
'พ่อ'พี่มาก..บ้านอยู่พระโขนง
'พ่อ'พี่มาก..บ้านอยู่พระโขนง : คอลัมน์ Coffee break
โชคดีที่เกิดเป็น "ลูกโรงหนัง" เพราะตอนที่เขาอายุ 2 ขวบ ที่บ้านก็มีโรงหนังแห่งแรกแล้ว เขาวิ่งเข้าออกโรงหนังเหมือนเป็นบ้านของตัวเอง กินนอนอยู่ในโรงหนัง พอโตขึ้นก็เลยมีความผูกพัน และรู้สึกว่า โรงหนังคือส่วนหนึ่งของชีวิต "พอเรียนจบผมก็ไม่รู้จะทำอะไร ผมก็ไปบอกที่บ้านว่า ผมอยากสร้างหนัง ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองจะทำได้หรือเปล่า"
"วิสูตร พูลวรลักษณ์" ประธานกรรมการบริหาร "จีทีเอช" เล่าอดีตให้ทีมงาน a day BULLETIN (ฉบับ 3-9 พ.ค.2556) ฟังแบบอารมณ์ดี ในวันที่ภาพยนตร์เรื่อง "พี่มาก..พระโขนง" ทำรายได้ทะลุ 600 ล้านบาท
ที่สำคัญวันนี้ เขาถูกเรียกขานว่า พ่อพี่มากไปเสียแล้ว !
แน่นอน เมื่อหนังทำรายได้มหาศาลปานนี้ นักข่าวสำนักไหนก็ต้องถามถึง "สูตร" ในการทำหนังให้ประสบความสำเร็จ ว่ามันได้มาอย่างไร
"ผมยังยืนยันว่าถ้ามีสูตร หนังผมต้องไม่เจ๊ง แต่ทำไมผมยังมีหนังเจ๊งอยู่ทุกปี ยังมีหนังที่รายได้ไม่เข้าเป้าอยู่ทุกปี ก็เพราะมันไม่มีสูตร และสูตรก็ไม่มีขายในโลกนี้
ทุกครั้งที่เราเจ็บตัวกับหนังเรื่องใดเรื่องหนึ่ง มันเปรียบเหมือนเราได้สร้างภูมิคุ้มกัน เหมือนผมต้องไปหาวัคซีนใหม่มาฉีดเพื่อป้องกันการเจ๊ง เมื่อผมรู้จักวัคซีนตัวนั้นแล้วว่านี่คือภูมิคุ้มกัน วันหน้ามันก็จะไม่เป็นแบบนี้อีก แล้วต่อไปเราก็จะเรียนรู้วัคซีนชนิดใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเมื่อเราฉีดวัคซีนไปแล้วเราจะไม่เจ๊งอีกเลย ไม่ใช่ เดี๋ยววันหน้าเราก็คงมีหนังเจ๊งอีก"
เวลาหนังมันทำรายได้ 500-600 ล้าน คงไม่มีใครถามว่า ตอนหนังเจ๊ง "วิสูตร" อยู่ในอาการแบบไหน
"ถ้าเป็นยุคแรกๆ ยอมรับว่าซึมมาก อาการเครียด นอนไม่หลับก็มี หรือแม้แต่ตอนรวมตัวเป็น GTH ก็ยังมีอาการนั้น จนลูกน้องแซวว่า เวลาหนังไม่เข้าเป้า ผมจะเดินก้มหน้ามองพื้นดินตลอด ส่วนคุณจินา (จินา โอสถศิลป์ - ผู้บริหารอีกคนของ GTH) ก็จะเงยหน้ามองฟ้า เดินสวนกัน คนหนึ่งมองฟ้า คนหนึ่งมองดิน พนักงานยังแซวว่าผู้บริหารเป็นอะไร คือมันจะมีอาการเหม่อ ไม่อยากคุยกับใคร ยุคแรกๆ ลูกเมียก็ไม่อยากคุย อยากอยู่เฉยๆ คล้ายๆ คนอกหัก แต่มันเป็นการอกหักแบบบอกไม่ถูก มันเจ็บใจตัวเอง"
อีกคำถามหนึ่งที่มักเจอบ่อย "หนังตลาด" มีความดีงามอะไรอยู่ในตัวถึงทำให้รู้สึกว่าอยากทำมันอยู่
"หนังตลาดเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยรังเกียจ เพียงแต่ว่าหนังตลาดที่ดีนั้นจะทำอย่างไรถึงจะทำให้ผู้ชมเข้าไปดูแล้วได้รับอรรถรสของความบันเทิงในแบบที่เขาอยากดู ในขณะเดียวกันเขาก็ต้องรู้สึกว่ามันดีด้วย เพราะมันไม่ได้หมายความว่าเป็นแค่หนังตลาดเพียงอย่างเดียว
เพราะผมเคยแบ่งหนังเป็น 4 กลุ่ม คือ หนังตลาดที่ดี หนังตลาดที่ตลาด หนังดีที่ตลาด หนังดีที่ดี ซึ่งหนังที่เราอยากได้ที่สุดคือหนังตลาดที่ดี เพราะมันคือท็อป ทั้งตลาดด้วยและดีด้วย แต่ถ้าหนังตลาดที่ตลาดมันอาจจะไม่ดีก็ได้ มันอาจจะแค่ถูกใจคนดูเท่านั้น แต่อาจจะไม่ลงตัว แต่ถ้าเป็นหนังดีที่ดี ก็เริ่มน่าเป็นห่วงแล้วว่าไม่มีความตลาดเลย โอกาสเจ๊งมีสูง"
ที่แน่ๆ "พี่มาก..พระโขนง" เป็นหนังตลาดที่ดี จึงมีคนแห่แหนเข้าไปดูมากมายเหลือคณานับ
...................................................
('พ่อ'พี่มาก..บ้านอยู่พระโขนง : คอลัมน์Coffee break)



