ไลฟ์สไตล์

พลังงานธรรมชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่น

พลังงานธรรมชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่น

21 เม.ย. 2556

พลังงานธรรมชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่น : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม

                อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ที่ว่าไกล ต้องผ่านถนนลอยฟ้ากว่า 1,200 โค้งแล้ว หมู่บ้านเลตองคุ ที่อยู่ ตำบลแม่จัน อำเภอเดียวกันนี้ กลับต้องเพิ่มเวลาเดินทางอีกเท่าตัว ความคดโค้งของถนนอาจจะไม่เท่า แต่ความวิบากของเส้นทางดูจะมากกว่า บางช่วงเป็นทางขึ้น-ลงเขาชันๆ แถมหักศอก ผิดเหลี่ยมล่ะก็อาจจะต้องลงไปนอนนับดาวอยู่ในโรงหมอ หรือไม่ก็หมดลมหายใจไปเลยทีเดียว

                หมู่บ้านแห่งนี้ เป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีอยู่ราวๆ 300 ครัวเรือน แต่จำนวนประชากรมากราวๆ 1,200 คนทีเดียว บางบ้านอยู่กับเป็นสิบคน ด้วยความเป็นครอบครัวใหญ่ ที่ยังยึดถือการอยู่ร่วมกัน ซึ่งอาจจะด้วยความเป็นสังคมชนบท ที่ประกอบอาชีพทำการเกษตร ที่พึ่งพาแรงงานในครัวเรือนเป็นหลัก บวกกับความประหยัดในเรื่องค่าใช้จ่าย และพื้นที่อยู่อาศัย เนื่องจากที่ตั้งของหมู่บ้านเลตองคุ เป็นแอ่งกระทะอยู่บนเขา

                แม้การเดินทางเข้าออกหมู่บ้านเลตองคุ ทุกวันนี้ จะสะดวกสบายกว่าเก่า เพราะมีการตัดถนนเข้าถึง แต่ยังเป็นถนนลูกรัง และสภาพถนนยังไม่ดีนัก ยิ่งถ้าเป็นช่วงหน้าฝน การเดินทางก็ยิ่งลำบากเป็นเท่าตัว เท่าที่เห็นในหมู่บ้านมีรถกระบะอยู่แค่ 2 คัน นอกนั้นเป็นรถอีแต๋น ที่ใช้เดินทางไปขนพืชผลการเกษตร ที่ต้องไปเช่าพื้นที่ฝั่งพม่า ซึ่งเป็นที่ราบริมน้ำสุริยะ ทำมาหากิน 

                การได้เข้าไปหมู่บ้านเลตองคุ เหมือนได้ย้อนอดีตไปหลายสิบปี สมัยที่เริ่มๆ มีไฟฟ้าใช้ เพราะแต่ละบ้าน มีเครื่องใช้ไฟฟ้าหลักๆ เลยคือหลอดไฟ ที่ติดๆ ดับๆ ตามกำลังแรงไฟ บางบ้านอาจจะฐานะดีขึ้นมาหน่อย ส่วนมากเป็นร้านขายของ ก็จะมีทีวีเครื่องเล็กๆ พอตกค่ำ ก็จะเป็นที่รวมตัวของชาวบ้านคนหนุ่มสาว มาดูข่าว ดูละครกัน ส่วนตู้เย็นหรือพัดลม ลืมไปได้เลย

                ไฟฟ้าที่ใช้กันในหมู่บ้าน ก็มาจากแรงพลังน้ำ สายเลือดหลักของหมู่บ้านนั่นเอง ซึ่งชาวบ้านที่มีเงินก็ลงทุนซื้อเครื่องปั่นไฟมาใช้ โดยทำรางน้ำผันจากน้ำสายหลัก แบบง่ายๆ แต่ได้ผล เพียงเพื่อให้น้ำไหลแรง สม่ำเสมอ เข้าไปปั่นมอเตอร์ ที่จะเปลี่ยนพลังน้ำเป็นพลังงานไฟฟ้า กระจายไปใช้กันตามบ้าน ใครไม่ได้ลงทุน แต่อยากใช้ไฟ ก็ขอต่อเชื่อมได้ โดยเสียค่าใช้จ่ายราวๆ เดือนละ 50 บาท  ใครมีเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มเช่นทีวี ก็อาจจะต้องจ่ายเพิ่ม

                หรือบางบ้านก็จะติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ไว้หน้าบ้าน เพื่อเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้า ใช้ในยามค่ำคืนได้ ส่วนที่ว่าตู้เย็นไม่ต้องพูดถึง ก็เพราะเหมือนเป็นของที่ไม่จำเป็นจริงๆ สำหรับหมู่บ้านแห่งนี้ ด้วยความที่เป็นหมู่บ้านนับถือฤษี ไม่กินเนื้อสัตว์เลี้ยง อาหารส่วนใหญ่เป็นพืชผัก และถั่ว ที่ไม่ต้องอาศัยแช่เย็นให้เปลืองพลังงาน จะมีเพียงร้านค้ารายใหญ่ของหมู่บ้านที่จะมีตู้แช่ แต่บางวันก็ไม่มีไฟแช่เหมือนกัน

                คนที่คุ้นเคยกับไฟฟ้าและเครื่องใช้อำนวยความสะดวกสบายทั้งหลาย อาจจะไม่คุ้นเคย แต่ชาวบ้านที่นี่ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะกลางวันจะใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่นอกบ้าน ตกเย็น บรรดาเด็กๆ หรือหนุ่มๆ ก็จะมาเล่นสะบ้ากัน ลีลาการทอยลูกสะบ้าที่นี่ เด็ดสะระตี่ น่าจะเรียกว่าดีดมากกว่า เพราะแรง แล้วยังทำให้ลูกปั่นกวาดลูกสะบ้าของฝ่ายตรงข้ามล้มได้มากด้วย

                 ตกค่ำถึงได้เข้าบ้าน ที่นี่อากาศยามค่ำถึงกับยะเยือก ทั้งที่กลางวันแดดจ้า อากาศร้อนไม่แพ้ที่อื่น หากแต่การใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ทำให้ชาวเลตองคุ ไม่ต้องเดือดร้อน วุ่นวาย และอยู่ได้เพราะความเป็นหมู่บ้านที่พึ่งพาตัวเองอย่างแท้จริง

 

...........................................................

(พลังงานธรรมชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่น : คอลัมน์ถิ่นไทยงาม)