
'ห้วยคอกหมู'สุดเขตตะวันตก
'ห้วยคอกหมู' สุดเขตตะวันตก : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม
จังหวัดในภาคตะวันตกของไทย เรามักนึกถึง กาญจนบุรี ซึ่งไม่ผิดหรอก เพราะเป็นจังหวัดที่มีเขตแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านพม่า แต่อีกจังหวัดที่เข้าใจว่าอยู่ลึกเข้ามาในแผ่นดินไทย ก็มีเขตแดนบางช่วงที่อยู่ติดกับพม่าเช่นกัน นั่นก็คือ ราชบุรี และแน่นอน อ.สวนผึ้ง เป็นอำเภอชายแดนที่เมื่อก่อนเป็นอำเภอเหงาๆ ไม่ค่อยมีใครเข้าถึง และเป็นที่ถวิลหาของบรรดารถนอกถนน ที่ชอบไต่ทางชัน ขึ้นไปชมวิว บนเขากระโจม
แต่ช่วงหนึ่งที่สวนผึ้งมีชื่อไต่ชั้นขึ้นมาอย่างรวดเร็วในฐานะเมืองชายแดน แหล่งโอโซน อากาศดี และมีการตัดแบ่งที่ดินขาย พร้อมปลูกผลไม้ให้เสร็จสรรพ จนวันนี้ สวนผึ้งติดชั้น แหล่งรีสอร์ทสารพัดรูปแบบ ที่มีการตกแต่งดึงดูดให้เข้าไปถ่ายรูปซะนี่กระไร รวมถึงฟาร์มแกะใหญ่ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเลี้ยงแกะเจ้าแรกๆ ของประเทศก็อยู่ที่นี่ จนกลายเป็นว่า เดี๋ยวนี้ถ้าไปสวนผึ้งวันหยุดล่ะก็ เลี่ยงไม่พ้นเจอรถติดแน่ๆ
แต่ขณะเดียวกัน สวนผึ้งยังมีหลายมุมให้คนที่ถวิลหาธรรมชาติได้เข้าถึง และหนึ่งในนั้นก็คือ เส้นทางสุดเขตแดนตะวันตก ที่ ห้วยคอกหมู ซึ่งยังมีตัวจำกัดการเข้าถึงจากธรรมชาติและถนนหนทาง ที่จะมีแต่รถออฟโรด หรือกระบะก็ต้องแรงดีๆ ที่จะสามารถเข้าถึงได้ รถตู้ รถเก๋ง เลิกคิดได้เลย เพราะหนทางดินแดง ทางชัน บางช่วงเป็นร่องลึก ให้หลบเล่นๆ พอสนุก ในระยะทางราว 10 กิโลเมตร กับป้ายบอกทางไป สุดเขตแดนสยาม
อ้อ... ถ้าอยากไปที่นี่แต่ไม่มีรถก็สามารถเช่ารถท้องถิ่นที่เป็นกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อขึ้นไปได้เช่นกัน
"ห้วยคอกหมู" ไม่ได้เป็นห้วยอะไร แต่เป็นที่ตั้งของฐานปฏิบัติการ ร้อย.ตชด.137 ที่ตั้งอยู่บนเขาสูง และเป็นชายแดนไทย-พม่า ที่มีสันปันน้ำเบื้องล่างเป็นแนวเขตแดน ขณะที่ฝั่งไทยด้านบนเป็นจุดชมวิว อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 800 เมตร สมัยก่อนเป็นช่องทางการค้าไม้ที่รับการสัมปทานการค้าระหว่างไทย-พม่า แต่ได้เลิกไปหลายปีแล้ว และเส้นทางนี้ได้รับการปรับปรุงเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวชมวิว เทือกเขาตะนาวศรี
ที่นี่ ช่วงกลางวัน ถ้าออกไปอยู่กลางแดดล่ะก็ร้อนแน่ๆ แต่พอพ้นแดดก็รู้สึกได้ถึงไอเย็น รวมถึงตกกลางคืน ที่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว อากาศจะเย็นยะเยือกลงทันที ยิ่งช่วงฤดูหนาวล่ะก็หนาวถึงใจแน่ๆ แม้ไม่ได้ขึ้นไปอยู่บนดอยสูงของภาคเหนือก็ตาม
ด้านบนมีลานจอดรถ อาหารการกินที่นี่ต้องนำไปเอง และส่วนใหญ่ก็เป็นที่ถวิลหาของนักท่องเที่ยวประเภทนี้อยู่แล้ว ที่มักเตรียมอาหารปิ้งย่างไปทำกินกัน ในวงสนทนายามค่ำ ที่ไร้ซึ่งความศิวิไลซ์ของแสงสีเมืองใหญ่ ที่นี่มีห้องน้ำ ห้องสุขาที่สะดวกสบาย ใครไปเร็วหน่อยอาจจะได้พักตามศาลา ที่ทำไว้ให้นักท่องเที่ยวนั่งเล่น หรืจะเลือกกางเต็นท์บนเนินสูงสุดก็ยังได้ ซึ่งที่เนินนี้ดูจะเป็นเนินเดียวที่มีสัญญาณสื่อสารกับภายนอกได้
ยามเย็น ยืนชมวิว เห็นดวงอาทิตย์ตกฝั่งพม่า แต่ไม่ลับขอบฟ้าซะทีเดียว เพราะมีหมู่ไม้ใหญ่บัง เหมือนบอกให้รู้ว่า ฝั่งเขายังอุดมด้วยต้นไม้ แล้วฝั่งไทยล่ะ ดูแลต้นไม้ ป่าไม้กันดีพอหรือยัง ??
.................................................
('ห้วยคอกหมู' สุดเขตตะวันตก : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม )



