ไลฟ์สไตล์

ปลูก'ลำไย'นอกฤดูริมฝั่งโขงเสริมรายได้-แก้จน

ปลูก'ลำไย'นอกฤดูริมฝั่งโขงเสริมรายได้-แก้จน

18 เม.ย. 2556

ปลูก'ลำไย'นอกฤดูริมฝั่งโขงเสริมรายได้-แก้จนอย่างยั่งยืน : รายงาน โดย... กฤษณะ วิลามาศ

 

          วิถีชีวิตที่เคยลุ่มๆ ดอนๆ จากอาชีพทำนา ได้ส่งผลให้ครอบครัวของ นางบัวลี เวชกามา แห่งหมู่ 10 เขต เทศบาลตำบลเทพวงศา อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี ไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร จึงยืมทุกโครงการของเงินกู้ในหมู่บ้านตลอดจนธนาคาร เพื่อนำมาจุนเจือสมาชิกในครัวเรือนทำให้หนี้สินท่วมตัว รายจ่ายมากกว่ารายรับหลายเท่าตัว ขณะที่เงินสนับสนุนจากสามีก็ไม่พอใช้จ่าย เธอจึงได้ใช้ที่ดินจำนวน 3 ไร่ ทำเป็นไร่สวนผสม ปลูกลำไย ทำไร่มัน และปลูกกล้วยน้ำว้า ไม่นานสามารถพลิกชีวิตขึ้นมานำครอบครัวมีพอกินพอใช้ จากผลิตผลลำไยนอกฤดูกาลเป็นหลัก
 
          "นางบัวลี" ในวัย 50 ปี ภรรยาผู้นำหมู่บ้านห้วยยาง หมู่ 10 เล่าว่า ในครอบรัวมีสมาชิก 4 คน ลูก 2 คน ซึ่งจบเพียงชั้นมัธยมไม่ได้เรียนสูงไปกว่านี้เพราะฐานะทางบ้านยากจน ขณะที่สามีเป็นแค่ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านรายได้น้อย ความเป็นอยู่ของครอบครัวจึงอยู่กันแบบลุ่มๆ ดอนๆ โดยประกอบอาชีพทำนาเป็นอาชีพหลัก ด้วยวิกฤติชีวิตดังกล่าว ทำให้เมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา จึงหันทดลองทำไร่นาสวนผสมตามแนวพระราชดำริของในหลวง โดยพลิกที่ดินของครอบครัวริมฝั่งแม่น้ำโขงซึ่งมีอยู่จำนวน 3 ไร่ ปลูกลำไย 1 ไร่ กล้วยน้ำว้า 1 ไร่ และปลูกมันสำปะหลัง 1 ไร่
 
          "มันสำปะหลังกับกล้วยน้ำว้า ระยะเวลาเพียงปีเดียว ก็สามารถเก็บผลผลิตขายได้ ส่วนลำไยนั้นต้องรอเวลาถึง 7 ปี จึงจะเห็นผล ครั้นเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ได้มีโอกาสตามสามีไปทัศนศึกษาดูงานที่ภาคเหนือ พี่เองเกิดความสนใจทำลำไยนอกฤดูกาล ด้วยปุ๋ยสูตรพิเศษ ซึ่งมีกลุ่มพ่อค้าไม่ทราบว่าจากที่ใดผลิตขึ้นมา ราคาจำหน่ายกระสอบละ 5 พันบาท ไม่ทราบยี่ห้อและสูตรเพราะไม่มีรายละเอียด จะมีจำหน่ายในกลุ่มผู้ปลูกลำไยเท่านั้น จึงซื้อมาทดลองใส่ในไร่ของเราดู ปรากฏว่า ลำไยออกผลผลิตปีละ 2 ครั้งจริงๆ" บัวลี แจง
 
          พร้อมกันนี้ บัวลีบอกรายละเอียดการออกผลผลิตว่า ครั้งแรกจะออกตามฤดูกาลคือประมาณเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน พอเก็บผลผลิตแล้วก็เริ่มลงปุ๋ย ใส่ใจรดน้ำให้มีความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลาและเพียงพอ ไม่นานต้นลำไยก็จะให้ผลผลิตอีกครั้งในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นเดือนที่สามารถเก็บออกขายสู่ตลาดได้ และพอเข้าหน้าฝนก็ไม่ต้องให้น้ำอีกแล้ว เฉลี่ยรายได้จากผลผลิตกิโลกรัมละ 50 บาท เป็นรายได้เฉลี่ยประมาณ 4-5 พันบาทต่อต้น
 
          โดยในพื้นที่ 1 ไร่ของบัวลี ปลูกลำไยได้ 25-30 ต้น ซึ่งตลอด 2-3 ปีที่ให้ผลผลิตนับเป็นการสร้างรายได้อย่างมั่นคงและสม่ำเสมอในทุกปี ซึ่งบัวลีบอกเป็นรายได้แบบยั่งยืน และสามารถปลดภาระหนี้สินที่มีอยู่ในอดีตให้หมดไปได้ในที่สุด 
 
          "ยอมรับว่าหลังจากที่ได้ขายลำไย 3 ปีติดต่อกัน ผลปรากฏว่า สามารถลดหนี้ในครัวเรือน สามีก็ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นผู้ใหญ่บ้าน ทิ้งรถจักรยานยนต์คันเก่าแล้วหันมานั่งรถยนต์ วีโก้คันใหม่แทน ชีวิตดีขึ้นกว่าเดิมได้ก็เพราะลำไยแท้ๆ ส่วนมันสำปะหลังนั้นทำเงินประมาณ 1 หมื่นบาทต่อไร่ กล้วยน้ำว้าดิบ ขายหวีละ 10 บาท พอได้ใช้จ่ายแบบไม่เดือดร้อนเท่าใดนัก" บัวลีบอกพร้อมระบุตลาดรองรับนั้น อาศัยตลาดนัดตามหมู่บ้านใกล้เคียงต่างๆ ทั้งในและนอกพื้นที่
 
          อย่างไรก็ตาม บัวลี ฝากถึงเพื่อนเกษตรกรให้หันมาปลูกลำไยนอกฤดูดูบ้าง เพราะนับเป็นอีกอาชีพที่ท้าทาย โดยเฉพาะรายได้ดีและมั่นคงจึงอยากให้ทุกคนทดลอง ทว่าหากสนใจก็ให้ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 08-7261-7796 ยินดีให้คำแนะแก่ทุกๆ ท่านที่สนใจ หรือหากท่านใดอยู่ละแวกแถวบ้านก็ให้ไปเยี่ยมชมสวนได้ที่หมู่บ้านห้วยยาง หมู่ 10 เขตเทศบาลเทพวงศา อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี
.......................................
(หมายเหตุ ปลูก'ลำไย'นอกฤดูริมฝั่งโขงเสริมรายได้-แก้จนอย่างยั่งยืน : รายงาน โดย... กฤษณะ วิลามาศ)