ไลฟ์สไตล์

เปิดโลกยนตรกรรม : ควบ'จากัวร์'ตลุยเซปังฯ

เปิดโลกยนตรกรรม : ควบ'จากัวร์'ตลุยเซปังฯ

14 เม.ย. 2556

เปิดโลกยนตรกรรม : ควบ 'จากัวร์' ตลุยเซปังฯ การกลับมาของ 'แมวใหญ่' แห่งเกาะอังกฤษ : โดย...ยุทธพงษ์ ภาษี

 

                         "จากัวร์ ค่ายรถอังกฤษ เริ่มรุกตลาดไทยอย่างน่าสนใจ ล่าสุดยกทีมจัดงานเอ็กซ์คลูซีฟแทรกเดย์ ที่การันตีความตื่นเต้นจากประสบการณ์การขับขี่ในสนามเอฟวัน โดยทีมงานผู้ฝึกสอนจากอังกฤษ "เปิดโลกยนตรกรรม คม ชัด ลึก" ไม่พลาดที่จะไปร่วมควบแมวใหญ่จากเกาะอังกฤษ

                         ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่จากัวร์เชิญสื่อไทยไปร่วมงานแทรกเดย์ เป็นการสร้างประสบการณ์กับรถระดับลักชัวรีคาร์ ที่หยุดกิจกรรมต่างๆ ไปนาน จากัวร์นั้นอยู่ในเมืองไทยนาน แต่ยอดขายไม่มาก กิจกรรมต่างๆ ก็นิ่งหายไป แม้มีขายใหม่ออกมาไม่ขาดหาย กิจกรรมล่าสุดมีขึ้นที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศมาเลเซีย สนามเอฟวัน ที่เมืองไทยอยากมีกับเขาบ้างแต่ยังไม่รู้ว่าจะเกิดได้หรือไม่ การไปครั้งนี้มีทั้งเพื่อนสื่อไทยและเทศรวมกันมากหน้าหลายตา คณะของคนไทยจาก กทม. มีลูกค้าของจากัวร์ไปด้วยแต่ละท่านก็ชื่นชอบรถแนวนี้ และรวยไม่ธรรมดาละครับ ส่วนคณะของผู้บริหารซิตี้ ออโต้โมบิล มีคุณดนัย จันทรงาม ผู้จัดการทั่วไป ของซิตี้ ออโต้โมบิล เป็นผู้นำกลุ่ม สำหรับจากัวร์ปัจจุบันตัวแทนนำเข้าและจัดจำหน่ายรถในประเทศไทย คือ บริษัท ซิตี้ ออโต้โมบิล จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทางการไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

                         จากสนามบินสู่ที่พักใหญ่โตหรูหรา ณ เมืองราชการ ปุตราจายา เมืองต้นแบบที่ทันสมัย กลางคืนไฟส่องทางติดทุกต้น ทางการมาเลเซียรักษาเมืองไว้ดี แต่เงียบเหงาเหลือเกิน นานๆ รถจะวิ่งมากสักคัน เมืองนี้กรุ๊ปทัวร์ไปทีไรก็แวะ แต่อยากบอกว่าไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจรวมถึงอาหารก็ไม่ค่อยถูกปาก 

                         เช้าวันรุ่งขึ้นคณะของเรามีโปรแกรมไปสนามเอฟวัน และอยู่ที่นี่ทั้งวัน โดยที่ผู้ร่วมกิจกรรมถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มเพื่อขับรถรุ่นต่างๆ 4 สถานี คือ นั่งฮอตแล็บ กับรถ XKR-S จากนั้นไปขับ XJ และ XF ก่อนไปขับยิมคานา

                         ชื่อเสียงของรถจากัวร์นั้น เรียกว่าเป็นรถรุ่นใหญ่ หรูหรา นิยมทำตัวถังแบบฐานล้อยาวเรียกว่า แกรนด์ ซาลูน หรือแกรนด์ ทัวเรอร์ ด้วยต้นสายมาจากอังกฤษ การประกอบจึงเนี้ยบดูดี หรู และติดกลิ่นอายในเรื่องอนุรักษนิยมไม่เสื่อมคลาย แม้กระทั่งลายไม้ยังใช้สีที่สื่อให้เห็นอารมณ์เหงาๆ แบบบรรยากาศหลังฝนตกหนักๆ ทำนองนั้น แม้ระยะหลัง จากัวร์ทำรถขนาดเล็กอย่างรุ่น XF ออกมา (ราคาก็เล็กลงมาเหลือไม่เกิน  5 ล้านบาท รถรุ่นใหญ่ของจากัวร์ราคาเฉลี่ย 10 ล้านบาท) แต่ก็ยังติดกลิ่นอายรถซาลูน แบบดั้งเดิมอยู่มากทีเดียว

                         ไม่ว่ามุมมองของรถจะเป็นอย่างไร แต่จากัวร์จัดว่าเครื่องแรงทุกรุ่นเช่น  เครื่อง 3.0 ลิตร V6 ใหญ่แล้วยังติดซูเปอร์ชาร์จเข้าไปอีก เครื่อง 2.2 ลิตร เทอร์โบดีเซล (AJ-I4D) 190 แรงม้า ก็จัดว่าแรงเอาเรื่อง หรือเครื่อง 5.0ลิตร V8 ที่ใส่รถแรงอย่าง XKR-S ไม่ต้องพูดถึงเพราะมีถึง 550 แรงม้า (ราคาคันละ 16 ล้าน) โดยรวมแล้วอารมณ์ของจากัวร์ เป็นรถที่ขับชิวๆ แต่ให้วิ่งเร็วก็ทำได้ดี ส่วนใหญ่เครื่องยนต์นั้นแรงแบบผู้ดี ไม่กระชาก ไม่เร่งร้อน ตีนต้นอาจจะรอเวลา แต่ตีนปลายเป็นม้าดีดกะโหลก กำลังเหลือเฟือเลย รถแบบนี้เหมาะสำหรับใช้งานทางไกลๆ วิ่งทางยาวนิ่งๆ ไปเรื่อยๆ

                         ในสนามเซปังก็ได้ขับรถทั้งสองบุคลิกนี้ รถซาลูนรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่ ( XF,XJ) ยังสะท้อนให้เห็นดีเอ็นเอของแบรนด์อย่างชัดเจน ตระกูล XJ (ฐานล้อยาว) ถือเป็นรุ่นใหญ่สุดยอดซาลูน 4 ประตู มีระดับ พิถีพิถัน มั่นใจในพลังของเครื่องยนต์ XJ เวลานี้อยู่ที่ 10 ล้านบาท ส่วน XF ซึ่งขนาดย่อมลงมาเป็นรถเอ็กเซ็กคลูทีฟ ซาลูน ให้ความกระชับ แม่นยำและกระฉับกระเฉง เหมาะสำหรับคนที่ชอบรถขนาดที่กะทัดรัด ขับเองได้

                         ยังมีแนวใหม่ของจากัวร์อีกตัวคือ ตัวแรง XKR-S ซึ่งถือเป็นซูเปอร์คาร์ในตลาด ตัวนี้วางเครื่องซูเปอร์ชาร์จ 5.0 ลิตร เครื่อง 8 สูบ เวลาแหวกอากาศ สุดทางตรงของสนามเซปัง ทำความเร็วได้ราว 220-230 กมต่อชม. ยืนดูภายนอกตอนเสียดหู ราวกับเฟอร์รารี แต่พอลงไปนั่งคนละอารมณ์เลย ห้องโดยสารเงียบ แทบไม่ได้ยินเสียงแปดสูบ ลักษณะรถจัดว่าเร็วแต่เป็นสปอร์ตแบบสุภาพมาก บางคนอาจจะชอบเพราะว่าใช้ในชีวิตประจำวันได้ แต่ต้องระวังเพราะนั่งแล้วไม่รู้สึกว่ามันเร็วมาก

                         วันนี้จากัวร์คงมีความพร้อมมากขึ้นตามแผนของซิตี้นั้น มีโครงการขยายงานมากมาย ก็หวังว่าแมวใหญ่ค่ายนี้จะโตวันโตคืนเหมือนที่ได้รับการต้อนรับอย่างดีในงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา

 

 

---------------------

(เปิดโลกยนตรกรรม : ควบ 'จากัวร์' ตลุยเซปังฯ การกลับมาของ 'แมวใหญ่' แห่งเกาะอังกฤษ : โดย...ยุทธพงษ์ ภาษี)