
อินโนเทค : เจ้าพ่อเฟซบุ๊กกับการเมือง
อินโนเทค : เจ้าพ่อเฟซบุ๊กกับการเมือง : โดย...คนชอบเล่า
ดูเหมือนว่าปัจจุบัน “การเมือง” กับ “คนรุ่นใหม่” กำลังจะกลายเป็นของคู่กัน ดังจะเห็นตัวอย่างได้จากหลายประเทศ รวมถึงบ้านเราเองว่า นักการเมืองหน้าใหม่หลายๆ คน คือผู้ผันตัวมาจากแวดวงธุรกิจ รวมถึงคนรุ่นใหม่ที่มีดีกรีโดดเด่นทางการศึกษา และประวัติการทำงานกับองค์กรข้ามชาติขนาดใหญ่
ล่าสุด เสน่ห์แห่งการเมือง ตลอดจนอิทธิพลของกลุ่มหรือพรรคการเมืองที่มีฐานเสียงอันเข้มแข็ง ในการขับเคลื่อนแนวคิดสู่นโยบายอย่างเป็นรูปธรรม ก็ได้ดึงดูด “มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก” เจ้าพ่อเฟซบุ๊ก และอภิมหาเศรษฐีหมื่นล้าน(ดอลลาร์สหรัฐ) วัย 28 ปี ให้ประเดิมก้าวแรกลงสู่สนามการเมืองแล้ว ด้วยการตัดสินใจร่วมมือกับอดีตเพื่อนร่วมห้องสมัยเรียนอยู่ที่ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด คือ “โจ กรีน” ก่อตั้งกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง ในชื่อ ฟอร์เวิร์ดดอทยูเอส (Fwd.us) เพื่อเดินหน้าลุยกิจกรรมรณรงค์ระดมเงินนับล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับใช้สนับสนุนความเคลื่อนไหวเพื่อปรับเปลี่ยนนโยบายสาธารณะใหม่ๆ อันจะนำมาซึ่งประโยชน์ต่อส่วนรวมสูงสุด (ตามพันธกิจของกลุ่ม)
แน่นอนว่า ช่องทางสำคัญในการระดมเงินสนับสนุน น่าจะเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ อันเป็นความเชี่ยวชาญของผู้ก่อตั้งทั้ง 2 คน โดยเฉพาะ โจ กรีน ซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวรุ่นใหม่ตัวพ่อ ที่มีประสบการณ์ทำโซเชียลเน็ตเวิร์คเฉพาะกลุ่มการเมืองคอเดียวกันมาก้อนหน้านี้ ที่สำคัญ Fwd.us ยังได้รับแรงหนุนมากมายจากเหล่าผู้บริหารบริษัทไอที ที่มีฐานอยู่ในซิลิกอน วัลเลย์
พันธกิจหลักที่กลุ่มฯ ต้องการผลักดัน ได้แก่ การปฏิรูปกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง, การลงทุนด้านงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ตลอดจนยกระดับมาตรฐานการศึกษาให้สูงขึ้น ซึ่งเมื่อมองให้ภาพรวมแล้ว จะเห็นได้ว่า เป็นนโยบายที่ล้วนมีความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สอดคล้องกับมุมมองของเจ้าพ่อเฟซบุ๊ก ที่ย้ำมาตลอดว่า กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองอันเข้มงวดของสหรัฐ “ล้าสมัย”
ทั้งยังเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาศักยภาพในการยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยี เนื่องจากมีคนเก่งและผู้มีพรสวรรค์อีกมากมาย ที่ไม่ใช่คนอเมริกัน แต่นับเป็น “ทุน” สำคัญต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไฮเทค คนเหล่านี้ต้องเสียเวลานานมากในการรอขั้นตอนการอนุมัติวีซ่าเข้าเมือง รวมถึงเอกสารอนุญาตให้เข้ามาทำงานในสหรัฐ นอกจากนี้ ผู้มีความสามารถเหล่านี้ ยังหมดโอกาสทำงานให้กับบริษัทไอทีสหรัฐในระยะยาว เพราะไม่ได้วีซ่าถาวร
อย่างไรก็ตาม มีคอลัมนิสต์ชาวมะกันบางราย วิเคราะห์เพิ่มเติมว่า เจ้าพ่อเฟซบุ๊ก มีปมในใจเป็นพิเศษเกี่ยวกับคำว่า “คนเข้าเมือง” หรือผู้อพยพ เนื่องจากมีปู่(หรือตา)เป็นผู้อพยพเข้าเมือง ขณะเดียวกัน แรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการลงมาเล่นในสนามการเมืองครั้งนี้ ก็คือ ความรักที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ซึ่งประเด็นนี้ เป็นความรู้สึกร่วมของผู้บริหารเฟซบุ๊กอีกหลายคน ที่ต้องการสร้างและเห็นความเปลี่ยนแปลงจากการยกระดับการเข้าถึง “ความรู้” ให้แก่คนทุกกลุ่มชนชั้น ทุกเพศ ทุกวัยในสังคม มุ่งสู่เป้าหมายในการกระจายโอกาสที่ทั่วถึงยิ่งขึ้นให้ครอบคลุมผู้ด้อยโอกาสทุกกลุ่มนั่นเอง
---------------------
(อินโนเทค : เจ้าพ่อเฟซบุ๊กกับการเมือง : โดย...คนชอบเล่า)



