ไลฟ์สไตล์

นำร่องหมู่บ้านปลอด'เพลี้ย-ข้าววัชพืช'

นำร่องหมู่บ้านปลอด'เพลี้ย-ข้าววัชพืช'

29 เม.ย. 2556

นำร่องหมู่บ้านปลอด 'เพลี้ย-ข้าววัชพืช' ขจัดมหันตภัยร้ายคุกคามชาวนาไทย : ดลมนัส กาเจ ... รายงาน

 

                       แม้ประเทศไทยจะเป็นประเทศกสิกรรม มีการทำนามายาวนาน ดั่งสำนวนโบราณที่ว่า ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ซึ่งเป็นสำนวนที่บ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของผลผลิตข้าวไทย สินค้าส่งออกของประเทศมูลค่าปีละกว่า 2 แสนล้านบาท แต่กระนั้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ชาวนาไทยมักประสบปัญหาการทำนาข้าวมากมาย ทั้งจากภัยธรรมชาติ และจากการกระทำของชาวนาเอง ที่เอื้อต่อการเกิดศัตรูพืชในนาข้าว โดยเฉพาะการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และข้าววัชพืช คิดมูลค่าความเสียหายอย่างมหาศาล

                       ข้อมูลจากกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า การระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลครั้งแรกเมื่อปี 2518-2527 และรุนแรงที่สุดระหว่างปี 2552-ปัจจุบัน มีพื้นที่เสียหายทั้งหมดกว่า 5 ล้านไร่ คิดมูลค่าราว 2.6 หมื่นบาท ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นาชลประทานเขตภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง ต่อมาขยายไปยังภาคภาคตะวันตก และภาคตะวันออก กระทั่งปี 2556 สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ล่าสุด ณ วันที่ 10 เมษายน 2556 มีการระบาด 12,009 ไร่ ส่วนใหญ่อยู่พื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ และนครศรีธรรมราช เช่นเดียวกับการระบาดของข้าววัชพืช จากการเก็บข้อมูลของกรมการข้าว พบว่า ตั้งแต่ปี 2518 ที่เกิดการระบาดข้าววัชพืช หรือ “weedy rice” ในนาข้าว จ.ปราจีนบุรี ต่อมาระบาดรุนแรงอีกครั้งเมื่อปี 2544 ก่อนลุกลามในทุกภาคของประเทศไทยถึง 64 จังหวัด กินเนื้อที่กว่า 20  ล้านไร่ คิดมูลค่าความเสียหาย 1.35 หมื่นล้านบาท 

                       นั่นแสดงให้เห็นว่า ปัญหาต่างๆ ที่เริ่มเกิดขึ้นช่วงปี 2518 สอดคล้องกับการยืนยันของ นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาแห่งประเทศไทย ว่า การเกิดแมลงศัตรูพืชและวัชพืชหลังจากที่ชาวนาเปลี่ยนพฤติกรรมในการทำนาจากเดิมที่ทำนาดำหันมาทำนาหว่านราว 30 ปีก่อน

                       "การทำนาในอดีตกับปัจจุบันมีความแตกต่างกัน คือสมัยก่อนจะทำนาดำ อาศัยน้ำจากธรรมชาติ โดยเฉพาะน้ำฝนเป็นหลัก มีบางพื้นที่ติดกับแม่น้ำลำคลอง จะทำนาปีละ 2 ครั้ง แต่ปัจจุบันระบบชลประทานดีขึ้น ทำให้ชาวนาเปลี่ยนพฤติกรรมในการทำนาจากเดิมทำนาดำ เพราะมีเวลาเพียงพอ จึงหันมาทำนาหว่าน เพราะต้องแข่งกับเวลาที่ต้องทำนาปีละ 3 ครั้ง จึงมีการใช้สารเคมีที่เกินกว่าจำเป็น ทำให้มีปัญหามากมาย โดยเฉพาะในเรื่องศัตรูพืชที่มาทำลายของต้นข้าวทั้งที่เป็นแมลศัตรูพืชและวัชพืช เกิดจากที่เกษตรกรไม่มีการพักนา เก็บเกี่ยวเสร็จอีก 7 วันไถ่กลบและปลูกข้าวใหม่ ทั้งที่น่าจะทิ้งช่วงสัก 2 เดือน เพื่อตัดวงจรชีวิตของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้" นายประสิทธิ์ กล่าว

