ไลฟ์สไตล์

รับมือร้อนคุกคาม'ปศุสัตว์-ประมง'

รับมือร้อนคุกคาม'ปศุสัตว์-ประมง'

15 เม.ย. 2556

ทางออกรับสถานการณ์ร้อนคุกคาม ก่อนวงการปศุสัตว์-ประมงจะหายนะ : โดย...ดลมนัส กาเจ

 

                           นับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าสถานการณ์ร้อนของอากาศทวีความร้อนขึ้น มาจากความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ทั่วทุกภาคของประเทศมีอากาศร้อนโดยทั่วไป โดยในช่วงวันที่ 6-8 เมษายน 2556 และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ถึง 42 องศาเซลเซียส อาทิ ที่จ.อุดรธานี  อากาศร้อนทะลุ 40-42 องศา ติดต่อมา 9 วัน เว้นแต่ภาคใต้ที่ร้อนในระดับ 34-37 องศาเซลเซียส และมีแนวโน้มว่าในอนาคตนั้น ประเทศไทยจะมีสภาพอากาศร้อนเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยติดอันดับ 31 ของโลกและอันดับ 4 ของอาเซียนมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงเฉลี่ย 0.8 หรือ 0.9 ของทั้งโลก

                           ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระบุว่า จังหวัดที่ประสบภัยพิบัติฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งแล้วจำนวน 38 จังหวัด และการที่สภาพภูมิอากาศร้อนดังกล่าวส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อภาคเกษตร โดยเฉพาะวงการปศุสัตว์และการประมง ที่ทำให้สัตว์เลี้ยงเกิดช็อกตาย ที่เห็นชัดเจนคือปลาที่เกษตรกรเลี้ยงในกระชังปลาน็อกตายจำนวนมากในหลายพื้นที่ทำให้เกษตรกรเดือดร้อน ในพื้นที่บ้านโป่ง ต.ศรีสองรัก อ.เมือง จ.เลย  ชาวบ้านที่รวมกลุ่มผู้เลี้ยงปลาในกระชัง กลางแม่น้ำเลยมานานนับสิบปีได้รับความเสียหายอย่างทั่วหน้า

                           เช่นเดียวกับที่บ้านหาดแพง ต.หาดแพง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ผู้เลี้ยงปลาในกระชังหลายรายบริเวณลำน้ำสงครามกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักในรอบ 30 ปี ปลานิลที่เลี้ยงในกระชังของเกษตรกรน็อกน้ำตายจำนวนมากกว่า 2 ตัน มูลค่าเสียหายเป็นเงินประมาณ 2-3 แสนบาท เกษตรกรขาดทุนอย่างหนักต้องขนซากปลาตายขึ้นมาจากกระชัง เพื่อนำไปหมักไว้ทำปลาร้า ขณะที่ จ.นครราชสีมา ปลากระชังทั้งปลานิล, ปลาทับทิม, ปลาตะเพียน, ปลาแรด, ปลาดุก, ปลาสวาย, ปลาเทโพ, ปลากา และปลากด ที่เกษตรกรเลี้ยงในลำน้ำมูล ในพื้นที่ของ อ.พิมาย มานานกว่า 10 ปีแล้วเกิดตายอย่างไม่ทราบสาเหตุ

                           อย่างไรก็ตามแม้ว่าภัยแล้งนี้จะเป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่ นายอดิศร์ กฤษณวงศ์ รองกรรมการ ผู้จัดการอาวุโสบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ  ผู้คร่ำหวอดในวงการเพาะเลี้ยงปลา ยืนยันว่า สามารถป้องกันและลดผลกระทบได้ ถ้ามีการเตรียมตัวและใส่ใจในการเลี้ยงสัตว์ให้มากกว่าปกติ อย่างปลานิล ปลาทับทิม เมื่อเจอสภาวะอากาศร้อนจะกระทบต่อการเจริญเติบโต เพราะปกติอุณหภูมิที่เหมาะสมกับการเลี้ยงปลาอยู่ที่ 26-30 องศาเซลเซียส แต่ปัจจุบันสูงถึง 37-40 องศาเซลเซียส และแหล่งน้ำสำหรับเลี้ยงปลาบางแห่งลดลงทำให้ปลากระชังที่เลี้ยงในแม่น้ำสายต่างๆ ได้รับผลกระทบมากยิ่งขึ้น

                           "เมื่อสภาพอากาศที่ร้อนจัดและเกิดสภาวะแล้งในหลายพื้นที่ในช่วงนี้ เกษตรกรต้องเอาใจใส่ดูแลการเลี้ยงปลาเป็นพิเศษ ด้วยการปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของปลา หากอากาศร้อนจัดต้องทำการลดอุณหภูมิของน้ำลง เพื่อลดความเสี่ยงในกรณีที่ปลาอาจน็อกจากอากาศร้อนจัด” นายอดิศร์ กล่าว

                           สำหรับการเลี้ยงปลานิล และปลาทับทิมในกระชัง ควรใช้สแลนดำคลุมกระชังปลาหรือบ่อเลี้ยง เพื่อช่วยควบคุมอุณหภูมิและลดความเครียดจากแสง (light stress) ที่เกิดจากการถูกแสงแดดจ้าส่องกระทบโดยตรง ซึ่งจะทำให้ปลากินอาหารลดลง โตช้าและป่วยในระยะต่อไป  ส่วนการเลี้ยงปลาในบ่อต้องมีการควบคุมคุณภาพน้ำ โดยปรับสภาพให้น้ำลึกไม่ต่ำกว่า 1.8 เมตร ทำความขุ่นใส 40-50 เซนติเมตร ทั้งนี้ น้ำที่อุณหภูมิสูงขึ้น ออกซิเจนที่ละลายในน้ำจะลดลง จึงต้องวัดค่า DO บ่อยครั้งขึ้น

