
ตั้งหน่วยฉก.สกัดทุเรียนอ่อน
ตั้งชุดฉก.3 จังหวัดตะวันออก ยุทธการสกัดค้าทุเรียนอ่อน : ดลมนัส กาเจ ... รายงาน
หลังจากที่ นายทรงธรรม ชำนาญ หัวหน้าสำนักงานเกษตรอำเภอแกลง จ.ระยอง นำกำลังอาสาสมัครไปตรวจสอบพ่อค้าที่ไปรับซื้อทุเรียนอ่อนในพื้นที่ ต.ทุ่งควายกิน อ.แกลง จำนวน 5 ตัน เมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2556 ทำให้หลายภาคส่วนทั้งในพื้นที่และสวนมีการตื่นตัว และหาแนวทางในการป้องกันไม่ให้มีการลักลอบนำทุเรียนอ่อนมาจำหน่ายในท้องตลาดเนื่องจากจะกระทบต่อผู้บริโภค และเสียชื่อเสียงของผลทุเรียนโดยรวมในภาคตะวันออก
การนำทุเรียนอ่อนมาขายในท้องตลาดปะปนกับทุเรียนที่แก่นั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ หากแต่เกิดอย่างต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว และบางปีพบว่ามีการนำทุเรียนอ่อนส่งจำหน่ายในต่างประเทศด้วย ทำให้ประเทศคู่ค้าต้องตีกลับ สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของทุเรียนไทยโดยรวมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ทุเรียนออกผลผลิตใหม่ๆ และทุเรียนนอกฤดู เนื่องจากได้ราคาดีนั่นเอง มีทั้งในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้
พลันที่ตรวจพบในปีนี้ นายชิดพงษ์ ฤทธิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง มีคำสั่งออกมาให้กวดขันเอาจริงกับผู้ที่ตัดทุเรียนอ่อนออกมาขาย ทั้งเจ้าของสวนและพ่อค้า หากจับได้และตรวจสอบจากนักวิชาการชำนาญการแล้ว พบว่าเป็นทุเรียนที่ต่ำกว่าคุณภาพที่กำหนด ก็ให้ดำเนินคดีตามมาตรา 271 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับ 6,000 บาท หรือดำเนินคดี ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคปี 2522 โทษจำ 6 เดือน ปรับ 5 หมื่น เพื่อไม่เป็นเยี่ยงอย่าง เนื่องจากจะทำให้ชาวสวนรายอื่นเดือดร้อนด้วย
ส่วนที่ จ.จันทบุรี แม้ว่าปีนี้ยังไม่พบการกระทำผิด แต่ นายวิรัช สินสาย ป้องกันจังหวัดจันทบุรี บอกกับ "คม ชัด ลึก" ว่า นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้แต่งตั้งชุดเฉพาะกิจสกัด “ทุเรียนอ่อน” ทุกอำเภอ โดยมอบให้ นายเกรียงเดช เข็มทอง รองผู้ว่าฯ เป็นผู้รับผิดชอบ โดยชุดดังกล่าวมีนายอำเภอแต่ละอำเภอเป็นหัวหน้าชุด ส่วนคณะทำงานประกอบด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครผู้ที่อยู่ในหมู่บ้านทุกแห่งในอำเภอต่างๆ มีหน้าที่สืบเสาะพฤติกรรมการลักลอบตัดทุเรียนอ่อนจำหน่าย การเข้ามารับซื้อทุเรียนอ่อนของผู้ค้าทั้งภายใน จ.จันทบุรี และจากต่างจังหวัด ว่ามีการลักลอบตัดทุเรียนอ่อนหรือไม่ นอกจากนี้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบตามตลาดที่รับซื้อและจำหน่ายทุเรียน ไม่ว่าจะเป็นเนินสูง หนองคล้า อ.ท่าใหม่ ตลาดปากแซง ตลาดมะขามใหญ่ เป็นต้น
"ในพื้นที่ จ.จันทบุรี ถือเป็นแหล่งปลูกทุเรียนที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก มีพื้นที่ปลูกทั้งหมดกว่า 1.8 แสนไร่ ปีนี้เราคาดการณ์ว่าจะมีผลผลิตทุเรียนราว 2.23 แสนตัน จึงเกรงว่าจะมีผู้ที่ไม่หวังดีตัดทุเรียนอ่อนมาขาย จังหวัดได้ตั้งชุดเฉพาะกิจสกัดทุเรียนอ่อนขึ้นมา จะทำงานร่วมกับพื้นที่อย่างใกล้ชิด มีการเฝ้าตลาดกันทุกวัน ส่วนท้องถิ่นก็สอดส่องดูแลเกษตรกรเพื่อป้องกันไม่ให้ตัดทุเรียนอ่อน หากพบทำผิดก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายทันทีฐานหลอกลวงขายของด้อยคุณภาพ และผิดกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคที่มีการกำหนดบทลงโทษอย่างชัดเจน ทั้งจำคุก และโทษปรับ" นายวิรัช กล่าว
