ไลฟ์สไตล์

ไทยติดหวัด3คนรวดแม่แพร่สู่ลูกครั้งแรก

ไทยติดหวัด3คนรวดแม่แพร่สู่ลูกครั้งแรก

04 มิ.ย. 2552

สธ.แถลงข้อมูลการแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่ 2009 หลังพบไทยติดเชื้อรวดเดียว 3 ราย 2 รายเป็นการแพร่เชื้อกันเองภายในประเทศครั้งแรก แม่ที่เดินทางไปเที่ยวสหรัฐฯและกลับมาแพร่เชื้อให้ลูก ขณะที่ผู้ป่วยเฝ้าที่ต้องเฝ้าระวังในไทยมีถึง 345 ราย

(4 มิ.ย.) ที่กระทรวงสาธารณสุข  พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อมป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานและพิจารณาปรับยุทธศาสตร์การดำเนินงานของประเทศให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ โดยมีนายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมประชุม

 พล.ต.สนั่น กล่าวภายหลังการประชุมว่า ในวันนี้ที่ประชุมได้รับรายงานเพิ่มว่า มีผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 เพิ่ม 3 ราย ซึ่งได้รับผลแลปยืนยันเมื่อเวลา 16.00 น. ทำให้ประเทศไทยขณะนี้มีผู้ป่วยโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่แล้วจำนวน 8 ราย จากที่มีการรายงานก่อนหน้านี้ 5 ราย

 ทั้งนี้รายละเอียดผู้ป่วยที่ยืนยันเพิ่มเติมนั้น ผู้ป่วยยืนยันรายที่ 6 เป็นผู้หญิง อายุ 49 ปี เป็นภรรยาของผู้ป่วยยืนยันรายที่ 4 อายุ 50 ปี ซึ่งเดินทางไปยังสหรัฐฯ ด้วยกัน และได้เดินทางไปหลายรัฐ เมืองสุดท้ายที่แวะพักคือเมืองชิคาโก้ ก่อนกลับมายังประเทศไทย เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2552 และได้ผ่านเครื่องเทอร์โมสแกนโดยตรวจไม่พบไข้ แต่มีอาการป่วยหลังจากกลับบ้านแล้ว 3 วัน จึงได้เข้าพบแพทย์เพื่อเข้าสู่ระบบการเฝ้าระวัง

 ส่วนผู้ป่วยรายที่ 7 นั้น เป็นลูกชายของผู้ป่วยทั้ง 2 อายุ 19 ปี เป็นการติดเชื้อภายในประเทศ เนื่องจากไม่มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศ แต่ติดเชื้อจากคนในครอบครัวเดียวกัน โดยเริ่มมีอาการน้ำมูกไหลเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ป่วยรายที่ 8 เป็นหญิงอายุ 20 ปี เพิ่มเดินทางกลับจากรัฐนิวยอร์ก สหรัฐฯ โดยเริ่มมีอาการเจ็บคอก่อนเดินทางกลับ โดยถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2552 หลังจากนี้มีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ จึงไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2552

 “ขณะนี้ไทยมีผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่มีการติดเชื้อภายในประเทศแล้ว 1 คน ดังนั้นที่ประชุมจึงกำชับให้เพิ่มความเข้มข้นในการคัดกรองผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ และให้ข้อมูล ซึ่งหากพบว่าตนเองมีไข้ มีอาการไข้หวัด หลังเดินทางกลับจากต่างประเทศ ให้พบแพทย์ทันที” พล.ต.สนั่น กล่าว และว่า ทั้งนี้รัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญในการเตรียมความพร้อมป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ และถือเป็นวาระสำคัญของประเทศ ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันอย่างเต็มที่ โดยการดำเนินงานเน้น 3 เรื่อง คือ 1.ความร่วมมือของทุกหน่วยงานในการป้องกันควบคุมโรค โดยการให้ความรู้ ความเข้าใจ ส่งเสริมพฤติกรรมการป้องกันโรคและวิธีปฏิบัติตนในการดูแลตนเอง 2.ความโปร่งใสในการรายงานโรคและมาตรการป้องกันควบคุมโรค และ 3.การลดผลกระทบด้านสุขภาพ เศรษฐกิจและสังคม

 ด้าน นายวิทยา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ อย่างใกล้ชิด และมีการปรับมาตรการดำเนินงานให้เหมาะสมตลอดเวลา คาดว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดในอนาคต จะขยายวงกว้างต่อไปเรื่อยๆ จนเป็นโรคประจำถิ่นในที่สุด โดยทิศทางการแพร่ระบาดในทุกประเทศจะเป็นไปใน 3 ระยะคือ ระยะแรก (สถานการณ์ A) มีผู้ป่วยที่ติดเชื้อมาจากต่างประเทศและเดินทางเข้ามาในประเทศ การควบคุมทำได้โดยการแยกรักษา ให้ยาผู้สัมผัสเท่าที่จำเป็น ระยะต่อมา (สถานการณ์ B) เริ่มมีการแพร่ระบาดในประเทศ

หากควบคุมได้ดี การระบาดจะอยู่ในวงจำกัด พบผู้ป่วยจำนวนหลายสิบคนหรือไม่เกินร้อย แต่ยังอยู่ในพื้นที่เดียวกัน การควบคุมจะใช้มาตรการล้อมกรอบคือ ให้ยาทั้งผู้ป่วยและผู้สัมผัสโดยไม่ต้องตรวจยืนยัน หยุดเรียนหรือหยุดงาน แยกผู้ป่วยให้อยู่ในบ้าน เป็นต้น ระยะต่อไป (สถานการณ์ C) มีการแพร่ระบาดขยายต่อไปในวงกว้างภายในประเทศ มีการแพร่ระบาดข้ามเมืองหรือทั้งประเทศ มีผู้ป่วยจำนวนหลายพันหรือหลายหมื่นคน มาตรการจะใช้วิธีลดผลกระทบ เช่น เน้นดูเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง ให้เฉพาะผู้ที่ป่วยหยุดเรียนหรือหยุดงาน แทนการหยุดทั้งหมด

 “สิ่งที่ต้องทำขณะนี้คือการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคให้อยู่ในวงจำกัด โดยเฝ้าระวังติดตามผู้ที่ใกล้ชิดผู้ป่วย และมีโอกาสสัมผัสผู้ป่วยทั้งหมด พร้อมกันนี้ต้องให้ความรู้ประชาชน ทั้งนี้ผลการประชุมในวันนี้จะรายงานต่อที่ประชุม ครม. เพื่อให้มีการสั่งการไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อเฝ้าระวัง โดยเฉพาะในส่วนกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เพื่อขอความร่วมมือในการเฝ้าระวังภายในโรงเรียน และโรงงานต่างๆ” นายวิทยา กล่าว และว่า ยืนยันว่าโรคไข้หวัดใหญ่สานพันธุ์ใหม่รักษาได้ ซึ่งประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก โดยผู้ป่วยที่ยืนยันก่อนหน้านี้ 5 ราย ได้รักษาจนหายปกติแล้ว ส่วนอีก 3 รายที่ยืนยันเพิ่มเติมวันนี้ ทางกระทรวงได้ดูแลให้อยู่ในวงจำกัดเพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรค

 นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ โฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในส่วนผู้ป่วยรายที่ 4 และ 6 นั้น มีลูก 3 คน ในจำนวนนี้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 1 คน แต่ 2 คนไม่พบเชื้อ รวมถึงคนรับใช้ที่อยู่ในบ้านก็ตรวจไม่พบเชื้อเช่นกัน ซึ่งได้ให้ยาโอเซลล์ทามีเวียร์เพื่อป้องกันแล้ว ขณะที่ผู้ป่วยรายที่ 8 นั้น ขณะนี้ได้ติดตามเฝ้าระวังผู้ใกล้ชิดเพิ่มเติม 5 คน ในจำนวนนี้มีน้ำมูกไหล 1 ราย ซึ่งทั้งหมดได้ดูแลอย่างใกล้ชิดแล้วและสบายดี ทั้งนี้การที่ลูกอีก 2 คนของผู้ป่วยรายที่ 4 และ 6 ไม่ติดเชื้อทั้งที่อยู่ในครอบครัวเดียวกันนั้น เนื่องจากมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องทั้งในเรื่องภูมิต้านทานในร่างกาย รวมถึงระยะเวลาการรับเชื้อที่ต้องได้รับเชื้อเป็นจำนวนที่มากพอควร

 นพ.คำนวณ กล่าวว่า แม้ว่าขณะนี้ทางองค์การอนามัยโลกยังไม่มีการขยับประกาศเป็นการแพร่ระบาดในระดับ 6 แต่ในส่วนของประเทศไทยเราได้ดำเนินมาตรการอย่างเข้มงวด ซึ่งเมื่อพบผู้ได้รับเชื้อภายในประเทศในที่ประชุมจึงได้วางมาตรการในการป้องกันและควบคุม โดยเน้นการให้ความรู้แก่ประชาชนในการป้องกันโรค และการวางมาตรการในส่วนโรงเรียน และโรงงานต่างๆ ซึ่งเป็นสถานที่มีคนอยู่จำนวนมากๆ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในวงกว้าง แม้ว่าภาวะโรคจะไม่รุนแรง แต่โรคสามารถแพร่ระบาดได้ง่ายเนื่องจากเชื้อมีระยะฟักตัวสั้น

ผู้ป่วยเฝ้าระวังไข้หวัด2009ในไทยมีถึง345ราย

 นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า ทั่วโลกมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นกว่า 50 ประเทศ หากรวมกับประเทศไทย พบว่ามีผู้ป่วยแล้วจำนวน 15,511 ราย ขณะที่ผู้ป่วยที่อยู่ในข่ายเฝ้าระวังของไทย มีจำนวน 345 คน ซึ่งรวมกับผู้ป่วยที่พบเชื้อ ส่วนกรณีที่ผู้ป่วยรายล่าสุด แม้จะมีอาการป่วยในช่วงที่เดินทางกลับเข้าประเทศ แต่เครื่องเทอร์โมสแกนกลับตรวจหาเชื้อไม่พบนั้น อาจเป็นเพราะผู้ป่วยรับประทานยารักษามาก่อน เครื่องจึงตรวจหาไม่พบ

 นพ.ปราชญ์ กล่าวว่า สำหรับการเฝ้าระวังโรค ทุกประเทศจะมีการจัดการลักษณะเดียวกัน คือให้ประชาชนทุกคนร่วมกับเจ้าหน้าที่ รวมทั้งมีการรายงานและแนะนำประชาชนอยู่เสมอ ซึ่งโรคดังกล่าวสามารถป้องกันได้ ด้วยการเสริมสร้างสุขนิสัยที่ดี ตั้งแต่การใช้หน้ากากอนามัย และการล้างมือบ่อยๆ หากทุกคนเริ่มตั้งแต่วันนี้ เชื่อว่าการแพร่ระบาดของโรคในประเทศจะไม่รุนแรงอย่างแน่