
เตือน!ผู้เลี้ยงปลาในกระชังงดลงปลาใหม่
'ประมงเชียงใหม่' เตือนเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังงดลงปลาใหม่ หวั่นน้ำฝนชะล้างสารเคมีที่อาจส่งผลกระทบต่อปลา
13 พ.ค.56 นายสุรพงษ์ วิวัชรโกเศศ ประมงจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ห่วงเกษตรกรที่เลี้ยงปลาในกระชังในพื้นที่ลำน้ำปิง เนื่องจากในช่วงนี้ใกล้เข้าสู่ช่วงฤดูฝน ทำให้มีฝนที่ตกมีการชะล้างตะกอนดินและสารเคมีจากการเกษตรลงสู่แม่น้ำ ซึ่งจะทำให้ปลาที่เลี้ยงไว้ได้รับผลกระทบจากสารเคมีที่ปนเปื้อนมากับน้ำ รวมทั้งกระแสน้ำที่ไหลแรง จะทำให้ปลาในกระชังได้รับความเสียหาย เบื้องต้นได้ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงปลา งดเว้นการลงปลาใหม่ในช่วงนี้ หลังจากที่ผ่านมา ทางประมงจังหวัดได้มีการแจ้งเตือนเกษตรกรให้งดเว้นการเลี้ยงปลาในช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากในปีนี้ระดับน้ำปิงน้อย มีผลต่อการเลี้ยงปลาและได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากเกษตรกร แต่ก็ยังพบว่ามีเกษตรกรบางส่วนไม่ปฏิบัติตามและได้รับผลกระทบ
ขณะเดียวกันในช่วงระยะนี้เกษตรกรควรมีการตรวจสอบกระชัง และทำแนวป้องกันกระแสน้ำแรงที่จะทำให้ปลาในกระชังได้รับผลกระทบ ก่อนที่ฤดูน้ำหลากจะมาถึง เพื่อเตรียมเลี้ยงปลารอบใหม่ด้วย ขณะที่ทางสำนักงานประมงจังหวัด จะต้องมีการติดตามข่าวสารของทางกรมอุตุนิยมวิทยา ในเรื่องของพายุที่มีผลกระทบกับพื้นที่ และติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากระดับน้ำมีผลต่อการเลี้ยงปลาในกระชัง และจะมีการแจ้งเตือนเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาเป็นระยะ และขอให้เกษตรกร ติดตามข่าวสารการแจ้งเตือนอย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบและความสูญเสียจากการเลี้ยงปลา
ด้านนายฐปกรณ์ สาสุนีย์ ประมงจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า เกษตรกรที่เลี้ยงปลาในกระชังในพื้นที่ว่า ขณะนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำหนดให้วันที่ 16 พฤษภาคม-15 กันยายนของทุกปี เป็นฤดูปลาน้ำจืดมีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัววัยอ่อน โดยกำหนดมาตรการต่างๆ ในการควบคุมการทำการประมงในแหล่งน้ำจืดทั่วประเทศ เพื่อสงวนพันธุ์สัตว์น้ำมิให้ถูกทำลายไปมากจนเกินกำลังที่ธรรมชาติจะผลิตได้ ด้วยการห้ามมิให้ทำการประมงด้วยเครื่องมือทำการประมง หรือด้วยวิธีใดๆ ในที่จับสัตว์น้ำจืดโดยเด็ดขาด หากผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 5,000-10,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
อย่างไรก็ตาม การควบคุมตรวจตราในช่วงฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ วางไข่และเลี้ยงตัววัยอ่อน แม้ภาครัฐจะดำเนินการอย่างเข้มงวด แต่เนื่องจากพื้นที่ต้องดูแลมีขนาดใหญ่ ในขณะที่อัตรากำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติมีจำนวนจำกัด จึงยังคงพบว่า มีประชาชนบางกลุ่มลักลอบทำการประมง ดังนั้นจึงขอความร่วมมือมายังประชาชนให้ช่วยกันดูแลคุ้มครองสัตว์น้ำจืด และสามารถแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่กรณีพบผู้กระทำผิดได้ที่สำนักงานประมงจังหวัดได้ หรือ สำนักงานประมงอำเภอในพื้นที่ของตนเอง