เช่นเดียวกับกรมวิชาการเกษตร นายดำรงค์ จิระสุทัศน์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า กรมวิชาการเกษตรได้มอบหมายให้สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 (สวพ.6) ร่วมมือกับ จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตทุเรียนแหล่งใหญ่ของประเทศ จัดตั้งชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจจำนวน 7 ชุด เพื่อติดตามตรวจสอบทุเรียนตามล้งหรือศูนย์รวบรวมและคัดแยกผลไม้ในพื้นที่ที่มีกว่า 100 ล้ง พร้อมสกัดและป้องกันทุเรียนอ่อนเล็ดลอดสู่ตลาดและผู้บริโภค และกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตัดทุเรียนอ่อนออกมาขายด้วย โดยเฉพาะช่วงทุเรียนหมอนทองออกสู่ตลาดจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบมากยิ่งขึ้น
“ปัญหาการตัดทุเรียนอ่อนเกิดขึ้นทุกปีโดยเฉพาะช่วงต้นฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต เนื่องจากราคาดีเป็นแรงจูงใจให้พ่อค้ามาเหมาซื้อทุเรียนยกสวนและตัดผลผลิตทั้งหมดออกไปขายโดยไม่สนใจว่ามีทุเรียนอ่อนติดไปหรือทุเรียนมีความสุกแก่พอที่จะตัดขายได้หรือไม่ แต่ปีนี้ยังไม่พบการส่งออกทุเรียนอ่อนไปต่างประเทศ เพราะเรามีการควบคุมการคัดเกรดทุเรียนที่ได้มาตรฐานและคัดคุณภาพอย่างดีก่อนบรรจุสินค้าใส่ตู้คอนเทนเนอร์ แต่ที่มีปัญหาคือทุเรียนอ่อนที่ปะปนมาและถูกคัดออกพ่อค้าจะกระจายสู่ตลาดภายในประเทศซึ่งสร้างความเสียหายมาก ถือเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องร่วมมือกันแก้ไขอย่างเร่งด่วน” อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าว
สำหรับชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจที่ว่านี้ จะติดตามตรวจสอบทุเรียนตามล้งต่างๆ โดยใช้เครื่องมือตรวจสอบที่เชื่อถือได้ เพื่อตรวจสอบความแก่-อ่อนของทุเรียน ซึ่งมาตรฐานทุเรียนที่ตัดส่งตลาดได้ต้องมีเปอร์เซ็นต์แห้งไม่ต่ำกว่า 32% หากตรวจพบว่า เป็นทุเรียนอ่อน เจ้าหน้าที่จะฉีดพ่นสีน้ำมันเป็นตำหนิไว้และห้ามขายอย่างเด็ดขาด ผู้บริโภคจำเป็นต้องระมัดระวังด้วย หากพบว่าซื้อทุเรียนอ่อนสามารถแจ้งความดำเนินคดีได้
ก็นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่หลายภาคส่วนเอาใจใส่ในการป้องกันการลักลอบนำทุเรียนอ่อนก่อนที่ผู้บริโภคจะได้รับความเสียหายมากกว่าที่เป็นอยู่ และที่สำคัญหากหลุดด่านตรวจและมีการส่งออกต่างประเทศจะทำให้ภาพลักษณ์ของทุเรียนไทยเสียหายอย่างใหญ่หลวง
---------------------
เคล็ดลับง่ายๆ ในการสังเกตทุเรียนอ่อน
นายสมเพชร พรหมเมืองดี ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 (สวพ.6) จันทบุรี กล่าวว่า การตัดทุเรียนอ่อนมีเกือบทุกปีโดยเฉพาะช่วงต้นฤดูเพราะราคาเป็นสิ่งที่จูงใจ แต่เป็นเพียงพ่อค้าและชาวสวนบางกลุ่มเท่านั้นที่เห็นแก่ได้ฉะนั้นผู้บริโภคต้องระวัง
สำหรับการตัดทุเรียนจากต้นนั้นต้องมีความแก่ 70% จึงจะไปส่งออกหรือบริโภคได้ หากเป็นทุเรียนที่ต่ำกว่า 70% หากนำมาเก็บไว้นานถึงอาทิตย์ก็ยังไม่สุก พอผ่าจะพบว่าเนื้อเน่าไปแล้ว ฉะนั้นต้องสังเกตดูทุเรียนอ่อนเปลือกภายนอกจะเห็นว่าทุเรียนอ่อนร่องหนามจะถี่ ปลิงที่ก้านยังไม่หลุด สันนิษฐานได้ว่าน่าจะเป็นทุเรียนอ่อน
ส่วนการตรวจดูภายในนั้น อย่างทุเรียนพันธุ์กระดุม นำมาขวางตรงกลาง แล้วผ่าอีกครั้งให้เป็นแว่นหนา 2.5 ซม.แล้วนำเนื้อทุเรียนไปอยู่ในแว่นฝานเป็นชิ้นเล็กๆ ชั่งน้ำหนักให้ได้ 10 กรัม นำไปใส่ในภาชนะนำไปอบในเตาไมโครเวฟ ไฟปานกลาง 10 นาที แล้วออกมาชั่งดูอีกครั้ง
จากนั้นนำไปอบอีก 10 นาที หากพบว่าเนื้อทุกเรียนน้ำหนักคงที่แล้ว มาวัดหาเปอร์เซ็นต์ คือเอาน้ำหนักสดมาตั้ง หารด้วยน้ำหนักแห้ง และคูณด้วย 100 หากผลลัพธ์ได้ 27% ขึ้นไปถือว่าเป็นทุเรียนที่แก่ได้มาตรฐาน แต่หากพบว่าต่ำกว่า 27% ถือว่าเป็นทุเรียนอ่อน
---------------------
(ตั้งชุดฉก.3 จังหวัดตะวันออก ยุทธการสกัดค้าทุเรียนอ่อน : ดลมนัส กาเจ ... รายงาน)



