ไลฟ์สไตล์

'เจ้าพระยา'เขื่อนอู่ข้าว-อู่น้ำ

'เจ้าพระยา'เขื่อนอู่ข้าว-อู่น้ำ

03 พ.ค. 2556

'เจ้าพระยา' เขื่อนอู่ข้าว-อู่น้ำ เติมเต็มวิถีคนลุ่มเจ้าพระยา : โดย...ชุตินันท์ เพชรากานต์

 

                         พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา เป็นทั้งพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ครอบคลุมพื้นที่ จ.ชัยนาท สิงห์บุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี อ่างทอง และอยุธยา ถือเป็นพื้นที่ดินชั้นดีที่อุดมสมบูรณ์ อีกทั้ง พื้นที่ราบลุ่มใหม่ (New Delta) เริ่มจาก จ.พระนครศรีอยุธยา ลงมาจนถึงปากอ่าวไทย รวมทั้งกรุงเทพฯ ส่วนหนึ่ง ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ดังกล่าว ทำให้กลายเป็นแหล่งปลูกข้าวสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีโครงการสร้างเขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เพื่อทดน้ำก่อนกระจายสู่พื้นที่นากว่า 7.5 ล้านไร่

                         ทว่า โครงการนี้ในวงเงินก่อสร้าง 150 ล้านบาท ถูกระงับเพราะอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 กระทั่งถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลปัจจุบัน จึงได้ดำเนินการต่อ ด้วยรัฐบาลไทยได้กู้เงินจากธนาคารโลก ก่อสร้างโครงการเจ้าพระยาใหญ่ 36 ล้านบาท โดยเริ่มก่อสร้างปี 2495 และเสร็จสิ้นปี 2500

                         กว่ากึ่งศตวรรษ ที่เขื่อนเจ้าพระยาเป็นพลังสำคัญขับเคลื่อนลุ่มน้ำเจ้าพระยา จนกลายเป็นอู่ข้าวของประเทศนับพื้นที่ตั้งแต่เขื่อนเจ้าพระยาจรดกรุงเทพฯ และปริมณฑล อีกทั้ง ทำหน้าที่คล้ายอู่น้ำด้วยการทดน้ำเข้าพื้นที่ชลประทานสองฝั่งในลักษณะเสริมน้ำฝน โดยอาศัยระบบชลประทานในช่วงฤดูน้ำหลาก พร้อมเป็นตัวหน่วงน้ำไม่ให้ไหลลงท่วมพื้นที่ท้ายเขื่อน ขณะที่หน้าแล้งก็ทำหน้าที่รับน้ำจากด้านเหนือที่ปล่อยมาจากเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ ฯลฯ กระจายไปยังพื้นที่การเกษตร อีกทั้ง ส่งน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศลำน้ำ และการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อน ซึ่งเป็นภารกิจล่าสุด

                         ดังที่ กรมชลประทาน นำโดย นายชัชชม ชมประดิษฐ์ ผอ.ส่วนจัดสรรน้ำ สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เขื่อนเจ้าพระยา เพื่อเยี่ยมชมในบทบาทเป็นเขื่อนที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อชุมชน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

                         ผอ.ส่วนจัดสรรน้ำฯ กล่าวว่า โครงการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อน ทั้งหมดรวม 6 โครงการ นำร่องเสร็จแล้ว 3 เขื่อนคือเจ้าพระยา นเรศวร และขุนด่านปราการชล อีก 3 เขื่อน คือ ป่าสักชลสิทธิ์ แควน้อยบำรุงแดน เขื่อนแม่กลองยังไม่เรียบร้อย และอยู่ระหว่างก่อสร้าง 2 เขื่อน ได้แก่ เขื่อนกิ่วคอหมา จ.ลำปาง และเขื่อนคลองตรอน จ.อุตรดิตถ์ โดยกำลังการผลิตทั้ง 8 โครงการรวม 86.7 กิโลวัตต์ ถึงแม้จะไม่มากแต่ถือเป็นพลังงานที่ช่วยเสริมได้ในช่วงเวลาเกิดภาวะวิกฤติขาดแคลน

                         ด้าน นายฎรงค์กร สมตน ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 12 กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำในเขื่อนเจ้าพระยา ยึดหลักบริหารเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ 3 ด้าน ได้แก่ การเกษตร อุปโภค-บริโภค และพลังงาน ดังนั้น กรมชลประทานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ จึงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันตามโครงการแผนพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพื่อทดแทนพลังงานที่ขาดแคลน เป็นไปตามมติ ครม. วันที่ 30 ตุลาคม 2550 ที่มีมติให้จัดโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อน 6 เขื่อนได้แก่ เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท, เขื่อนนเรศวร จ.พิษณุโลก, เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี, เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก, เขื่อนแม่กลอง จ.กาญจนบุรี และเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก

                         "การบริหารจัดการน้ำเพื่อนำมาใช้ผลิตไฟฟ้านั้น เป็นการนำน้ำที่เขื่อนระบายลงท้ายน้ำมาผ่านเครื่องผลิตไฟฟ้า ก่อนระบายลงท้ายน้ำอีกครั้ง วิธีการดังกล่าวจะทำให้น้ำไม่สูญหาย และไม่มีการปนเปื้อน อีกทั้ง อุณหภูมิจะไม่สูงขึ้น น้ำจึงถูกใช้ประโยชน์และมีคุณค่ามากขึ้น โดยปกติแล้วน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาที่ถูกปล่อยทิ้งลงท้ายน้ำจะมีประมาณ 1 หมื่นล้าน ลบม.ต่อปี" ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 12 แจง

 

 

--------------------

('เจ้าพระยา' เขื่อนอู่ข้าว-อู่น้ำ เติมเต็มวิถีคนลุ่มเจ้าพระยา : โดย...ชุตินันท์ เพชรากานต์)