ไลฟ์สไตล์

'เขาว่าผมบ้า'จ่าทวีผู้อนุรักษ์วิถีพื้นบ้าน

'เขาว่าผมบ้า'จ่าทวีผู้อนุรักษ์วิถีพื้นบ้าน

01 พ.ค. 2556

'เขาว่าผมบ้า'จ่าทวีผู้อนุรักษ์วิถีพื้นบ้าน วิจัยสกว.ชู1ใน10ย่านท่องเที่ยวสองแคว : สำราญ สมพงษ์รายงาน


            แดดร่มลมตกวันที่ 27 เมษายน พ.ศ.2556 ที่ผ่านมา ผู้ที่เดินทางไปไหว้พระพุทธชินราช ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชมหาวรวิหาร หรือหลวงพ่อวัดใหญ่ อ.เมือง จ.พิษณุโลก คงจะได้ยินเสียงเพลงคันทรีเย็นๆลอยมากลางอากาศ ทำให้เกิดความสนใจว่าเขามีงานอะไรกัน

            พอมองข้ามแม่น้ำน่านได้เห็นจอหนังขนาดย่อมพร้อมกับบรรยากาศการจัดงานตั้งอยู่ริมตลิ่ง  ณ ลานอเนกประสงค์ บริเวณศาลหลักเมือง เมื่อเดินข้ามสะพานนเรศวร จึงทำให้ทราบว่าเป็นการจัดการแถลงข่าวและเปิดงาน "สีสันใหม่ในสองแคว เที่ยวตามตรอกออกตามถนน" ตามโครงการวิจัย "การพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแบบมีส่วนร่วมโดยชุมชนในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก"  โดยคณะผู้วิจัยภายใต้การนำของ รศ. ดร.จิรวัฒน์ พิระสันต์ จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยานเรศวร และมีนางเปรมฤดี ชมพูนุท ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลก อดีตนายกเทศมนตรีนครพิษณุโลกร่วมด้วย มีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ให้ทุนสนับสนุน

            ภายในงานมีซุ้มอาหารพื้นบ้านโบราณและของดีที่คัดสรรมาจาก 54 ชุมชนในเขตเทศบาล เตรียมไว้สำหรับผู้ร่วมงาน สิ่งที่สนใจเป็นพิเศษคือข้าวเปิบที่มีกรรมวิธีในการลวกวุ้นเส้นและผักจากโอ่งที่ขึงด้วยผ้าขาว โดยเอาน้ำแป้งราดเมื่อเป็นแผ่นแล้วจึงนำผักและวุ้นเส้นใส่ลงไปแล้วพับแผ่นแป้งปิด ทิ้งไว้สักพักจึงตักใส่ถ้วยแล้วปรุงด้วยเครื่องปรุงเหมือนก๋วยเตี๋ยวทั่วๆ แต่ที่พิเศษก็คือใส่ไข่ดาวขาวๆที่ทำให้สุกจากโอ่งที่ขึงด้วยผ้าขาวดังกล่าว โดยจะรับประทานแบบแห้งหรือแบบน้ำก็ได้ รสชาติก็ถือว่าโอเค

            การแถลงข่าวและเปิดงาน "สีสันใหม่ในสองแคว เที่ยวตามตรอกออกตามถนน" ดังกล่าว มี ดร.ปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนในเขตเทศบาลนครพิษณุโลกในฐานะ "ต้นแบบความรู้ สู่การพัฒนา" อันเป็นผลจากการดำเนินโครงการวิจัยที่มุ่งสืบค้นข้อมูลเพื่อพัฒนา 54 ชุมชนในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก สู่การท่องเที่ยวโดยใช้องค์ความรู้ทางด้านวัฒนธรรม

            ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า การปรับปรุงสถานที่ในเมืองพิษณุโลกจะต้องดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องและดีที่สุด จึงได้มอบโจทย์นี้แก่ทางเทศบาลนครพิษณุโลกโดยหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจาก สกว. ต่อไป

