
กสร.จับมือ29สถาบันการศึกษาปั้นรปภ.
กสร.ผนึกกำลัง 29 สถาบันการศึกษา สร้างมาตรฐาน-ผลิตบุคลากรด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2556 นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน กล่าวในการเป็นประธานพิธีเปิดงานสัมมนา”โครงการความร่วมมือในการพัฒนางานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน กับสถาบันการศึกษา” ที่โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ ว่า กระทรวงแรงงานโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน(กสร.)จะร่วมมือกับสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนหลักสูตรไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีในสาขาอาชีวอนามัยหรือเทียบเท่าโดยทำงานร่วมกันเป็นเครือข่าย เพื่อสนับสนุนให้เกิดการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ของสถานประกอบการให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและยกระดับมาตรฐานงานความปลอดภัยฯให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมทั้งผลิตบุคลากรทางด้านงานความปลอดภัยให้เป็นมาตรฐานเดียวกันและสอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ
นอกจากนี้ จะขยายความร่วมมือโดยเชิญสถานประกอบการต่างๆ มาเข้าร่วม เพื่อให้การดำเนินโครงการมีความสมบูรณ์และเพื่อสนับสนุนภารกิจสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานและรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)ในปี 2558
“ปัจจุบัน มีสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนหลักสูตรไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีในสาขาอาชีวอนามัยหรือเทียบเท่า จำนวน 29 แห่ง 38 หลักสูตร ผลิตบุคลากรได้ปีละกว่า 1 พันคน โดยจะให้กสร.ไปหารือกับกรมการจัดหางาน(กกจ.) และสถานประกอบการว่ามีจำนวนเพียงพอหรือไม่ หากไม่เพียงพอก็จะขอให้สถาบันการศึกษาผลิตเพิ่ม ขณะเดียวกัน กสร.มีปัญหาขาดแคลนเจ้าหน้าที่ตรวจความปลอดภัย จึงได้เสนอต่อ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.)ขออัตรากำลัง เจ้าหน้าที่ตรวจความปลอดภัย 300 อัตรา ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของก.พ.” นายอุดม กล่าว
รศ.ดร.เฉลิมชัย ชัยกิตติภรณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า สถาบันที่เปิดสอนหลักสูตรด้านอาชีวอนามัย ได้ทำงานร่วมกับกสร.ในรูปแบบของเครือข่าย โดยปัจจุบันมีสมาชิก 15 สถาบัน หลังจากนี้จะขยายเพิ่มเป็น 29 สถาบัน โดยจะช่วยสนับสนุนกสร.ด้านงานวิชาการ งานวิจัยและผลิตบุคลากรด้านความปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันโดยภาพรวมผลิตได้ปีละ 1,500 คน ซึ่งผู้ที่เรียนจบด้านนี้มีงานทำทั้งหมด อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สถาบันการศึกษาพยายามจะปรับปรุงคือ การผลิตบุคคลากรโดยปรับมาตรฐานวิชาการไปสู่วิชาชีพ ซึ่งจะต้องขยายความร่วมมือไปสู่สถานประกอบการเพื่อให้สามารถผลิตบุคคลากรได้ตรงกับความต้องการ
ขณะนี้มาตรการดูแลความปลอดภัยในสถานประกอบการโดยภาพรวมดีขึ้นเรื่อยๆ สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องของคนจะต้องปลูกฝังจิตสำนึกทั้งในส่วนของแรงงานและนายจ้างให้ช่วยกันดูแลด้านความปลอดภัย รวมทั้งมีบุคลากรด้านความปลอดภัยของสถานประกอบการคอยวางมาตรการและเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยของกสร.คอยตรวจประเมินผล” รศ.ดร.เฉลิมชัย กล่าว



