ไลฟ์สไตล์

“วิทยา”ของบ 7,000 ล้านจ่ายค่าตอบแทน อสม.ปี 53

“วิทยา”ของบ 7,000 ล้านจ่ายค่าตอบแทน อสม.ปี 53

04 มิ.ย. 2552

“วิทยา” เผย สธ.เตรียมของบกว่า 7,000 ล้านบาท จ่ายค่าตอบแทน อสม. ปี 53 ย้ำจ่ายช่วง “อภิสิทธิ์” นั่ง “นายกรัฐมนตรี” เท่านั้น พร้อมเตรียมยกระดับ รพ.นราธิวาส เป็น รพ.ศูนย์

 ที่กระทรวงสาธารณสุข - เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 4 มิ.ย.  นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในการมอบนโยบายแด่อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ซึ่งเดินทางมาจาก จ.นราธิวาส เพื่อมาดูงานด้านการดูแลสุขภาพและสาธารณสุข ว่า ภายหลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายรักษาฟรีเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลเพิ่มมากขึ้น ปรากว่ามีคนหาหมอเพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่เคยเดินไปร้านขายยา ซึ่งเดิมผู้ป่วย 100 คน จะซื้อยากินเองจากร้านขายยา 75 คน แต่ในช่วง 1-2 ปี ที่ผ่านมาพบว่า มีผู้ป่วยซื้อยากินเองเพียงแค่ 25 คนเท่านั้น

 อีกทั้งจำนวนการส่งต่อผู้ป่วยยังเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากโรงพยาบาลอำเภอไม่กล้ารักษา ส่งผลให้โรงพยาบาลจังหวัดมีผู้ป่วยเต็มโรงพยาบาล ไม่มีเตียงว่า ซึ่ง จ.นราธิวาสก็เช่นกัน ซึ่งในช่วงที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเดินทางไปดูงานที่นราธิวาส ได้สั่งการให้พัฒนาและยกระดับโรงพยาบาลนราธิวาสเป็นโรงพยาบาลศูนย์ ที่มีความพร้อมในการรักษา รวมทั้งแพทย์และพยาบาลที่ต้องเพียงพอ และต่อไปจะพัฒนาเป็นโรงพยาบาลเชี่ยวชาญเฉพาะโรค เช่น ศูนย์โรคหัวใจ เป็นต้น ซึ่งเมื่อเป็นคำสั่งนายกรัฐมนตรีตนจึงต้องเร่งดำเนินการเป็นเรื่องเร่งด่วน คาดว่าจะใช้งบประมาณ 200 ล้านบาท

 นายวิทยา กล่าว ส่วนของพยาบาลนั้น ในอีก 2 ปีข้างหน้านี้ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งจังหวัดสงขลาจะเป็นจังหวัดที่มีจำนวนพยาบาลเพียงพอกับจำนวนประชากรที่เป็นไปตามเกณฑ์องค์การอนามัยโลกกำหนด เนื่องจากในปีที่ผ่านมาได้มีการจัดทำโครงการคัดเลือกนักเรียนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวน 3,000 คน เข้าเรียนพยาบาลเพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนพยาบาลในพื้นที่ โดยตนจะหาตำแหน่งบรรจุเป็นข้าราชการทั้งหมด พร้อมกันนี้ยังจะของบประมาณในการก่อสร้างบ้านพักในโรงพยาบาลเพื่อรองรับพยาบาลที่จบใหม่นี้

 ทั้งนี้เมื่อดูภาพรวมแพทย์และพยาบาลทั่วประเทศ ยังประสบปัญหาขาดแคลนอยู่และผลิตไม่ทัน ประกอบกับประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งจะมีสัดส่วนผู้สูงอายุถึงร้อยละ 15 ของประชากรประเทศ ซึ่งคนกลุ่มนี้จะมีการเจ็บป่วยค่อนมาก ทั้งความดัน เบาหวาน และหัวใจ เป็นต้น เป็นภาระทำให้แพทย์และพยาบาลทำงานหนักมากขึ้น ดังนั้นจึงต้องเน้นนโยบายการส่งเสริมดูแลสุขภาพให้กับประชาชนในการดูแลตนเองเพื่อลดการเจ็บป่วย

 “ขณะนี้หมอใช้เวลาเขียนใบสั่งยาแค่ 1 นาทีครึ่งเท่านั้น นานกว่านั้นไม่ได้เพราะมีคนไข้รอนาน ดังนั้น อสม. จึงต้องเข้ามามีบทบาทช่วยดูแลสุขภาพประชาชนเพื่อลดการเจ็บป่วย ไม่เพียงแต่กลุ่มผู้สูงอายุเท่านั้น แต่รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ และเด็กแรกคลอดที่มีอัตราการป่วยสูง ถือเป็นภารกิจของ อสม.” รมว.สาธารณสุข กล่าว
 นายวิทยา กล่าวว่า ในส่วนของค่าตอบแทน อสม.เดือนละ 600 บาทนั้น ซึ่งรัฐบาลกำหนดจ่ายแค่ระหว่างเดือน เมษายนถึงกันยายน 2552 นี้เท่านั้น เนื่องจากเป็นการเสนอของบประมาณส่วนนี้เป็นแบบปีต่อปี แต่จากที่ตนเดินทางไปพบปะ อสม.ที่ จ.อุดรธานี มีพี่น้อง อสม.เรียกร้องให้จ่ายค่าตอบแทนให้ อสม.มากกว่า 6 เดือนได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามค่าตอบแทน อสม.ถือเป็นนโยบายของรัฐบาล ดังนั้นจึงได้เตรียมทำงบประมาณค่าตอบแทนให้กับ อสม.ในปี 2553 ไว้แล้ว

 “มี อสม.มาถามผม ผมเลยกระซิบตอบไปว่า กระทรวงสาธารณสุขจะจ่ายค่าตอบแทน อสม. เท่าที่อภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ถ้าท่านยังเป็นนายกรัฐมนตรีก็จะจ่ายค่าตอบแทนตลอด แต่หากท่านเลิกเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อไหร่ ก็ให้ไปทวงถามค่าตอบแทนกับนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทน เพราะท่านอภิสิทธิ์ได้ประกาศให้เรื่องค่าตอบ อสม. เป็นนโยบายของท่าน ทั้งนี้ยืนยันว่า ขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้เตรียมงบประมาณปีหน้า สำหรับจ่ายค่าตอบแทน อสม.ไว้แล้ว จำนวนกว่า 7,000 ล้านบาท” นายวิทยา กล่าว