ไลฟ์สไตล์

เอ้อระเหยใน'อัมมาน'

เอ้อระเหยใน'อัมมาน'

21 เม.ย. 2556

เอ้อระเหยใน'อัมมาน' : คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง

                ใครๆ ก็ใช้ อัมมาน (Amman) เป็นแค่ทางผ่านไปหาเมืองอื่นใน จอร์แดน (Jordan) กันทั้งนั้น แต่ไม่ใช่ฉันแน่ 

                ที่พูดแบบนี้ เพราะคนไปจอร์แดนก็มักจะไปตั้งใจไปชมสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่างนครเพตรา หรือไม่ก็ไปลอยตัวในเดดซี อีกไม่น้อยไปผจญภัยในวาดิ รัม เที่ยวเมืองโรมันโบราณที่จีราช และนอนแช่ทะเลแดงที่เมืองอคาบา
 เมืองหลวงอย่างอัมมานเลยเป็นเหมือนแค่ตัวแถม เป็นสะพานทอดยาวไปหาจุดหมายอื่น

                ฉันไปอัมมานเที่ยวนี้ตั้งใจว่าจะขลุกอยู่กับอัมมาน เพราะเที่ยวก่อนก็รู้จักอัมมานแบบฉาบฉวยเหมือนกัน

                จากกรุงเทพฯ ไปจอร์แดน สายการบินโอมานแอร์ (0-2635-1222) มีเที่ยวบินไปอัมมานทุกวัน โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่มัสกัต ประเทศโอมาน จะแวะเที่ยวมัสกัตเป็นของแถมก็ได้ แล้วบินต่อไปอัมมาน นี่คือสายการบินแห่งชาติของรัฐสุลต่านโอมาน มีเที่ยวบินเข้าแอฟริกา เอเชีย ยุโรป และในตะวันออกกลาง

                พูดก็พูดเถอะ จนป่านนี้ยังนึกไม่ออกจริงๆ ว่าเคยนอนมุมไหนในอัมมาน รู้แต่ว่าเป็นโฮสเทลเล็กๆ บนตึก 3-4 ชั้นที่หนาวเหมือนนอนในโรงน้ำแข็ง แต่เที่ยวนี้เอาจริงเอาจังมาก หลังจากดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นของอโกดา (www.agoda.com) ไว้บนสมาร์ทโฟน เลยลองคลิกเข้าไปให้อโกดาช่วยเฟ้นหาเรือนพักที่อยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในอัมมาน 

                ผลจากการนั่งคลิก ทำให้เจอ ย่านถนนเรนโบว์ ที่เป็นเหมือนถนนสายครื้นเครงของอัมมาน มีคาเฟ่ ร้านอาหาร เอาไว้ให้นักท่องเที่ยวแฮงก์เอาท์กัน มีหรือฉันจะยอมพลาด

                รถแท็กซี่ราคา 18 ดีนาร์ (1 ดีนาร์ประมาณ 44 บาท) พาฉันไปถึงถนนเรนโบว์ในยามวิกาล จึงพบว่า หนุ่มสาวชาวอัมมานและนักท่องเที่ยวพากันออกมานั่งตากลมตามคาเฟ่และร้านอาหารกันเต็มไปหมด คนละเรื่องคนละมู้ดกับอัมมานเมื่อแรกรู้จักจริงๆ

                รุ่งเช้านั่นแหละ ถึงได้ออกไปดูอัมมานอย่างเต็มตา บ้านเรือนของผู้คนตั้งเลื้อยไล่ไปบนบนภูเขา เพราะอัมมานตั้งอยู่บนภูเขา 7 ลูก ตัวเมืองอยู่ในหุบตรงกลาง มองผาดๆ อาจจะดูระเกะระกะไปบ้าง แต่มองอีกทีคล้ายงานศิลปะชิ้นใหญ่ที่ทอดตัวอยู่กลางกรุง

                เรือนพักริมถนนเรนโบว์ของฉันอยู่บนยอดเขา กว่าจะลงมาถึงตัวเมืองจึงเดินลัดเลาะบ้านคนลงมาอย่างสนุกสนาน จะไม่สนุกก็อีตอนเดินขึ้นนั่นแหละ

