ไลฟ์สไตล์

เจ๊าะแจ๊ะวิทยาศาสตร์:หมอกและควัน

เจ๊าะแจ๊ะวิทยาศาสตร์:หมอกและควัน

29 เม.ย. 2556

หมอกและควัน : คอลัมน์เจ๊าะแจ๊ะวิทยาศาสตร์ : โดย...พี่ฮัมมิ่งเบิร์ด [email protected]

               

               สวัสดีค่ะน้องๆ สัปดาห์นี้ พี่ฮัมมิ่งเบิร์ด ขอนำเสนอเรื่องราวของหมอกควันที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศเราค่ะ ว่าแต่น้องสงสัยเหมือนพี่หรือเปล่าคะ ว่าทำไมหมอกควันที่ภาคเหนือทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี จากการสรรหาข้อมูลพบว่า ปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง ส่วนใหญ่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ ไม่ใช่ธรรมชาติเป็นต้นเหตุแต่อย่างไร โดยการกระทำของมนุษย์ อย่าง การเผาป่า ใบไม้และเศษหญ้าแห้ง เพื่อเตรียมพื้นที่ทำการเกษตรครั้งต่อไป การทำลายป่า ล้วนเป็นต้นเหตุให้หลายจังหวัดในภาคเหนือเริ่มมีฝุ่นละอองเกินกว่ามาตรฐาน กระจายคละคลุ้งไปทั่วพื้นที่

                มลพิษในอากาศส่วนใหญ่จะอยู่ในชั้นบรรยากาศที่ใกล้พื้นโลกมากที่สุด นั่นคือชั้นโทรโพสเฟียร์ ซึ่งกินพื้นที่จากผิวโลกขึ้นไปประมาณ 16 กิโลเมตร ในปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ จะทำให้อากาศเกิดการแบ่งชั้นตามอุณหภูมิโดยอากาศที่เย็นกว่าจะถูกกักไว้ชั้นล่าง โดยอยู่ใกล้กับผิวโลก ในขณะที่อากาศที่ร้อนกว่าอยู่ข้างบน ในสภาพดังกล่าวนั้นมลพิษจะถูกกักเก็บไว้ที่อากาศชั้นล่างและจะไม่มีการผสมกันของอากาศตามธรรมชาติ ถือเป็นกลุ่มหมอกควันที่เป็นมลภาวะทางอากาศอย่างหนึ่ง ซึ่งมลพิษถูกกักเก็บไว้ในอากาศเนื่องจากปรากฏการณ์เปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ซึ่งมลพิษเหล่านี้เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง ถ่านหิน น้ำมัน

                นอกจากนี้ยังเกิดได้จากการทำปฏิกิริยาของแสงกับออกไซด์ของไนโตรเจน และสารประกอบอินทรีย์ชนิดระเหยได้ ที่จริงแล้ว smog ประกอบด้วยโอโซน ซึ่งโอโซนในบรรยากาศชั้นล่าง (โทรโพสเฟียร์) ถือว่าเป็นอันตรายต่อร่างกาย ทำให้เกิดอาการระคายเคืองที่ปอด ตลอดจนเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ทั้งพืชและสัตว์ ปริมาณโอโซน เป็นตัวบ่งชี้ถึงความรุนแรงของมลภาวะได้ เนื่องจากปริมาณโอโซนในชั้นโทรโพสเฟียร์ที่มีมากขึ้น หมายถึงปริมาณมลพิษอื่นๆ ในอากาศที่มากขึ้นด้วย เช่น ปริมาณของคาร์บอนมอนอกไซด์ เมื่อความชื้นในอากาศรวมกับก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ หรือออกไซด์ของไนโตรเจนจะเกิดเป็นกลุ่มหมอกควันที่มีสภาพเป็นกรด ซึ่งเป็นอันตรายต่อปอด และยังสามารถกัดกร่อนโลหะ ตลอดจนหินอ่อนได้อีกด้วย น้องๆ รู้สาเหตุแล้วก็ต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือในการรักษาสิ่งแวดล้อม ป่าไม้ที่จะทำหน้าที่ฟอกอากาศบริสุทธิ์ให้แก่เรา แล้วพบกันสัปดาห์หน้าค่ะ

 

 ...............................................


(หมอกและควัน : คอลัมน์เจ๊าะแจ๊ะวิทยาศาสตร์ : โดย...พี่ฮัมมิ่งเบิร์ด [email protected])