
พระโคกินข้าวโพด-หญ้าน้ำท่าบริบูรณ์
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงเป็นประธาน ในงานพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
เมื่อเวลาประมาณ 08.30 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ มายังพลับพลาที่ประทับบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อทรงเป็นประธานในงานพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2556 ซึ่งมีฤกษ์พิธีไถหว่าน ระหว่างเวลา 08.19 - 08.59 น. โดยมีประชาชนเดินทางมารอรับเสด็จฯ ตลอดจนเข้าร่วมในพระราชพิธีพืชมงคล เพื่อเฝ้ารอเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวที่จะใช้หว่านในพระราชพิธี เพื่อเป็นความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
ทั้งนี้ ในปีนี้ พระโคแรกนา ได้แก่ พระโคฟ้า และพระโคใส เทพีคู่หาบทองปีนี้ ได้แก่ น.ส.สุมาลี จำเริญนิติกรชำนาญการ กรมปศุสัตว์ และ น.ส.สุวิสาข์ เกตุอินทร์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการกรมส่งเสริมการเกษตร เทพีคู่หาบเงิน คือ น.ส.พชร ลาภผล นักวิชาการประมงปฏิบัติการ กรมประมง และ น.ส.กาญจนา มาลัยกฤษณะชาลี นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร คู่เคียงมีจำนวน 16 ราย และผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ จำนวน 4 ราย โดยมี นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่เป็นพระยาแรกนา
สำหรับการเสี่ยงทาย ปีนี้ พระยาแรกนาหยิบผ้าได้ 4 คืบ พยากรณ์ว่าน้ำจะมากสักหน่อย นาในที่ดอนจะได้ผลดี นาในที่ลุ่มอาจเสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่ การเสี่ยงทายพระโคกินเลี้ยง พระโคกินข้าวโพด พยากรณ์ว่า ธัญญาหาร พลาหาร จะบริบูรณ์ดี พระโคกินหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร พร้อมด้วยธัญญาหาร พลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ดี
เกษตรกรชาวนาถือฤกษ์ดีเป็นสิริมงคลในวันพืชมงคลหว่านข้าวเอาฤกษ์รอบแรกของปี
เมื่อเวลา 07.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศของช่วงเช้าวันพืชมงคล ซึ่งถือว่าเป็นวันสำคัญของเกษตรกรไทยอีกหนึ่งวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จัดให้มีพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เนื่องในวันพืชมงคล เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจของประชาชนชาวไทยที่ส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งวันนี้จึงถือว่าเป็นวันสำคัญที่สุดอีกวันของชาวนาไทย
โดยหลายพื้นที่ของจังหวัดอ่างทอง อย่างเช่น ชาวนาในพื้นที่บ้านเตาเหล็ก ต.ศรีพราน อ.แสวงหา จ.อ่างทอง โดยนางสาคร ทองพันชั่ง อายุ48 ปี บ้านเลขที่ 90 หมู่ 2 ต.หนองแม่ไก่ อ.โพธิ์ทอง ชาวนาที่ได้ถือฤกษ์ดีในวันนี้เริ่มฤดูการปลูกข้าว เพื่อที่จะเป็นสิริมงคลกับการเพาะปลูกข้าวรอบแรกของปีนี้ในแปลงนาในทุ่งศรีพราน และมีชาวนาอีกหลายรายต่างได้สูบน้ำเข้านา เตรียมที่นาสำหรับการปลูกข้าว ในวันนี้ซึ่งเป็นวันพืชมงคลซึ่งในสมัยโบราณถือเป็นวันเริ่มฤดูกาลเพาะปลูก ชาวนาบางรายก็จะได้รับพันธุ์ข้าวพระราชทานสำหรับใช้ทำนาในปีนี้ด้วย โดยเชื่อกันว่าการเริ่มทำนาทำไร่ในวันมงคลนี้ ต้นข้าว จะเจริญงอกงามไปจนถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยว และเป็นการสืบสานประเพณีให้คงอยู่สืบต่อไป
อุตรดิตถ์ฝนตกตลอดคืนรับวันพืชมงคล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากฝนที่ตกติดต่อกันหลายวันและตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ไม่เพียงจะทำให้อากาศดี ไม่ร้อน ยังส่งรอยยิ้มและความสุขให้กับเกษตรกร โดยเกษตรกรชาวนานอกเขตชลประทาน ที่ตำบลวังดิน อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ต่างเร่งนำเครื่องยนต์ทางการเกษตรลงทำการไถ่นา เตรียมดิน ใส่ปุ๋ย สำหรับการหว่านเมล็ดข้าว หลังจากต้องหยุดทำนามาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนของปีที่ผ่านมา เป็นเวลากว่า 5 เดือน เนื่องจากประสบปัญหาภัยแล้ง และน้ำไม่เพียงพอต่อการทำนาปรัง
ทั้งนี้ ก่อนจะลงมือไถ่หว่านข้าว เกษตรกรตำบลวังดินจัดเตรียมหมากพลู ดอกไม้ ธูปเทียน วางไว้บนคันนาตามความเชื่อว่าเป็นแดนนาเพื่อขอขมาพระแม่โพสพและพระแม่ธรณี ให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ปริมาณน้ำพอเหมาะแก่การเพาะปลูก ให้มีน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าวได้ผลผลิตที่สมบูรณ์เพียงพอทั้งรับประทานในครอบครัวและขายสร้างรายได้ เนื่องจากชาวนานอกเขตชลประทานทำนาเพียงปีละ 1 ครั้ง
นางมารสี สิงห์เสวก ชาวนาตำบลวังดิน กล่าวว่า เชื่อว่าหากเริ่มทำการเกษตร ปลูกพืชในวันนี้ ซึ่งเป็นวันดีวันพืชมงคล เป็นวันเริ่มต้นปลูกพืชผลทางการเกษตร จะเป็นสิริมงคลทั้งต่อเกษตรกรและครอบครัว ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยเฉพาะชาวนาที่ถือเป็นกระดูกสันหลังของชาติ และก่อนจะไถ่หวานข้าว ยิ่งหากได้ขอขมาพระแม่โพสพและพระแม่ธรณี เชื่อว่าผลผลิตทางการเกษตรปีนี้จะสมบูรณ์ ราคาดี เนื่องจากตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาได้มีฝนตกโปรยปรายกระจายไปทั่ว แม้จะไม่มากแต่ก็ถือเป็นฤกษ์ดี และเริ่มมีน้ำทำนาในรอบใหม่ นอกจากนี้ต้องเลือกที่จะทำนาปลอดสารพิษ ลดการใช้สารเคมี และต้องเป็นชาวนาที่เรียนรู้ให้ทันการตลาดปัจจุบัน ในการเปิดประตูสูอาเซียน ที่ผลผลิตข้าวจะสร้างรายได้ให้ชาวนาหากเลือกทำนาปลอดสารพิษ ลดต้นทุนการผลิต
....................................
(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)



