
คุ้นลิ้นแบบไทยๆ
คุ้นลิ้นแบบไทยๆ @ เดอะไวท์ เฮ้าส์ คาเฟ่ : คอลัมน์ชวนชิม
ไทยๆ อย่างเราๆ ให้ติดอกติดใจอาหารต่างชาติอย่างไรซะก็ต้องคิดถึงอาหารไทยรสคุ้นลิ้นมาแต่อ้อนแต่ออก ยิ่งยุคนี้อาหารต่างชาติ ทั้งญี่ปุ่น เกาหลี อิตาลี ฝรั่งเศส ยุโรป แม้กระทั่งอาหารฟิวชั่นที่ผสมโน้นผสมนี้เพื่อให้ถูกปากก็มีให้เลือกสรรมากมาย บางร้านต่อคิวกันแน่นขนัดประหนึ่งว่าทางร้านเปิดให้ชิมฟรี แต่จะมีสักกี่คนที่เดินเข้าไปรับประทานกันทุกวันบ้าง ตรงกันข้ามกับร้านข้าวแกงหรือร้านอาหารไทยที่อย่างไรเสียหนึ่งมื้อสำหรับวันนั้นต้องลิ้มรส มิเช่นนั้นคงเกิดอาการทานไม่อิ่ม หรือมื้อนั้นให้อาหารเริ่ดอย่างไรก็ไม่อร่อยกันบ้าง..จริงป่ะค่ะ...
ว่าแล้วก็ไม่รอช้าเจอร้านอาหารไทยที่ชื่อว่า "เดอะ ไวท์ เฮ้าส์ คาเฟ่" ที่เห็นบรรยากาศของร้านที่ออกสไตล์โมเดิร์นวินเทจ มีสวนสวยๆ แบบอิงลิชการ์เด้น บวกกับผนังและข้าวของในร้านเป็นสีขาวล้วนก็แอบคิดในใจก่อนล่ะว่า เป็นอาหารไทยแบบฟิวชั่นชัวร์...จนเจ้าของหนุ่ม "โต" นฤดม เชนยะวณิช บอกว่าร้านนี้เน้นอาหารไทยแท้ๆ เพียงแต่อาจจะปรับรสชาติบางจานที่สามารถทำเป็นรสกลางๆ แต่ถ้าจานไหนต้องจัดจ้านเผ็ดร้อนก็จัดเต็ม แถมทางร้านยังโชคดีได้แม่ครัวที่คลุกคลีกับผู้อยู่ในรั้วในวังทำให้รสชาติและหน้าตาของอาหารออกมาได้อย่างไทยแท้ๆ
รู้อย่างนี้อย่ารอช้าค่ะ เริ่มกันจานแรกที่เห็นก็น้ำลายแตกฟอง เพราะเข้าเสิร์ฟ น้ำพริกกะปิ ปลาทูทอด ที่มีผักเคียงมาอย่างหนาแน่น ทั้งผักสด ผักต้ม ซึ่งตัวกะปิก็เลือกสรรมาอย่างดี พร้อมกันนี้แม่ครัวยังตำกุ้งแห้งตัวโตๆ ใส่ลงไปในน้ำพริกด้วยทำให้เกิดความเข้มข้นเพิ่มไปอีก ส่วนรสชาติมาครบรสทั้งเปรี้ยว เค็ม หวาน ได้ข้าวสวยร้อนๆ ไม่ต้องตักอย่างอื่นล่ะค่ะ..อ่ะอ่ะ..มาชิมทั้งที่จานแรกจะอิ่มเลยก็ไม่ใช่ ด้วยจานต่อไปเป็น ไข่เค็มพริกขิงปลาดุกฟู ความพิเศษของจานนี้คือพริกแกงที่แม่ครัวปรุงสดๆ ทุกวัน รวมทั้งปลาดุกที่ทอดและยีจนกรอบ ผัดพอสะดุ้งกระทะ ความกรอบของปลาดุกฟูจึงยังอยู่ แล้วตักพร้อมๆ กับไข่เค็มที่หั่นมาเป็นชิ้นเล็กๆ พอดีคำ รสของเครื่องแกง ใบมะกรูด ทำเอาไม่อยากวางช้อน
