ไลฟ์สไตล์

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : อ่านกันสนั่นเมือง

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : อ่านกันสนั่นเมือง

28 เม.ย. 2556

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : อ่านกันสนั่นเมือง : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

 

                          ในวาระที่กรุงเทพฯ ได้รับคัดเลือก และประกาศให้เป็นเมืองหนังสือโลกมหานครแห่งการอ่าน ทางกรุงเทพมหานครได้จัดงาน “35 ปีซีไรต์” ขึ้น โดยมีพิธีเปิดเป็นทางการ เมื่อ 21 เมษายนที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญให้ไปอ่านบทกวี ร่วมกับกวี นักเขียนซีไรต์จากประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน อีก 9 ประเทศ ที่ได้รับเชิญมาประเทศละคน ประกอบพิธีกรรมเปิดงานผ่านไปโดยมีท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นประธาน

                          นับตั้งแต่เริ่มมีการประกาศเมืองหนังสือโลก จนถึงปัจจุบันมีเมืองที่ได้รับเลือกให้เป็นเมืองหนังสือโลกมาแล้ว 14 เมือง กรุงเทพมหานครเป็นลำดับที่ 13 และเมืองพอร์ต ฮาร์คอร์ต ประเทศในจีเรียเป็นลำดับที่ 14 ซึ่งได้มีพิธี(กรรม) ส่งมอบธงกันไปเมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมา ณ ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์

                          เมืองที่(เคย)ได้รับเลือก ได้แก่ 2545 อเล็กซานเดรีย อียิปต์, 2546 นิวเดลี อินเดีย, 2547 แอนต์เวิร์ป เบลเยียม, 2548 มอนทรีออล แคนาดา, 2549 ตูริน อิตาลี, 2550 โปโกตา โคลอมเบีย, 2551 อัมเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์, 2552 เบรุต เลบานอน, 2553 ลูบลิยานา สโลวิเนีย, 2554 บัวโนสไอเรส อาร์เยนตินา, 2555 เยเรวาน อาร์เมเนีย, 2556 กรุงเทพฯ ประเทศไทย

                          สำหรับกรุงเทพมหานคร สมควรแล้วที่จะได้รับคัดเลือกให้เป็นเมืองหนังสือโลก  เพราะประเทศชาติของเรากำลังรณรงค์อย่างเข้มข้น เพื่อจะสร้างนิสัยรักการอ่านให้คนไทยอ่านกันนั่นเมือง ให้เสียงอ่านของประชาชนเราดังกึกก้องไปทั่วหล้า เกริกไกลไปถึงจักรวาล ก้องสะท้านไปถึงดาว

                          ลองนึกภาพประชาชนคนไทย ขึ้นรถไฟก็อ่าน นั่งรถเมล์ก็อ่าน นั่งพักผ่อนตามสวนสาธารณะก็อ่าน นั่งบนโถส้วมก็อ่าน ตื่นนอนก็อ่าน ก่อนนอนก็อ่าน ก่อนอาหาร หลังอาหาร อ่านไปจิบชา กาแฟไป ห้องสมุด แหล่งบริการทางการศึกษาเนืองแน่นไปด้วยผู้ใช้บริการ หน่วยงานสำนักงาน บริษัท ร้านค้า มีมุมหนังสือ แม้แต่ศูนย์บริการรถยนต์ คาร์แคร์ คลินิก ทุกหนทุกแห่งมีชั้นหนังสือ ตู้หนังสือ ที่ไหนๆ ก็มีหนังสือ มีคนอ่านหนังสือ จนเป็นเรื่องปกติธรรมดา ก็สุดแต่จะคิดฝันจินตนาการไป

                          หลังการประกอบ “พิธีกรรม” ทุกภาคส่วน ย่อมต้องมี “วิธีกรรม” ที่ชัดเจนจริงจัง ทั้งต้องจริงใจที่จะทุ่มเท ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สู่เป้าหมายให้เกิดผล ถึงผู้คน ประชาชน มิใช่ติดอยู่แค่ฉาก “พิธีกรรม” อันสวยหรู ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมหาศาล

                          ผมเคยมีประสบการณ์เรื่องกิจกรรมส่งเสริมการอ่านการเขียนมาบ้าง ทั้งในฐานะผู้จัด และผู้ร่วมคิด ร่วมทำ และในฐานะ ผู้สนับสนุน ร่วมไม้ร่วมมือ

                          รู้ซึ้งถึงความจำเป็นประการสำคัญในการทำงาน คือ “เงิน”

                          เงินสัก หลักพันหลักหมื่น ก็เพียงพอที่จะจัดกิจกรรมดีๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการอ่านการเขียนได้ โดยเฉพาะสำหรับเด็กประถม มัธยม ตามโรงเรียนต่างๆ

                          ในฐานะวิทยากร ผมเคยได้รับเชิญไปบรรยาย บางงานผมรู้สึกเสียดายงบ เพราะปรากฏว่าหน้าเวทีที่ผมไปเป็นวิทยากร มีคนร่วมพิธีกรรมแค่ไม่ถึงยี่สิบคน และทุกคนล้วนแต่เป็นสต๊าฟ โดยสวมเสื้อสีเดียวกันเป็นสัญลักษณ์ สอบถามดูบางงาน.. ใช้งบหลักแสน

                          ไม่ได้หมายความว่า พิธีกรรมเป็นเรื่องไม่จำเป็น และมิได้พาดพิงถึงเมืองหนังสือโลก หรอกครับ เพียงแต่อยากเห็นการขับเคลื่อนขยับเขยื้อนจากทุกภาคส่วน จากส่วนเล็กๆ จากผู้คนเล็กๆ จากครอบครัว จากโรงเรียน จากชุมชน ร่วมกันสอดคล้อง สอดรับกัน สนับสนุน เกื้อกูล ดูแล ช่วยเหลือกันและกัน

                          เพื่อให้การอ่านของประชาชนเข้มแข็ง แข็งแรง ด้วยการอ่านเชิงคุณภาพ จะได้เลิกกังวลต่อ “จำนวนบรรทัด หรือจำนวนเล่มต่อปี” เสียที

                          งบประมาณส่วนใหญ่ ควรไปถึงส่วนฐาน ไม่กระจุกอยู่ส่วนยอด ประกอบพิธีกรรมอย่างประหยัด ตัดสิ่งไม่จำเป็นลงบ้าง เช่นค่าดอกไม้ตกแต่ง ค่ากิน ค่าดื่ม

                          ขณะผู้ใหญ่ และบุคคลชั้นยอดกำลังประกอบพิธีกรรม ด้วยถ้อยคำแห่งมนต์ขลัง เด็กๆ ประถมโรงเรียนวัดลิงขบกำลังท่องอาขยานกันอยู่อย่างสนั่นเมือง.. แต่ไม่มีใครได้ยิน

 

 

----------------------

(ศิลป์แห่งแผ่นดิน : อ่านกันสนั่นเมือง : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ)