ไลฟ์สไตล์

'ตึกแถว'ในสไตล์'ชิโน+เรเนซองส์คลาสสิก'

'ตึกแถว'ในสไตล์'ชิโน+เรเนซองส์คลาสสิก'

11 พ.ค. 2556

'ตึกแถว'ในสไตล์'ชิโน+เรเนซองส์คลาสสิก' : คอลัมน์ คลินิคคนรักบ้าน โดย... ดร.ภัทรพล

 
          สำหรับนักวิชาการด้านสถาปัตยกรรมและผังเมืองอย่างผมแล้ว อาคารประเภท “ตึกแถว” จัดได้ว่าเป็น “สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น” (Vernacular Architecture) อีกประเภทหนึ่งของ “คนเมือง” ในเขต “เอเชียตะวันออกเฉียงใต้” มีเอกลักษณ์ผสมผสานของ “วิถี” การดำเนินชีวิต ที่สื่อให้เห็นประวัติศาสตร์ของเมืองในท้องถิ่นนั้นๆ เพราะ “ตึกแถว” เป็นการผสมผสานของที่อยู่อาศัยและทำกิจการค้า ประกอบธุรกิจขนาดย่อม ที่เป็นการขายปลีกเป็นส่วนใหญ่ อยู่ในชุมชนที่หนาแน่น ในแหล่งธุรกิจกลางชุมชนเมือง โดยปกติแล้วชั้นล่างจะเป็นร้านค้าย่อย ชั้นสองเป็นที่อยู่อาศัย ในกรณีชั้นที่สูงกว่านั้นอาจทำเป็นที่เก็บสินค้า มักมีโครงสร้างเป็น “ก่ออิฐถือปูน” หรือเป็น “คอนกรีตเสริมเหล็ก” (โดยมีวิวัฒนาการมาจาก “ห้องแถวไม้”) ก่อเกิดเป็นกระบวนการ “บ้านสวยเมืองงาม” ดังเช่นย่านถนน “เจริญกรุง” หรือ “New  Road” ในสมัย “พระพุทธเจ้าหลวง” ที่สองฝั่งฟากถนนก็ล้วนแต่เคยเป็น “ตึกแถว” ในสไตล์ “ชิโน+เรเนซองส์คลาสสิก”
 
          น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะถ้าเราสามารถอนุรักษ์อาคารเหล่านี้คนที่เข้ามาเมืองไทยก็มีความประทับใจว่าทำไม “สยามประเทศ” ถึงมีอาคารบ้านเรือนที่สวยงามและหลากหลายเช่นนี้ ซึ่งจริงๆ แล้ว สมัย “ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5” อาคารประเภท “ตึกแถว” สไตล์ “ชิโน+เรเนซองคลาสสิก” ก็เป็นนิยมกันมากครับ ทำให้ผมเกิดประกายความคิดว่าอาจจะต้องกลับมาฟื้นฟู “ตึกแถว” ในสไตล์ย้อนยุคขึ้นใหม่ เพื่อให้สามารถรองรับกิจกรรมต่างๆ ในการดำเนินชีวิตที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้นในสภาวะสังคม “แดกด่วน” ดังเช่นในปัจจุบัน   
 
          การเริ่มต้นของการผสมผสานของรูปแบบทาง “ศิลปะสถาปัตยกรรม” ประเภท “ตึกแถว” แบบก้าวกระโดดนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่ “พระพุทธเจ้าหลวง” เสด็จประพาส “ชวา” และ “สิงคโปร์” ฯลฯ สิ่งใดที่พระองค์ท่านทรงเห็นว่าเป็นประโยชน์เหมาะต่อ “สยาม” ประเทศ ท่านก็ทรงนำเข้ามาปรับปรุง, ดัดแปลง, ประยุกต์ใช้ ซึ่งจะว่าไปแล้ว “ตึกแถว” ก็เริ่มเบ่งบานกันอย่างจริงๆ จังๆ นับตั้งแต่นั้นมา ก็ลองนับเวลากว่าร้อยปีล่วงแล้วครับ สังเกตได้จาก “ตึกแถว” บริเวณ “ท่าช้าง”,  “ท่าเตียน”,  ไปตลอดแนวถนน “เจริญกรุง” ฯลฯ ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพียงแค่อยาก “ทันสมัย” เป็นเหมือนเขาแต่ไม่อยากเป็นอย่างเราก็เลยก่อให้เกิดการพัฒนาแบบ “แดกด่วน” ก็เลยทำไปแบบสิ้นคิดไปทุบทำลาย “ของดี มีอยู่” ประเภท “ตึกแถว” ส่วนใหญ่ทิ้งเสีย 
 
          ท่านลองหลับตานึกภาพดูว่าหากตลอดแนวสองข้างทางถนน “เจริญกรุง” ถ้าในปัจจุบันเราสามารถอนุรักษ์, สืบสานและพัฒนา ยังคงสภาพ “ตึกแถว” ในรัชสมัย “พระพุทธเจ้าหลวง” เอาไว้ได้บ้านเมืองจะมีความสวยสดงดงามขนาดไหน ถ้าเมื่อใดเรากลับไปสู่ “ราก” (ซึ่งก็หมายถึง “ราก” ของ “ตึกแถว” สมัยล้นเกล้ารัชกาลที่ 5) เราจะค้นพบ “ของดี มีอยู่” ของ “ตึกแถว” และต่อยอดทางความคิดจาก “ราก” ที่เข้มแข็งเป็น “ตึกแถวสายพันธุ์ใหม่” ที่สามารถรับใช้ “วิถี” การดำรงชีวิตรูปแบบใหม่ๆ ในยุค “โลกาภิวัตน์” ครับ
 
          ในใจลึกๆ ผมมีความเชื่อว่า “สยาม” ประเทศของเราถึงแม้จะแปรเปลี่ยนไปมากตามกาลเวลา แต่ยังคงเป็นประเทศที่ร่ำรวยความสุขครับ ถึงจะไม่ร่ำรวยเงินทองอะไรมากมายแบบใครๆ แต่ก็ร่ำรวยความสุขขอย้ำประเด็นนี้ครับ เพราะเราเป็นประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างยิ่งในด้าน “ทรัพยากร” ทั้งทางธรรมชาติและ “ทรัพยากร” ที่ชนชาว “สยาม” ได้รังสรรค์ขึ้นจนเป็นที่กล่าวขานกันไปทั้งเจ็ดย่านน้ำว่า เป็นดินแดน “สุวรรณภูมิ” (ที่บางท่านเรียกว่า “ดินแดนแห่งทองคำ”) “ตึกแถว” ก็เป็นหนึ่งใน “ทรัพยากร” อันอุดมที่เราเคยมีอยู่และคงมีอยู่ต่อไป  ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ที่เราจะต้องร่วมมือร่วมใจ “อนุรักษ์ สืบสาน” และ “พัฒนา” รูปแบบ “ตึกแถว” ในสไตล์ “ชิโน+เรเนซองส์คลาสสิก” ให้พัฒนารูปแบบก้าวไปพร้อมกับสังคมไทยครับ
.......................................
(หมายเหตุ 'ตึกแถว'ในสไตล์'ชิโน+เรเนซองส์คลาสสิก' : คอลัมน์ คลินิคคนรักบ้าน โดย... ดร.ภัทรพล)