แต่ก็ไม่สามารถเพราะจานต่อไปวางอยู่ตรงหน้าคือ แกงเหลือง ไข่เจียวโหระพา แน่นอนล่ะว่าเครื่องแกงต้องโขลกเองสดๆ ในขณะที่น้ำกะทิก็มีวิธีเคี่ยวสูตรเฉพาะ บวกกับความสดของเนื้อปลากะพงแดงที่ชิ้นใหญ่มาก ตักคำแรกแน่นอนว่ากลิ่นขมิ้นลอยมาแตะจมูกก่อนในขณะที่เนื้อปลาก็เข้ารสเครื่องแกง ซึ่งรสชาติก็หนักไปทางใต้ สำหรับคนไม่ชอบทานเผ็ดตัดด้วยไข่เจียวโหระพาที่เสิร์ฟมาเคียงกัน รสชาติความหอมของใบโหระพาบวกกับพริกชี้ฟ้าแดงและเขียว ที่แม่ครัวทอดออกมาได้อย่างฟูกรอบบ่องตง "หรอยๆ" ยังไม่พอจานต่อไปที่เจ้าของร้านบอกไม่ควรพลาด ลาบแซลมอน ที่เลือกนำเข้าปลาแซลมอนอย่างดีมาใช้แล้วหั่นเป็นชิ้นขนาดลูกเต๋าคลุกเคล้ากับเครื่องลาบแบบไทยๆ บอกได้คำเดียวแซบเว่อร์
อีกจานเป็น ฉู่ฉี่ปลากะพงทอดกรอบ สำหรับคนชอบทานปลาจานนี้พลาดไม่ได้ เขาทอดปลามาเหลืองกรอบเลาะก้างออกให้เรียบร้อย ตัดเป็นชิ้นๆ แล้วเรียงมาเป็นตัวปลา ราดด้วยพริกแกงฉู่ฉี่ที่แน่นอนว่าเป็นพริกแกงสดผัดกับกะทิสด กลิ่นเครื่องแกงกรุ่นอยู่ปลายลิ้นบวกกับความกรอบนอกนุ่มในของเนื้อปลาลงตัวได้อีกจาน...โอ้ไม่ไหวละค่ะ..เพียงชิมอย่างนิดอย่างละหน่อยทำเอาท้องจะแตก ว่าแล้วต้องวางช้อนเพื่อรอชิมขนมหวาน ที่เหลือบไปเห็นตั้งเรียงรายอยู่ในตู้กับสารพันเค้ก ที่บางตัวทำเอง บางตัวสั่งร้านอร่อยมาให้ชิม แล้วก็มาสะดุดที่ แบล็กช็อกโกแลต กับความเข้มข้นของช็อกโกแลตและเนื้อเค้กนุ่มๆ ที่สำคัญรสไม่หวานจัดเท่านั่นล่ะหมดชิ้น
อ้อร้านนี้เขามีอาหารจานเดียวให้เลือกสรรด้วยนะ อย่าง สปาเกตตีเบคอนพริก เกี๋ยวกรอบผัดไทย และข้าวผัดเนื้อเค็ม เพราะร้านนี้เปิด 2 ช่วงเวลามื้อกลางวันและมื้อเย็น ทางไปร้านก็ไม่ยากอยู่หัวหมากซอย 9 ถ้ามุ่งหน้าเข้าศรีนครินทร์ก็เลี้ยวขวาตรงแยกกรุงเทพ-กรีฑา ร้านอยู่ติดถนนซ้ายมือ หรือจะโทรไปสอบถามก็ได้ที่ 0-2736-3363 หรือ 08-5444-2283 แล้วจะรู้ว่ารสชาติอาหารไทยแท้ๆ ไม่ได้เลือนหายไปจากความคุ้นชินของลิ้นคนไทย...
..........................................................
(คุ้นลิ้นแบบไทยๆ @ เดอะไวท์ เฮ้าส์ คาเฟ่ : คอลัมน์ชวนชิม)