            "นครพิษณุโลกมีสิ่งสง่างาม ของดีและของเด็ดมากมายเกินจะพรรณนา เราต้องมองหาจุดขายใหม่ ๆ ที่เห็นแล้วนึกถึงพิษณุโลก ที่สำคัญจะต้องสัมผัสได้ทั้งกลิ่น เสียง รส กายและใจ ให้เข้าสู่มโนสำนึกของนักท่องเที่ยว และต้องเป็นแหล่งปลอดอบายทั้งหลายด้วย เช่นลานอเนกประสงค์แห่งนี้ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามวัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรมหาวิหาร ได้ยินเสียงสวดมนต์ลอยข้ามมาผนวกกับไอเย็นจากแม่น้ำ จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของพิษณุโลกโดยเน้นอัตลักษณ์ของแต่ละชุมชน และยังเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในมิติสบาย ๆ ผ่านการจัดกิจกรรมของชาวชุมชนต่าง ๆ ที่มาร่วมงาน จึงเป็นอีกมุมหนึ่งที่คนพิษณุโลกจะสามารถใช้ประโยชน์จากสถานที่แห่งนี้ได้อย่างสมบูรณ์ นับเป็นอานิสงส์ของการขยายผลแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ทั้งนี้ขอฝากข้อคิดให้ทุกคนช่วยกันเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปในงานวิจัยของ สกว. ด้วย"ดร.ปรีชา กล่าว

            ขณะที่ ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย รองผู้อำนวยการ สกว. กล่าวว่า แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดพิษณุโลกนั้นมีหลายแห่ง แต่จะจัดการอย่างไรให้สอดคล้องกับกระแสโลกเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้นักท่องเที่ยวในการเรียนรู้ร่วมกับคนในพื้นที่ ทั้งการดึงชุมชนมาเล่าเรื่องของดีต่าง ๆ การสร้างความผูกพันและมูลค่าของชุมชนในวงกว้าง ดังนั้นมหาวิทยาลัยในพื้นที่จะต้องมีส่วนในการเข้าไปร่วมกับกระบวนการพัฒนาสังคมให้มากขึ้นนอกเหนือจากการสร้างผลงานตีพิมพ์ทางวิชาการ            

            สำหรับพิธีแถลงข่าวและเปิดงานในครั้งนี้ ตนรู้สึกตื่นเต้นที่ทางคณะวิจัยได้จัดทำภาพยนตร์สั้นเพื่อแนะนำการท่องเที่ยวในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก นับเป็นการนำเสนองานวิจัยแนวใหม่ที่ช่วยทำให้เกิดความตื่นตัวแก่ผู้มาร่วมงานมากขึ้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเกิดประโยชน์มากกว่าการท่องเที่ยวทั่ว ๆ ไปอีกทั้งนำประโยชน์มาสู่ชาวพิษณุโลกมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการตอบสนองโจทย์วิจัยในพื้นที่ในมิติใหม่ของการท่องเที่ยว

            ทั้งนี้คณะผู้วิจัยนำโดย รศ. ดร.จิรวัฒน์ได้ร่วมกับชุมชน ภาครัฐ และภาคเอกชน พัฒนาสภาพการเข้าถึง ที่พักแรม ร้านอาหาร การบริการนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สิ่งดึงดูดการท่องเที่ยว ร้านขายของที่ระลึกและสินค้าพื้นเมือง ความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวก และการจัดกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยว จึงนับได้ว่าเป็นโครงการนำร่องที่สร้างทางเลือกในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่นำกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนมาใช้ได้อย่างแท้จริง และมีผลงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม เป็นการสร้างมิติใหม่ของการท่องเที่ยวที่สามารถซึมซับวัฒนธรรม

            "ทั้งยังเพิ่มคุณค่าการท่องเที่ยวให้กับผู้มาเยือนและชุมชนในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก อันจะส่งผลให้เกิดประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวและความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ที่แสดงออกถึงความเป็นตัวตนซึ่งควรค่าแก่การอนุรักษ์สืบไป"

            หลังจากเสร็จพิธีเปิดงานแล้วเป็นการฉายภาพยนตร์สั้นเรื่อง "เส้นทางนี้มีรัก" ซึ่งเป็นการถ่ายทำทุกขั้นตอนจากฝีมือของคนพิษณุโลกทั้งหมด           

           สำหรับสถานที่ท่องเที่ยว 10 ย่านนั้น ประกอบด้วย ย่านสำนึกแห่งชาติพันธุ์ พุทธ คริสต์ อิสลาม ชาวต่างชาติอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในตัวเมืองและเกาะกลุ่มอยู่กันเป็นย่าน โดยมีสถานศาสนสถานเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจ

            ย่านวัดใหญ่ นมัสการองค์พระพุทธชินราช ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชมหาวรวิหารหรือหลวงพ่อวัดใหญ่ รวมถึงพุทธศาสนสถานและศาสนวัตถุอื่น ๆ ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดชมและสักการะบูชา อาทิ วัดนางพญา วัดราชบูรณะ และวัดใหม่อภัยทาราม

