
'บก.จร.'แนะผู้ปกครอง5ข้อรับเปิดเทอม
'บก.จร.' แนะพ่อแม่ผู้ปกครอง เตรียมพร้อมส่งลูกหลานเปิดเทอม ลดปัญหาจราจร ด้าน 'รอง ผบช.น.' สั่ง 'ผกก.-รอง ผกก.จร.' ลงพื้นที่ดูแลเอง
13 พ.ค. 56 พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) แนะนำพ่อแม่ผู้ปกครองเตรียมพร้อมเดินทางส่งบุตรหลานช่วงเปิดเทอมเพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดชั่วโมงเร่งด่วนว่า นอกจากตำรวจจราจรจะปฏิบัติตามมาตรการจราจรรับมือช่วงเปิดเทอมโดยจัดระบบจัดจราจรบริหน้าโรงเรียนให้เหมาะสมสอดคล้องกับพื้นที่ เวลา และปริมาณรถ และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการแล้ว อยากฝาก 5 ข้อควรปฏิบัติสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองนักเรียนและผู้ใช้รถใช้ถนนดังนี้
1. ควรศึกษาเส้นทางและช่องทางการจราจรให้ถูกต้องก่อนออกจากบ้าน โดยเฉพาะผู้ปกครองใหม่ที่มีบุตรหลานมาเรียนที่โรงเรียนนั้นเป็นปีแรก ว่ามีเส้นทางลัด-เส้นทางเลี่ยง บริเวณจุดใด และควรออกจากบ้านเร็วกว่าปกติ 20-30 นาที
2. เตรียมความพร้อมให้นักเรียนเตรียมอุปกรณ์การเรียน กระเป๋าหนังสือ กระติกน้ำ ไว้ให้พร้อมกับตัวนักเรียนภายในรถ ไม่ควรวางไว้ที่ท้ายกระโปรงรถเพราะนอกจากจะเป็นการเสียเวลาช่วงหน้าโรงเรียนแล้วยังเสี่ยงอันตรายต่อนักเรียนที่ต้องเดินมาหยิบของท้ายรถด้วย
3. หยุดรถรับ-ส่งนักเรียน ในจุดที่ทางโรงเรียนหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจกำหนดไว้
4. นัดหมายเวลาและสถานที่ ในการมารับนักเรียนให้ชัดเจน
5. ปฏิบัติตามกฎจราจร ข้อบังคับ และคำสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรอย่างเคร่งครัด
รอง ผบช.น.ติวเข้มจราจรทั่วกรุงรับมือเปิดเทอม
พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร iอง ผบช.น.รับผิดชอบงานด้านการจราจร และ พล.ต.ต.อุทัยวรรณ แก้วสอาด รอง ผบช.น. ได้เรียกประชุมตำรวจจราจร 88 สน. ระดับ ผกก. , รอง ผกก.จร. ,รองสารวัตร(รอง สว.) ลงไป เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือการจราจรช่วงเปิดเรียน ระหว่างวันที่ 14 พ.ค.- 17 พ.ค. ที่ห้องประชุมใหญ่ชั้น 2 อาคาร 10 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พร้อมทบทวนทำความเข้าใจแผนปฏิบัติ 6 มาตรการ เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรบนถนนสายหลัก สายรอง ที่มีปัญหา และการจัดการจราจรรับส่งบุตรหลาน 26 โรงเรียนชื่อดัง โดยบกำชับสั่งการตำรวจจราจร 88 สน. และตำรวจกองบังคับการตำรวจจราจร ปฏิบัติตามมาตรการจัดการจราจรของกองบัญชาการตำรวจนครบาลอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ รอง ผบช.น. ยังมีคำสั่งให้กองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 และกองบังคับการตำรวจจราจร จัดกำลังตำรวจลงพื้นที่อำนวยความสะดวกการจราจรบนถนนสายหลัก และสายรองที่มีปัญหา และจัดการจราจรบริเวณหน้าโรงเรียน เพื่อเร่งระบายรถของผู้ปกครองที่มาส่งบุตรหลาน และสั่งการให้นายตำรวจระดับ ผกก.และ รอง ผกก.ลงพื้นที่ดูแลการจัดจราจรด้วยตนเอง โดยให้ยึดแผนปฏิบัติ 6 มาตรการ ในการจัดการจราจรของกองบัญชาการตำรวจนครบาลอย่างเคร่งครัดและพร้อมเพรียง คือ 1. ให้ทุกสถานีตำรวจเตรียมแผนการจัดการจราจรเช้า-เย็นล่วงหน้ากับสถานศึกษา 2. ให้บูรณาการกับตำรวจพื้นที่ใกล้เคียง 3. ให้ร่วมมือกับทุกภาคส่วน อาทิ อาสาต่างๆ เทศกิจ โดยจะมีการจัดจราจรหญิงให้อยู่หน้าสถานศึกษา เพื่อเน้นปฏิบัติเชิงจิตวิทยา
4. ให้มีการซักซ้อม อบรม ทำความเข้าใจการให้สัญญาณไฟ การกดไฟ และการให้สัญญาณมือ 5. ให้มีการจัดการสิ่งกีดขวางการจราจรทุกอย่างให้เรียบร้อย 6.ให้มีการจัดทำข้อมูลประชาสัมพันธ์เพื่อให้บุคคลภายนอกทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าอย่างไรบ้าง
ขณะเดียวกันกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้วางมาตรการคุมเข้มรับมือการจราจรติดขัดหน้าโรงเรียนชื่อดัง 26 แห่ง ที่มีปัญหาและเป็นจุดที่เกิดผลกระทบการจราจรในวงกว้างมาโดยตลอด คือ โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนด์ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ โรงเรียนมาแตเดอี ร.ร.ราชิบน ร.ร.วัฒนาวิทยาลัย ร.ร.พญาไท ร.ร.เซนดอร์มินิก(อนุบาล) โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนพญาไท. ร.ร.แม่พระฟาติมา ร.ร.พิบูลย์ประชาสรรค์ ร.ร.ราชินีล่าง ร.ร.พิมลวิทย์ ร.ร.บูรณะวิทย์ ร.ร.เขมะสิริอนุสรณ์ ร.ร.ศึกษานารี ร.ร.เผดิมศึกษา ร.ร.สายน้ำผึ้ง ร.ร.สารสาสน์เอกตรา ร.ร.ซางตาครูสคอนแวนต์ ร.ร.ซานตาครูสศึกษา ร.ร.วัดประยุรวงศาวาส และ ร.ร.แสงอรุณ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจราจรบนถนน จำนวน 34 สาย และทางแยกจำนวน 54 ทางแยก