                       อย่างไรก็ตาม ทั้งปัญหาการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำและข้าววัชพืชนั้น กรมการข้าวมีการติดตามและแก้ปัญหามาตลอด ล่าสุด นายชัยฤทธิ์ ดำรงเกียรติ อธิบดีกรมการข้าว ยืนยันว่า จะใช้งบประมาณปี 2556 เพื่อดำเนินการเชิงรุก ด้วยการตั้ง "หมู่บ้านปลอดเพลี้ย" ที่มีปัญหาการระบาดรุนแรงและเป็นพื้นที่ศูนย์ข้าวชุมชนจังหวัดละ 5 หมู่บ้าน ใน 3 จังหวัด และตั้ง "หมู่บ้านปลอดข้าววัชพืช" โดยการคัดเลือกพื้นที่ที่มีข้าววัชพืชระบาดรุนแรงและเป็นพื้นที่ศูนย์ข้าวชุมชนใน 2 จังหวัด คือ ปทุมธานี และสุพรรณบุรี

                       นายชัยฤทธิ์ กล่าวว่า จากบทเรียนจากการติดตามศึกษาสภาพการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในรอบที่ 4 ตั้งแต่ปี 2552-ปัจจุบัน มีพื้นที่ระบาดเสียหายแล้วประมาณ 5 ล้านไร่ ทำให้ผลผลิตชาวนาเสียหายเฉลี่ย 60% มูลค่าความเสียหายราว 2.6 หมื่นล้านบาท ดังนั้นในปีงบประมาณ 2556 นี้ โดยเฉพาะฤดูนาปีที่กำลังจะถึงราวมิถุนายนนี้ ทางกรมการข้าวเร่งปราบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลให้อยู่หมัด โดยใช้กลยุทธ์การควบคุมด้วยมาตรการทางวิชาการควบคู่มาตรการเชิงรุก “1 ลด 2 งด 3 เพิ่ม” คือ

                       ลด เป็นการลดอัตราการหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เหลือ 15-20 กก./ไร่ หรือถ้าทำนาดำอาจใช้เพียง 7-10 กก. /ต่อไร่ หากเกษตรกรปฏิบัติตามได้จะประหยัดเฉพาะเมล็ดพันธุ์ข้าวได้ไร่ละอย่างน้อย 300 บาท, งด คือ งดใช้สารเคมีฆ่าแมลงในระยะข้าวอายุน้อยกว่า 40 วัน งดใช้อบาเม็กติน และไซเพอร์เมทรินในนาข้าว และ เพิ่ม คือ เพิ่มการปลูกข้าวพันธุ์ต้านทานต่อเพลี้ยกระโดด เช่น พันธุ์ กข.47 และพันธุ์ที่กรมการเพิ่งประกาศครั้งสุดคือพันธุ์ กข.49 ซึ่งถือเป็นสุดยอดของการต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้เพิ่มการปลูกพืชมีดอกบนคันนาเพื่อรักษาสมดุลศัตรูข้าว เพิ่มการสำรวจตรวจเยี่ยมแปลงนาสม่ำเสมอ หรือใช้กับดักแสงไฟ