                           ส่วนการเลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำ ที่อาจพบปัญหาน้ำแห้งอาจต้องลงเลี้ยงปลาให้เหมาะสมไม่เลี้ยงหนาแน่นจนเกินไป อดิศร์ บอกว่า ต้องลากกระชังลงไปในบริเวณน้ำลึกขึ้น ประกอบกับต้องมีระบบป้องกันโดยการทำความสะอาดกระชังบ่อยครั้งขึ้น เนื่องจากในฤดูร้อน พาราไซต์และแบคทีเรียจะเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะมีอาหารในธรรมชาติมาก รวมทั้งต้องกำจัดวัชพืชน้ำและสาหร่ายไม่ให้เกาะกระชัง ซึ่งจะกีดขวางทางการไหลของน้ำผ่านกระชัง ทำให้ออกซิเจนในกระชังต่ำลง

                           หากมีการเปลี่ยนแปลงสภาพน้ำแนะนำให้ผสมวิตามินซีในอาหารเพื่อลดความเครียด และควรหมั่นสังเกตการกินอาหารของปลาอย่าให้เหลือมาก อาจแบ่งการให้อาหารเป็น 5-6 มื้อต่อวันเพื่อกระตุ้นการกิน ส่วนเกษตรกรที่เลี้ยงปลาในบ่อซึ่งมีปัญหาจากพาราไซต์ในน้ำน้อยกว่าแต่อาจมีปัญหาในช่วงอากาศร้อนจัด ต้องติดตั้งเครื่องตีน้ำเพื่อช่วยเติมอากาศในน้ำอย่างเหมาะสม และควรเปิดตลอดเวลา โดยเฉพาะในเวลากลางวัน เพื่อให้น้ำมีการผสมกันตลอดตามแนวลึกของบ่อไม่เกิดการแบ่งชั้นของน้ำ ช่วยให้อุณหภูมิน้ำไม่สูงจนเกินไป นอกจากนี้ต้องหมั่นตรวจสอบสุขภาพปลาโดยการสุ่มตรวจพาราไซต์ทุกๆ สัปดาห์ และใช้แบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ให้เหมาะสม โดยวัดได้จากค่าของแอมโมเนียรวมที่ละลายน้ำไม่ควรเกิน 0.5 พีพีเอ็ม

                           ด้าน นสพ.นรินทร์  ร่มลำดวน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสซีพีเอฟ ผู้ชำนาญการด้านสุขภาพสัตว์ แนะการเลี้ยงสัตว์บกว่า ถ้าเลี้ยงไก่ไข่และสุกรในช่วงนี้ว่า เกษตรกรควรปรับสภาพในโรงเรือนให้มีอากาศที่ดีขึ้น โดยใช้พัดลมช่วยระบายอากาศ พร้อมเพิ่มน้ำหยดให้แม่สุกร รวมทั้งขังน้ำในรางอาหาร เพื่อให้สุกรได้ดื่มอย่างสะดวกและเพียงพอ สำหรับกรณีที่อากาศร้อนจัดสามารถติดตั้งสปริงเกลอร์บนหลังคา ซึ่งจะช่วยลดความร้อนได้ระดับหนึ่ง และอาจติดตั้งสเปรย์น้ำในโรงเรือนเป็นช่วงๆ เพื่อช่วยบรรเทาความร้อนลงได้ แต่ไม่ควรเปิดตลอดเวลา เพราะจะทำให้สุกรป่วยได้ 

                           ส่วนการเลี้ยงไก่ไข่นั้น สามารถช่วยลดอุณหภูมิได้ด้วยวิธีการเช่นเดียวกับสุกร โดยเฉพาะการระบายอากาศด้วยการสเปรย์น้ำในโรงเรือน แต่ต้องระวังไม่ให้มากเกินไปจนทำให้พื้นแฉะ และมีกลิ่นก๊าซแอมโมเนีย อนึ่งในช่วงอากาศร้อน อาจเกิดปัญหาการขาดแคลนและน้ำไม่สะอาด จึงแนะนำให้ใช้คลอรีน 2-3 พีพีเอ็มผสมในน้ำ เพื่อให้น้ำสะอาดไม่มีเชื้อโรคปนเปื้อน ช่วยป้องกันอาการท้องเสียที่อาจเกิดขึ้นกับสัตว์ได้ นอกจากนี้ สามารถเสริมวิตามินซีทางน้ำให้สุกรและไก่ไข่ได้ เพื่อลดความเครียดจากอากาศร้อนและเพิ่มความต้านทานโรคอีกด้วย

                           ก็นับเป็นอีกแนวหนึ่งที่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ทั้งสัตว์น้ำและสัตว์บก ที่จะนำไปปฏิบัติเพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในช่วงสภาพภูมิอากาศร้อนที่ควบคู่กับภัยแล้ง ก่อนที่สัตว์เลี้ยงของเกษตรกรจะได้รับความเสียหายมากกว่าที่เป็นอยู่

 

 

--------------------

(ทางออกรับสถานการณ์ร้อนคุกคาม ก่อนวงการปศุสัตว์-ประมงจะหายนะ : โดย...ดลมนัส  กาเจ)