            ย่านโบราณสถานเมืองเก่าพระราชวังจันทน์ ความรุ่งเรืองงดงามแห่งอดีตนำมาซึ่งความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และมรดกทางวัฒนธรรมแก่คนรุ่นหลัง อาทิ โบราณสถานพระราชวังจันทน์ตั้งแต่สมัยสุโขทัย ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซากโบราณสถานวัดศรีสุคต ซากโบราณสถานวัดโพธิ์ทอง พระอัฏฐารสศรีสุคตทศพลญาณบพิตรซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปยืนหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ สระสองห้อง ศาลหลักเมือง เสาหลักเมือง เป็นต้น

            ย่านศิลปวัฒนธรรม อาทิ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยเนรศวร พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี โรงหล่อบูรณะไทย  พิพิธภัณฑ์หอศิลปวัฒนธรรม โรงเรียนสอนศิลปะ โรงเรียนสอนดนตรี ร้านจำหน่ายงานศิลปหัตถกรรม และร้านขายของที่ระลึก

            ย่านตลาดใต้ วัดท่ามะปราง เป็นย่านการค้าที่เจริญรุ่งเรืองและมีความสำคัญมาเนิ่นนานจนถึงปัจจุบันตามภูมิศาสตร์ที่ตั้งริมแม่น้ำน่าน ซึ่งมีกลุ่มคนไทย จีน และแขกอิสลามทำมาค้าขายปะปนกัน ย่านเที่ยวสบายสายมิตรภาพ เส้นทางถนนสายมิตรภาพได้รับการช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกา ตัดผ่านใจกลางเมืองสู่สี่แยกอินโดจีนไปสิ้นสุดที่สี่แยกพ่อขุนผาเมือง เป็นหนึ่งในเส้นทางยุทธศาสตร์สายเศรษฐกิจตะวันออกตะวันตกเชื่อมกับพม่า ลาว เวียดนาม และมาเลเซีย ย่านค้าทอง ดาวทาวน์ เป็นย่านการค้าสำคัญและเป็นศูนย์กลางของเมืองบนถนนเอกาทศรถบริเวณสถานีรถไฟ

            ย่านบ้านคลอง คอกสุนัขบางแก้ว เป็นแหล่งสุนัขไทยพันธุ์บางแก้ว และแหล่งสถาบันการศึกษาได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม และวิทยาลัยอาชีวศึกษาพิษณุโลก ย่านพุทธศาสนสถาน นอกเขตกำแพงเมือง แหล่งกรุพระชื่อดัง อาทิ วัดสระไม้แดง วัดธรรมจักร วัดอรัญญิก วัดเจดีย์ยอดทอง รวมถึงพระพุทธรูปสองพี่น้องในวัดโพธิญาณ

            และย่านการเรียนรู้และอยู่อย่างพอเพียง อาทิ การรักษาโรคต่าง ๆ ด้วยสมุนไพรพื้นบ้าน ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนในด้านต่าง ๆ เช่น ขยะอินทรีย์ ผลิตภัณฑ์น้ำหมักชีวภาพ และศูนย์เรียนรู้พันธุ์ไม้ เป็นต้น นับได้ว่า 10 ย่านในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจและสัมผัสได้ถึงการเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมที่หลากหลาย วิถีชีวิตที่เรียบง่าย และการอยู่อย่างพอเพียงของเมืองพิษณุโลก ผ่านเรื่องราวต่างๆ มากมายที่บอกเล่าเรื่องตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จนกล่าวได้ว่า "พิษณุโลกไม่ได้มีดีเพียงแค่เป็นเมืองผ่านเท่านั้น"

            หลังจากได้ทราบสถานที่ท่องเที่ยว 10 ย่านของเมืองพิษณุโลกเสร็จแล้ว ในวันรุ่งขึ้นคณะผู้วิจัยนำโดย รศ. ดร.จิรวัฒน์ก็ได้นำคณะสื่อมวลชนทั้งส่วนกลางและท้องถิ่นลงสัมผัสพื้นที่จริง เริ่มจากย่านตลาดใต้ดูร้านค้าเก่าแก่ก่อนไฟไหม้เมืองพิษณุโลกครั้งใหญ่ จนทำให้ต้องมีการวางผังเมืองใหม่

            ภายในตลาดใต้มีตลาดสดที่ขายสิ้นค้าพื้นบ้านที่น่าสนใจก็คือเห็ดเผาะรวมถึงรังผึ้งปิ้งชิมแล้วก็มันดี  แต่สิ่งที่ได้พบภายในตลาดสดแห่งนี้ก็คือการนั่งรับบิณฑบาตของพระและสามเณร แต่ถ้ายืนก็คงเป็นข่าวไปนานแล้ว เมื่อเข้าไปสอบถามได้ความว่าเป็นการรับบิณฑบาตเพื่อนำไปเลี้ยงพระและสามเณรโรงเรียนพระปริยัติธรรมและสามเณรที่บวชภาคฤดูร้อนกว่า 50 รูป จึงมีความคิดว่าหากมีการติดป้ายแจ้งให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ของการนั่งรับบิณฑบาตก็จะดีไม่น้อยเป็นการทำความเข้าใจกับผู้ที่ไม่เคยพบเห็นโดยเฉพาะยิ่งนักข่าวต่างถิ่น