                       "มาตรการทั้งหลายทั้งปวงที่กรมการข้าวเห็นว่าการกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้คือ การเลือกพันธุ์ข้าวที่ต้านทานต่อการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ทางกรมการข้าวจะมีการวิจัยปรับปรุงข้าวอย่างต่อเนื่อง อีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจมาก ชาวนาลงทุนน้อยคือผมไปดูงานจากต่างประเทศมาพบว่า การพืชตามคันนา เป็นพืชดอกสีขาว สีชมพู ต้นอะไรก็ได้ พบว่ามีแมลงศัตรูธรรมชาติ ที่จะไปทำลายตัวเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้เป็นอย่างดี ต่อไปเราจะส่งเสริมส่วนนี้อย่างจริงจังครับ" นายชัยฤทธิ์ กล่าว

                       ส่วนมาตรการการปฏิบัติงานเชิงรุกที่กรมการข้าวเร่งดำเนินการในปีงบประมาณ 2556 คือ การตั้งหมู่บ้านนำร่องปลอดการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล โดยคัดเลือกหมู่บ้านที่มีปัญหาการระบาดรุนแรงและเป็นพื้นที่ศูนย์ข้าวชุมชนจังหวัดละ 5 หมู่บ้าน ใน 3 จังหวัด ได้แก่ สุพรรณบุรี นครนายก และชัยนาท รวม 15 หมู่บ้าน โดยมีชาวนาอาสา 75 คน เป็นแกนนำถ่ายทอดเทคโนโลยีและร่วมทำแปลงเรียนรู้การใช้เครื่องมือและเก็บข้อมูล เพื่อติดตามพยากรณ์และเตือนภัยการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และเป็นผู้นำทางวิชาการในการแก้ปัญหาด้วยความเข้าใจในระดับชุมชน นอกจากนี้ได้ส่งเสริมสาธิตการใช้เครื่องดูดแมลง (Giant Light tap) เพื่อการขยายผลโดยท้องถิ่น จำนวน 2,000 เครื่อง เป็นต้น

                       ขณะที่ปัญหาการระบาดของวัชพืชนั้น อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ปัญหาข้าววัชพืช ที่ชาวบ้านเรียกว่า ข้าวหาง ข้าวนก ข้าวดีด ข้าวเด้ง ข้าวลาย หรือ ข้าวแดง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงใยชาวนาต่อปัญหาดังกล่าวมาโดยตลอด กรมการข้าวจึงเร่งแก้ไขปัญหา ซึ่งจากการติดตามประเมินพื้นที่ระบาดของข้าววัชพืช ในปี 2555 พบมีพื้นที่การระบาดในทุกภาค รวม 64 จังหวัด มีพื้นที่การระบาดไม่ต่ำกว่า 20 ล้านไร่ โดยมีการระบาดรุนแรงประมาณ 3 ล้านไร่ มูลค่าความเสียหายประมาณ 13,500 ล้านบาท" อธิบดีกรมการข้าวกล่าว

                       ดังนั้น ในปีงบประมาณ 2556 กรมการข้าวจึงเร่งดำเนินจัดตั้ง "หมู่บ้านปลอดข้าวดีดข้าวเด้ง" หรือข้าววัชพืช โดยให้ชุมชน องค์กรส่วนท้องถิ่นในการแก้ปัญหา โดยการคัดเลือกพื้นที่ที่มีข้าววัชพืชระบาดรุนแรงและเป็นพื้นที่ศูนย์ข้าวชุมชนใน 2 จังหวัด คือ ที่ปทุมธานี ที่ ต.คอไห อ.ลำลูกกา และ ต.สวนพริกไทย อ.เมือง ส่วนที่ จ.สุพรรณบุรี ที่ อ.เดิมบางนางบวช เพื่อกำจัดข้าววัชพืชอย่างยั่งยืน

                       ทั้งหมดนี้เป็นมาตรการที่กรมการข้าวกำลังเดินหน้า หวังที่จะพิชิตมหันตภัยร้ายเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและข้าววัชพืชในอนาคต

 

 

---------------------

(นำร่องหมู่บ้านปลอด 'เพลี้ย-ข้าววัชพืช' ขจัดมหันตภัยร้ายคุกคามชาวนาไทย : ดลมนัส กาเจ ... รายงาน)