ทางเลือก จับเข่าคุย 'พงศ์เทพ' หารือยุบร.ร. เห็นพ้องตั้งกรรมการร่วมราชการและภาคประชาสังคมแก้ปัญหา


             15 พ.ค.2556 ที่กระทรวงศึกษาธิการ ชมรมเครือข่ายโรงเรียนชุมชน(โรงเรียนขนาเล็ก)แห่งประเทศไทย สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย พร้อมด้วยตัวแทนโรงเรียนบ้านเรียน (โฮมสคูล) นำโดยนายมีชัย วีระไวทยะ ผู้อำนวยการโรงเรียนมีชัยพัฒนา เข้าพบนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อหารือเกี่ยวกับนโยบายการยุบโรงเรียนขนาดเล็กของ ศธ. พร้อมมอบรายชื่อผู้คัดค้านการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก 18,081 รายชื่อให้ รมว.ศึกษาธิการ

              นายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ เลขาธิการสภาการศึกษาทางเลือกไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาพูดกันผ่านสื่อตลอด แต่วันนี้ได้มาทำความเข้าใจร่วมกันแล้วว่าการจัดการศึกษาไม่ได้เป็นบทบาทของกระทรวงฝ่ายเดียว จะต้องให้ทุกฝ่ายมามีส่วนร่วมไม่ว่าจะเป็นองค์กรส่วนท้องถิ่นหรือชุมชน รวมถึงการแก้ไขปัญหาโรงเรียน

              นายมีชัย กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ที่รวยกว่ารัฐบาลคือภาคธุรกิจเอกชน จึงเห็นควรให้ประสานไปยังภาคธุรกิจเอกชน บริษัทต่าง ๆ ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์จากภาคการศึกษาโดยตรง  ทางด้านทรัพยากรมนุษย์ ที่ต้องการคนเข้าสู่ระบบการทำงาน  ฉะนั้นจึงขอเสนอให้มีการเชิญบริษัททั้งขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ที่ประจำอยู่ในจังหวัด ต่างๆ ทั่วประเทศ มีส่วนร่วมในการสนับสนุนงานภาคการศึกษาของรัฐ ในจังหวัดนั้น ๆ ให้เกิดประสิทธิภาพ โดยอาจจะสนับสนุนองค์ความรู้ ด้านบุคคลคือพนักงานในบริษัทที่เชี่ยวชาญในศาสตร์นั้น ร่วมเป็นผู้ให้ความรู้ และจัดกระบวนการให้ความรู้ ทำงานร่วมกันกับโรงเรียนในพื้นที่ ซึ่งถือ ว่าเป็นการช่วยกันดูและพัฒนาคุณภาพภาคการศึกษาของรัฐต่อไป

              ด้าน รศ.ประภาภัทร นิยม ผู้ก่อตั้งโรงเรียนรุ่งอรุณ ผู้จัดการศึกษาภาคเอกชน เครือข่ายโรงเรียนไทยไท เปิดเผยถึงการทำงานด้านการศึกษา ของกลุ่มเครือข่าย ที่เป็นรูปแบบใหม่ว่า มีตัวอย่างโรงเรียนในพื้นที่ อำเภอสบลาน จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพื้นที่ของเด็กชาวเขา โดยมีการศึกษาและร่วมทำงานวิจัย นำรูปแบบการศึกษาโดยใช้หลักสูตรผสมผสาน  ผล คือ เด็กนักเรียน มีคะแนนวัดผล ประเมินผลอยู่ในเกณฑ์ที่ดี  จึงเห็นถึงความสำเร็จ และเชื่อมั่นได้ว่าหากมีการช่วยเหลือกันในรูปแบบนี้ จะก่อผลดี และสร้างประโยชน์ให้กับโรงเรียนขนาดเล็กได้เช่นกัน      