            แต่ขณะที่เดินชมตลาดเพลินๆอยู่นั้นก็ได้เห็นภาพของพระที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมโดยการนำซองผ้าป่าติดกับไม้ติดกัณฑ์เทศน์ยื่นให้กับญาติโยมที่เดินผ่านไปมาลักษณะเป็นการยัดเยียดจึงได้เก็บภาพดังกล่าวไว้ เมื่อพระรูปดังกล่าวเห็นเข้าถึงกับตกใจและเดินออกไปอย่างรวดเร็ว สอบถามชาวบ้านทราบว่าเป็นพระมาจากถิ่นอื่น จึงได้แต่คิดว่าตลาดสดกับพระยืนหรือนั่งรับบิณฑบาตและพระเรี่ยไรเป็นของคู่กันไปแล้วหรือ

            หลังจากนั้นคณะผู้วิจัยได้พาเข้าไปชมศาลเจ้าซึ่งเป็นที่เคารพของชาวสองแคว ได้เห็นการผสมผสานความเชื่อระหว่างพุทธศาสนาแบบเถรวาทกับมหายานอย่างลงตัว เพราะมีการตั้งพระพุทธชินราชเป็นองค์ประธานต่อจากนั้นก็จะเป็นพระพุทธรูปและพระเถระตามความเชื่อฝ่ายมหายาน แม้นแต่การทำเหรียญก็มีรูปพระพุทธชินราชและอีกด้านหนึ่งก็จะเป็นรูปของพระเถระฝ่ายมหายานอย่างเช่นเหรียญองค์ไต่ฮงกงโจวซือเทพเจ้าผู้อนุเคราะห์สัตว์โลก อันสะท้อนให้เห็นถึงการเป็นอยู่แบบพหุวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี 

            และก็ได้เห็นภาพความเป็นอยู่แบบพหุวัฒนธรรมปรากฏชัดขึ้นตอนเข้าไปชมวัดราชบูรณะที่กรุพระนางพญาแตกขึ้นไปบนศาลาการเปรียญมีบาตรฆ้องและไซขนาดใหญ่ตั้งไว้รอรับบริจาคจากญาติโยม และในวันนั้นปรากฏว่าพล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ปลัดกระทรวงกลาโหม เดินทางไปทำบุญคล้ายวันเกิด ทั้งนี้ได้นำข้าวหมกไก่มาถวายพระด้วย โดยมีเจ้าของร้านที่เป็นมุสลิมมาจัดเตรียมด้วยตัวเอง จึงได้เข้าไปสอบถามได้รับคำตอบว่าไม่มีปัญหาอะไรเพราะว่าไม่ได้ไหว้พระ ดังนั้นคนไทย (แม้นมีนามสกุลเดียวกัน) จะนับถือศาสนาต่างกันแต่หากเข้าใจซึ่งกันและกันก็เป็นอยู่อย่างมีความสุข

            ต่อไปจากนั้นได้ไปสักการะศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภายในย่านโบราณสถานเมืองเก่าพระราชวังจันทน์ ตอนเข้าไปสักการะก็รู้สึกเขินๆเหมือนกันเพราะว่าปกติแล้วจะคุ้นเคยแต่การไหว้พระ

            จุดสุดท้ายก่อนที่คณะผู้วิจัยจะพาไปรับประทานก๋วยเตี๋ยวห้อยขาร้านริมแม่น้ำน่านข้างวัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชมหาวรวิหารและเดินทางกลับ และคิดว่าเป็นไฮไลท์ของย่านท่องเที่ยวในความรู้สึกของผู้เขียนคือพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีและโรงหล่อบูรณะไทย ซึ่งอยู่ที่ถนนวิสุทธิ์กษัตริย์ ต.ในเมือง

            พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี ซึ่งเกิดขึ้นจากการก่อตั้งและรวบรวมโบราณวัตถุพื้นบ้านหลากหลายเป็นจำนวนมากโดยจ่าสิบเอกดร.ทวี บูรณเขตต์ ตั้งแต่ปี 2526 เพื่อใช้เป็นสถานที่เก็บรวบรวมและจัดแสดงข้าวของเครื่องมือทำมาหากินของชาวบ้านท้องถิ่นในอดีตเป็นจำนวนมากโดยแบ่งกลุ่มการแสดงอย่างเป็นหมวดหมู่ในบ้านแต่ละหลังเริ่มจากบ้านแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืด บ้านแสดงพิษณุโลกในอดีตที่มีรูปภาพเก่ามากหมาย บ้านวิถีชาวบ้านตั้งแต่เกิดจนตาย  ความเชื่อ และการเป็นอยู่ และสุดท้ายคือบ้านไทยทรงดำซึ่งเป็นชาติพันธุ์ไทยหรือไทมีอยู่เป็นจำนวนมากที่อำเภอบางระกำ

            ส่วนโรงหล่อบูรณะไทยซึ่งมีการหล่อพระพุทธชินราชเป็นหลักเพราะว่าจ่าสิบเอกดร.ทวีได้สืบทอดความเป็นช่างหล่อมาจากพ่อ แม้จะเป็นทหารแต่ก็ยังสนใจด้านนี้และเคยเข้าไปอบรมจากกรมศิลปากรจนทำให้มีมือเรื่องชื่อจนได้รับการยกย่องว่าเป็นเจ้าของและปติมากรฝีมือเยี่ยมแห่งเมืองพิษณุโลก เป็นบุคคลดีเด่นทางวัฒนธรรมสาขาช่างฝีมือแขนงช่างหล่อ และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีก็ยังได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยประเภทหน่วยงานส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว

            เมื่อย่างก้าวเข้าไปภายในโรงหล่อบูรณะไทยขวามือจะเป็นห้องพระพุทธรูปปางต่างๆไว้ให้เช่า และซ้ายมือจะได้เห็นแผ่นป้ายแสดงถึงขั้นตอนการหล่อพระ ดังนั้นทำให้รู้สึกว่าโรงหล่อแห่งนี้หาได้เน้นแต่เชิงพาณิชย์เท่านั้นยังให้ความรู้กับคนที่เข้ามาเยี่ยมชมด้วย และเมื่อเข้าไปข้างในโรงหล่อก็จะมีสวนนกที่เป็นความชอบของลูกชายที่มีนกพันธุ์หายากกว่า 30 ชนิดอย่างเช่นนกเงือกที่ได้รับอนุญาตแล้วเป็นต้น 

            ได้สอบถามจ่าสิบเอกดร.ทวีถึงความสนใจที่เก็บรวบรวมและการคงสถานะในปัจจุบันก็ได้ความว่าได้เก็บรวบรวมตั้งแต่สมัยมียศเป็นสิบเอกเพราะต้องการให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาความเป็นชาติรู้กำพืดของตัวเองจะได้มีจุดยืนและมีแนวความคิดเป็นของตัวเองไม่ใช่มัวแต่ลอกเลียนแบบคนอื่น ซึ่งช่วงที่เก็บใหม่ๆก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นบ้าแต่ก็ไม่สนใจ ส่วนความเป็นอยู่ปัจจุบันนี้ก็พออยู่ได้แม้นว่าจะมีค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมากก็ตาม จะโฆษณาประชาสัมพันธ์ติดป้ายใหญ่ๆก็ไม่ได้เพราะต้องเสียภาษีป้ายอีก

            เมื่อถามความเห็นที่ทางคณะวิจัยได้จัดให้พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีและโรงหล่อบูรณะไทยเป็นส่วนหนึ่งในย่านท่องเที่ยวเมืองพิษณุโลกด้วย จ่าสิบเอกดร.ทวีก็ได้ตอบอย่างทรนงว่า "นักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ไม่มาที่นี่แล้วจะให้ไปไหน"

            จากความมุ่งมั่นและฐานความคิดของจ่าสิบเอกดร.ทวีที่มุ่งทำประโยชน์เพื่อรวมมากกว่าเป็นเชิงพาณิยช์ คณะวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนทุนจาก สกว.จึงยกให้เป็นเป็น 1 ใน 10 ย่านท่องเที่ยวเมืองสองแควคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นบ้าทำได้ขนาดนี้แล้ว คนที่มีความสามารถด้านต่างๆมากกว่าจ่าสิบเอกดร.ทวีไม่คิดที่จะเลียนแบบทำประโยชน์ให้กับบ้านเกิดของตัวเองบ้างหรือๆว่าจะคิดแต่เอาผลกำไรเท่านั้น

..................

(หมายเหตุ : 'เขาว่าผมบ้า'จ่าทวีผู้อนุรักษ์วิถีพื้นบ้าน วิจัยสกว.ชู1ใน10ย่านท่องเที่ยวสองแคว : สำราญ สมพงษ์รายงาน)