                แค่เดินไม่เท่าไหร่ ก็เจอชาวอัมมานยิ้มแจกจ่ายอย่างเป็นมิตร ยังจำได้เดินในตลาดอัมมานเมื่อหลายปีก่อน ก็ชิมกันพุงกางเลย  คนที่นี่เขาใจดีอย่างแรง

                รุ่งเช้า ร้านรวงเริ่มเปิด แท็กซี่จอดเข้าคิวรอผู้โดยสาร ผู้คนนั่งอ่านหนังสือพิมพ์จิบชา ทุกอย่างยังคงเป็นภาพที่น่ามองของอัมมาน เดินเร่ไปเรื่อย จนถึงย่านโรงละครแบบโรมันที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง นี่คือโรงละครโรมันที่จุคนได้มากถึง 6,000 คน

                นี่คือโรงละครโรมันยังสภาพดี ซากสถาปัตยกรรมจากสมัยโรมันยังคงหลงเหลือ และมีเสาของวิหารแห่งเฮอร์คิวลิสตั้งอยู่ไม่กี่เสา แต่ในฝั่งที่เป็นอาคารของวังสมัยเก่า ยังคงสภาพไว้อย่างดี ขยับไปอีกนิดเป็นพิพิธภัณฑ์โบราณคดี แสดงข้าวของโบราณจากยุคสมัยต่างๆ

                ทั้งหมดนี้ช่วยฉายภาพให้เห็นว่า อัมมานเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และมีความเป็นมากว่า 6,000 ปี เรียกว่าเป็นหนึ่งในเมืองเก่าแก่ที่สุดในโลกเมืองหนึ่งก็ได้ และที่นี่ยังเผยให้เห็นถึงการผสมผสานอย่างลงตัวของอารยธรรมยุคเก่าอีกด้วย

                ฉันนั่งมองเสาและโรงละครอยู่ครู่ใหญ่ ก็เดินปีนป่ายขึ้นภูเขาลูกใหม่อีกตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่แถวนั้นที่ว่า เดินเท้าขึ้น ซิทาเดล ไปอีกไม่ไกลนัก แทนที่จะใช้บริการแท็กซี่ เลยใช้สองเท้านี่แหละ เป็นการเดินขึ้นเขาที่เพลิดเพลินไปอีกแบบ เพราะผ่านบ้านเรือนและซอกซอยที่น่ามองทั้งสิ้น บางจุดซ่อนจุดชมวิวของเมืองเอาไว้อีกต่างหาก

                เดินตากแดดไม่เท่าไหร่ก็ถึงซิทาเดลแล้ว แต่ยิ่งขึ้นสูง ยิ่งค้นพบว่า อัมมานเป็นเมืองที่สวยเอาเรื่องอยู่ เพราะในเนินสูงต่ำนั้น มีบ้านซ้อนกันเป็นทิว บนป้อมปราการแห่งกรุงอัมมาน หรือซิทาเดลแห่งนี้ ในอดีตเป็นศูนย์กลางดั้งเดิมของเมือง 
 อยู่บนนี้แล้วรู้เลยว่า อัมมานเป็นเมืองที่จุดยุทธศาสตร์ดีมาก  เพราะอยู่ในที่สูงแล้วมองเห็นทุกความเคลื่อนไหวได้สบายๆ เรียกว่า ถ้าข้าศึกบุกเข้ามาก็สังเกตเห็นได้สบายๆ และทุกอย่างอยู่ในสายตาของซิทาเดลแห่งนี้ มองจากบนนี้ อีกด้านหนึ่งยังมองเห็นโรงละครด้วย ฉันนั่งผึ่งแดดจอร์แดน ทอดสายตามองอัมมานทั้งเมือง 

                วันนี้บางมุมอาจจะไม่เหลือเค้าของเมืองเก่า แต่ถ้านั่งขลุกอยู่กับอัมมานอยู่นานๆ เอ้อระเหยไปเรื่อย อาจรู้สึกเหมือนฉันที่ว่า อัมมานเป็นเมืองหลวงอีกแห่งหนึ่งของโลกที่น่าอยู่ด้วยพิลึก

 

 ................................................................

(เอ้อระเหยใน'อัมมาน' : คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง)