ไลฟ์สไตล์

สามัคคีคือพลังที่บ้านลาน

สามัคคีคือพลังที่บ้านลาน

12 พ.ค. 2556

สามัคคีคือพลังที่บ้านลาน สู่ชุมชนเข้มแข็งที่ยั่งยืน : คอลัมน์ท่องโลกเรียนรู้ : โดย...พิพัฒน์ เสรีชุษณะ

                มี “ผญาสุภาษิต” หรือคำคมของคนอีสานกล่าวไว้ว่า “กกบ่แหน่น ปลายดกหนากะตามส่าง ฮากบ่หยั่งฝังเลิ๊กพื้น บ่มีมั่นอยู่ได้โดนดอกนา” (ลำต้นฝังแน่น ปลายจะมีใบดกหนาก็ช่าง รากไม่ฝังลงลึกถึงพื้นแน่นหนา ไม่มีความมั่นคง ยืนต้นอยู่ได้ไม่นานหรอก) หมายความว่า จะทำอะไรให้คำนึงถึงพื้นฐาน ต้องยึดหลักปักฐานให้มั่นคง เพราะหากกระทำไปโดยขาดการคิดอย่างรอบคอบไม่คำนึงถึงพื้นฐานแล้ว แม้จะทำให้ใหญ่โตสวยงามอย่างไรก็ไม่เกิดความยั่งยืน เช่นเดียวกับการพัฒนาคนในชุมชน ต้องคำนึงถึงความเป็นอยู่ของแต่ละชุมชนด้วย

                สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ “เสวก ลารังสิต” นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านลาน อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น บอกว่า “ชุมชนจะเข้มแข็งได้นั้น ต้องเน้นการพัฒนาแบบมีส่วนร่วม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน” จึงส่งผลให้ชุมชนบ้านลาน หมู่ 5 ในวันนี้ เป็นอีกหนึ่งชุมชนต้นแบบในการพึ่งพาตนเองและพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งเน้นกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของชาวบ้านในการจัดการปัญหาร่วมกัน โดยมูลนิธิอดัม สก็อต และบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ให้การสนับสนุน ผ่านการทำงานของสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน (พีดีเอ) ตั้งแต่ปี 2550

                “พี่นี” พรรณนี บรรหาร หนึ่งในคณะกรรมการหมู่บ้าน เล่าว่า ชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีรายได้หลักจากการปลูกข้าวนาปีเพียงปีละครั้งเนื่องจากน้ำอุปโภคมีน้อย ครั้นหมดฤดูกาลก็จะว่างงานเหลือแต่ผู้สูงอายุเฝ้าอยู่บ้าน ส่วนคนหนุ่มสาวก็ออกไปหางานทำยังนอกพื้นที่ จากเมื่อก่อนคนในชุมชนที่เคยอยู่กันแบบเครือญาติฉันมิตร ก็กลับกลายเป็นครอบครัวเดี่ยวมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐและเอกชน

                 นอกจากทำให้ชาวบ้านสามารถพึ่งพาตนเองและมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการชุมชนของตัวเองแล้ว ยังได้เห็นรอยยิ้มอันเกิดจากความสามัคคีของคนในชุมชนผ่านการร่วมกิจกรรมต่างๆ เช่น  กลุ่มอาชีพวิสาหกิจชุมชน กิจกรรมส่งเสริมการปลูกผักในครัวเรือน โครงการน้ำดื่มชุมชน กิจกรรมปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในหมู่บ้าน ตลอดจนจัดตั้งธนาคารหมู่บ้านเพื่อเป็นแหล่งเงินทุนและใช้ในการพัฒนาสาธารณูปโภคของชุมชน

                 “ธนาคารหมู่บ้านก่อตั้งเมื่อปี 2551 โดยมีชาวบ้านซึ่งเป็นคณะกรรมการชุมชนเป็นผู้ดูแล ปัจจุบันมีสมาชิก 370 คน มีเงินทุนหมุนเวียนกว่า 1.5 ล้านบาท สามารถฝากเงินได้ไม่เกิน 2,000 บาทต่อเดือน ได้ดอกเบี้ยร้อยละ 6 บาทต่อปี นอกจากนี้ธนาคารยังให้บริการเงินกู้โดยคิดอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำร้อยละ 2 บาทต่อเดือน เพื่อให้ชาวบ้านมีเงินทุนใช้ในการประกอบอาชีพ ซึ่งหลังจากการจัดสรรผลกำไร 20% ให้แก่ชาวบ้านแล้ว ส่วนที่เหลือจะนำเข้ากองทุนพัฒนาต่างๆ ของหมู่บ้าน ทั้งเรื่องอาชีพและความเป็นอยู่ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ยั่งยืนต่อไป” พี่นี กล่าว

                 ด้าน “ยายรอง” หรือ บัวรอง ไสวดี  อายุ 70 ปี หญิงชราในชุดวอร์มสีชมพู พูดคุยอย่างสนุกสนาน หลังการออกกำลังกายด้วยกระบอง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุในชุมชน กล่าวว่า การได้ทำกิจกรรมกับเพื่อนผู้สูงอายุด้วยกันทำให้รู้สึกไม่เหงา และยังได้สุขภาพที่ดีขึ้นอีกด้วย ต่างจากเมื่อก่อนต้องนั่งอยู่ที่บ้านเฉยๆ ไม่มีอะไรทำ แต่พอได้มาร่วมกิจกรรมทำให้ยายรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นสาวอีกครั้ง “ยายรอง” หัวเราะชอบใจก่อนจะเดินกลับบ้านไปด้วยท่วงท่าที่กระฉับกระเฉง

                 ปัจจุบัน บ้านลาน หมู่ 5 ต.บานลาน อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น มีประชากรทั้งสิ้น 663 คน จำนวน 138 ครัวเรือน เป็นอีกหนึ่งชุมชนตัวอย่างที่ทำให้รู้ว่า “ความร่ำรวย” มิใช่เฉพาะใครคนใดคนหนึ่งได้กินหมูทั้งตัว หากแต่การมีพอกินทั้งชุมชนนั้นต่างหาก คือความหมายของการพัฒนาเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอย่างแท้จริง ผู้สนใจสามารถติดต่อเยี่ยมชมหมู่บ้าน ได้ที่ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสาน-บ้านไผ่ (ศูนย์มีชัย) โทรศัพท์ 0-4337-4033, 0-4337-4121

 

 .....................................................

(สามัคคีคือพลังที่บ้านลาน สู่ชุมชนเข้มแข็งที่ยั่งยืน : คอลัมน์ท่องโลกเรียนรู้ : โดย...พิพัฒน์ เสรีชุษณะ)