ไลฟ์สไตล์

ความเป็นส่วนตัวอยู่ตรงไหน?

ความเป็นส่วนตัวอยู่ตรงไหน?

14 เม.ย. 2556

ความเป็นส่วนตัวอยู่ตรงไหน?

 

                         ทุกคนบนโลกใบนี้มีพื้นที่ส่วนตัวที่ผู้อื่นไม่สมควรเข้ามาแทรกแซง ทั้งในเชิงนามธรรมและรูปธรรม ทั้งในโลกแห่งความเป็นจริงและโลกเสมือนจริงอย่างอินเทอร์เน็ต แต่คุณจะรู้สึกเช่นใดเมื่อหน่วยงานของรัฐบาล ประกาศว่าสามารถเข้าถึง "พื้นที่ส่วนตัว" ในโลกอินเทอร์เน็ตของคุณ สามารถอ่านอีเมล ข้อความที่โพสต์บนทวิตเตอร์ แม้กระทั่งเฟซบุ๊ก โดยเสรีไม่ต้องยื่นขออำนาจจากศาลก่อน?

                         สิ่งนี้กำลังเกิดขึ้นและเป็นประเด็นร้อนในสหรัฐอเมริกา เมื่อทนายของสำนักงานหารายได้ภายในประเทศ (ไออาร์เอส) หรือเรียกง่ายๆว่า "สรรพากร" เมืองลุงแซมประกาศว่าไออาร์เอสสามารถตรวจสอบอีเมล บัญชีทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ก ของชาวอเมริกันผู้เสียภาษีได้ทุกคนโดยไม่ต้องขออำนาจใดๆ เพิ่มเติมเพื่อคุ้มครอง เพราะชาวอเมริกันไม่ได้ใส่ใจกับการสร้างความเป็นส่วนตัวในพื้นที่ซึ่งควรจะเป็นพื้นที่ส่วนตัวในโลกไซเบอร์ ด้วยเหตุนี้เองพื้นที่อีเมล ทวิตเตอร์ และ เฟซบุ๊กของชาวอเมริกัน จึงเป็น "พื้นที่สาธารณะ" ที่ไออาร์เอสจะเข้าไปตรวจสอบได้

                         ไออาร์เอสทำงานอย่างเข้มงวดและเข้มข้นในการรีดภาษีจากชาวอเมริกัน ธุรกิจ และผู้ที่ต้องเสียภาษีในสหรัฐอเมริกา จนมีคำล้อกันเล่นๆ ว่า "Death or Tax" หรือ คุณจะเลือกความตายหรือต้องจ่ายภาษี ที่ผ่านมาก่อนยุคอินเทอร์เน็ตไออาร์เอสก็ได้ชื่อว่าทำงานยิ่งกว่านักสืบตัวจริงอย่างสำนักงานสืบสวนกลาง (เอฟบีไอ) เพราะรู้ความเคลื่อนไหวของผู้เสียภาษีแทบจะทุกคน ยิ่งมาในช่วงที่บัตรเครดิตบูมในสังคมอเมริกัน และมีอินเทอร์เน็ตเชื่อมโยงระหว่างกัน ยิ่งทำให้ไออาร์เอสทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

                         แต่ประสิทธิภาพการตรวจสอบของไออาร์เอสบนอินเทอร์เน็ต และล่วงล้ำเข้าไปในพื้นที่ซึ่งเจ้าของบัญชีอีเมล ทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ก ถือว่าเป็นพื้นที่ส่วนตัวนั้น เป็นเรื่องที่นักกฎหมาย รวมทั้งผู้พิพากษาในสหรัฐอเมริกาหลายต่อหลายคนที่ไม่เห็นด้วยกับระเบียบปฏิบัติของไออาร์เอส ที่ระบุไว้ในคู่มือการค้นหาผู้ต้องหมายเรียกไออาร์เอส 2009

                         ขณะที่สหภาพเสรีภาพแห่งพลเรือนอเมริกันโต้แย้งระเบียบปฏิบัติของไออาร์เอสฉบับดังกล่าวว่าทั้ง อีเมล และการทำธุรกรรมอื่นๆ นั้นอยู่ภายใต้การคุ้มครองของรัฐธรรมนูญข้อที่ 4 และถือว่าสารที่ถูกส่งออกไปจากคอมพิวเตอร์นั้นยังคงถือเป็นพื้นที่ส่วนตัวของผู้ใช้

                         แต่ไออาร์เอสโต้แย้งว่าระเบียบที่เขียนขึ้นมานั้นได้อ้างอิงรัฐธรรมนูญข้อที่ 4 ด้วยเช่นกัน และระเบียบนี้จะมีผลบังคับใช้กับผู้ต้องหมายเรียกที่มีความผิดเกี่ยวกับภาษีเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นระเบียบปฏิบัตินี้ยังตราขึ้นมาโดยอ้างอิงรัฐบัญญัติว่าด้วยเสรีภาพแห่งการสื่อสารด้วยเช่นกัน

                         และแม้จะมีแรงต้านจากบริษัทเอกชนผู้ให้บริการด้านการสื่อสารและการทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ตเช่น อะเมซอน ผู้ให้บริการอี-คอมเมิร์ซขนาดใหญ่ แอปเปิล อิงค์ อีเบย์ กูเกิล อินเทล ไมโครซอฟท์ เอทีแอนด์ที ผู้ให้บริการเครือข่ายการสื่อสาร และทวิตเตอร์ รวมทั้งองค์กรการเคลื่อนไหวเพื่อเสรีภาพ อนุรักษนิยม ที่ได้ยื่นข้อเรียกร้องผ่านทางสภาคองเกรส เพื่อกดดันให้ไออาร์เอสเปลี่ยนแปลงระเบียบและปกป้องพื้นที่ส่วนตัวของผู้ใช้บริการ โดยเรียกร้องให้มีการขออำนาจศาลก่อนการเข้าตรวจสอบการสื่อสารส่วนตัวและระบุพิกัดที่อยู่ของผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือ

                         เมื่อวุฒิสมาชิก โซ ลอฟเกรน นำเสนอข้อเรียกร้องเข้าไปยังสภาผู้แทนและวุฒิสภา ก็เริ่มได้ผลตอบรับที่ดี ที่กระทรวงยุติธรรมระบุว่าจะยกเลิกการคัดค้านการเจาะบัญชีอีเมลผู้ที่ต้องการตัวโดยไม่ได้ขออำนาจจากศาลก่อน

                         เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ที่ดีสำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทุกคนบนโลกใบนี้ว่า ในโลกดิจิตอลเสมือนจริงที่คุณใช้ชีวิตอยู่ในนั้นราวกับโลกกายภาพนั้นคุณจะถูกละเมิดสิทธิ ถูกล้วงข้อมูลส่วนตัว ถูกติดตามความเคลื่อนไหว ได้ง่ายกว่าโลกแห่งความเป็นจริง และคนที่ติดตามความเคลื่อนไหวของคุณนั้น ไม่ใช่โจรผู้ร้ายเพียงกลุ่มเดียว แต่เป็นหน่วยงานราชการที่จ้องจับตาคุณไม่กะพริบ

                         ดังนั้น การโพสต์ทวิตเตอร์ หรือเฟซบุ๊ก หรือสื่อสังคมออนไลน์ใดๆ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตย่อมต้องระมัดระวังมากยิ่งขึ้น เพราะคุณไม่รู้ว่าใครจะมาละเมิดพื้นที่ส่วนตัวของคุณ เมื่อใด