              นายสมบูรณ์ รินท้าว กล่าวว่า ได้เคยขอให้พัฒนาเป็ฌนโรงเรียนชุมชนจัดการศึกษาในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยเพื่อดูแลชาวบ้านที่ต้องการ และเสนอให้จัดตั้งกองทุนพัฒนาโรงเรียนชุมชนให้แก่ทุกแห่งปีละ 200,000 บาท ขณะเดียวกันขอจัดสรรอัตราครู และครูธุรการด้วย พร้อมกันนี้ขอให้ออกกฎหมายเพื่อให้ท้องถิ่นได้เข้ามาร่วมสนับสนุนการศึกษามากขึ้น เพราะที่ผ่านมาไม่มีกฎหมายบังคับทำให้ท้องถิ่นเกี่ยงงอนที่จะมาช่วยเหลือ ขณะเดียวกันขอให้จัดทำ ร่างพ.ร.บ.บริหารสำนักงานคณะกรรมการบริหารจัดการโรงเรียนชุมชนและโรงเรียนการศึกษาทางเลือกไทย รวมทั้งประสานสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อออกสลากกินนำรายได้มาพัฒนาโรงเรียนชุมชน และให้มีการตั้งคณะกรรมการที่ประกอบไปด้วยภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
             
              ด้านนางสอาด โตนวุธ ตัวแทนผู้ปกครองโรงเรียนฮ่องแฮพยอมหนองม่วง จ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า โรงเรียนมีนักเรียน 39 คน มีครู 3 คน ผู้บริหารเพิ่งจะได้รับบรรจุมาไม่นาน ยอมรับว่าที่ผ่านมาคุณภาพการศึกษาไม่ดีนัก แต่ชุมชนก็ไม่ได้นิ่งเฉยพยายามหาทุนการศึกษาด้วยวิธีการจัดผ้าป่าการศึกษา ดังนั้น จึงไม่อยากให้กระทรวงยุบโรงเรียนแต่อยากให้เข้ามาช่วยเหลือพัฒนาคุณภาพเด็ก ซึ่งทุกคนในชุมชนยินดีร่วมมือ      

              นายพงศ์เทพ แถลงข่าวภายหลังพูดคุยกว่า 1 ชั่วโมง ทางเครือข่ายโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนทางเลือกและโรงเรียนบ้านเรียน ได้มาเข้าพบเพื่อนำเสนอตัวอย่างโรงเรียนขนาดเล็กที่จัดการศึกษาได้มีคุณภาพโดยอาศัยความร่วมมือจากชุมชน พร้อมสะท้อนปัญหาสำคัญของโรงเรียนขนาดเล็ก คือ ปัญหาขาดแคลนผู้บริหารโรงเรียน ขาดแคลนครู ซึ่งฉุดให้โรงเรียนขนาดเล็กบางแห่งไม่สามารถจัดการศึกษาได้ดี นอกจากนั้นยังได้นำเสนอตัวอย่างการจัดการศึกษาทางเลือกที่ทำได้มีคุณภาพ เช่น ร.ร.รุ่งอรุณ โรงเรียนแห่งนี้จัดการเรียนการสอนแบบคละชั้น แต่ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนกลับออกมาดี 

              “จากการหารือร่วมกันเห็นพ้องต้องกันว่าให้มีการตั้งกรรมการร่วม เพื่อมาดูแลปัญหาและแนวทางการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนบ้านเรียน โดยจะให้เครือข่ายไปคัดเลือกตัวแทนจากภาคประชาสังคมที่จะมาเป็นกรรมการ ขณะที่ สพฐ.จะไปคัดเลือกตัวแทนจากภาครัฐและนักวิชาการต่างๆ และจะมีการกำหนดขอบเขตหน้าที่ของกรรมการชุดนี้ที่ชัดเจนอีกครั้ง แต่โดยหลักๆ ให้มาหารือเพื่อวางแผนการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน 3 ประเภท” นายพงศ์เทพ กล่าว

              อย่างไรก็ตาม ประเด็นการยุบโรงเรียนขนาดเล็กสรุปว่า ศธ.จะไม่ได้เดินหน้ายุบหรือควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กทุกแห่งโดยทันที ต้องฟังความเห็นจากในพื้นที่ก่อน ถ้าชุมชนอยากให้โรงเรียนอยู่ต่อ ชุมชนก็เข้ามาร่วมจัดการศึกษา ส่วนแผนบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) 182 จะรายงานมาในวันที่ 24 พฤษภาคมนั้น เป็นเพียงแค่ข้อมูลเบื้องต้นไม่ได้หมายความว่าจะยุบทันที