ไลฟ์สไตล์

'หมอประดิษฐ'ยันไม่ยกเลิกP4P

'หมอประดิษฐ'ยันไม่ยกเลิกP4P

25 เม.ย. 2556

'หมอประดิษฐ' ยืนยันไม่ยกเลิก P4P แต่พร้อมยกเลิกหากทำแล้วไม่ดี วอนแพทย์ชนบทเปิดใจเดินหน้าอย่ากลัว ขอให้กล้าเหมือนผลักดัน 30 บาท

 

                      25 เม.ย.56 นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) ให้สัมภาษณ์กรณีแพทย์ชนบทเดินหน้าคัดค้านการปรับการจ่ายค่าตอบแทนเป็นแบบผสมผสานระหว่างเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายและจ่ายตามผลการปฏิบัติงานหรือพีฟอร์พี (Pay For Performance : P4P) ว่า ในเรื่องนี้แท้จริงสามารถหารือพูดคุยร่วมกันได้ เนื่องจากแพทย์ชนบทมีข้อข้องใจในเรื่องที่โรงพยาบาลตนเองถูกยกเป็นโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) เขตเมือง ซึ่งหากไม่เห็นด้วยก็มาพิจารณาร่วมกันด้วยเหตุและผล ถ้าไม่สมควรจะเป็นเขตเมืองจะได้มีการแก้ไข ส่วนความกลัวอื่นๆ เช่น แพทย์จะลาออก อัตราการลาออกก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง,แพทย์จะล่าแต้มก็มีระบบเทคโนโลยีในการรายงานและรายได้ลดลง รัฐบาลก็การันตีให้ว่าหากลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญพร้อมช่วยเหลือ จึงอยากกลุ่มแพทย์ชนบทช่วยกันทำให้กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้าต่อไป

                      “ที่ผ่านมาได้ทำหนังสือเชิญไปยังกลุ่มแพทย์ชนบทเพื่อมาหารือร่วมกันตลอด อยากให้พิจารณาความกลัวต่างๆ เหมาะสมหรือสมควรแก่เหตุผลหรือไม่อย่างใด ผมอยากให้ชมรมแพทย์ชนบทมีความกล้าที่จะเดินหน้าในเรื่องนี้เหมือนกับที่เคยกล้าในการผลักดันนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ทั้งนี้การเดินหน้าใช้ P4P ต้องทำต่อไป โดยมีโอกาสทบทวนแก้ไขได้ตลอดและผมไม่มีทิฐิ ถ้าทำ P4P แล้วเกิดปัญหาอย่างมีนัยยะสำคัญก็พร้อมแก้ไข หากแก้ไขไม่ได้ก็พร้อมยกเลิก“ นพ.ประดิษฐ กล่าว

                      ด้านนพ.สัมฤทธิ์ ศรีดำรงสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย กล่าวว่า หลักการของ P4P เป็นการสร้างแรงจูงใจในการทำงาน หากเป็นการจ่ายแบบเหมาจ่าย จะทำให้เห็นว่าเป็นสิทธิอันพึงได้โดยชอบธรรมโดยไม่ต้องทำงานเพียงแต่ไปอยู่ในบางพื้นที่ ส่วนตัวเห็นว่าเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง เนื่องจากไม่ได้มีการลดเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายในพื้นที่กันดารระดับ1 และระดับ2 แต่เป็นการลดเฉพาะในพื้นที่ที่ไม่มีความกันดารแล้วหรือเป็นเมือง เพราะวัตถุประสงค์ของการจ่ายค่าตอบแทนแบบเหมาจ่ายเพื่อให้แพทย์อยู่ในพื้นที่ชนบท

                      “การจะใช้ P4P ได้ผลดีหรือไม่ อยู่ที่การออกแบบของ สธ. โดยจะมีประโยชน์มากหากนำระบบนี้มาใช้ในการแก้ไขปัญหาที่เป็นอยู่ เช่น กรณีที่ประชาชนเข้าไม่ถึงบริการ ก็จ่ายP4Pให้บุคลากรถ้าประชาชนเข้าถึงบริการมากขึ้น จะทำให้บุคลากรมีแรงทำงานในช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการมากขึ้น แต่หากเอากิจกรรมปกติที่บุคลากรทำเป็นประจำมาคิดค่าคะแนนก็ไม่ได้ช่วยอะไร” นพ.สัมฤทธิ์ กล่าว