
คมเลนส์ส่องพระ13เมษายน2556
คมเลนส์ส่องพระประจำวันเสาร์ที่13เมษายน พ.ศ. 2556 : แล่ม จันท์พิศาโล
••• คมเลนส์ส่องพระ วันนี้ตรงกับ เทศกาลวันสงกรานต์ ที่มีวันหยุดยาวถึง ๕ วัน หลายท่านคงอยู่ในระหว่างการพักผ่อน เยี่ยมญาติพี่น้อง หรือท่องเที่ยวตามต่างจังหวัด ทำบุญไหว้พระ และเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างมีความสุขสนุกสนาน นับเป็นประเพณีที่ดีงามอย่างหนึ่งของสังคมเมืองไทยที่มีมานานปี และควรอนุรักษ์เป็นอย่างยิ่ง...วันสงกรานต์ ถือเป็น วันขึ้นปีใหม่ ของคนไทยในสมัยก่อน แม้ว่าทุกวันนี้ทางราชการได้ประกาศให้วันที่ ๑ มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ ตามหลักสากลนิยมแล้วก็ตาม แต่ประเพณีการทำบุญและการรื่นเริงในวันตรุษและวันสงกรานต์ ก็ยังคงมีอยู่ทั่วไป...สำหรับ นางสงกรานต์ ปีนี้มีนามว่า มโหธรเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกสามหาว อาภรณ์แก้วนิลรัตน์ ภักษาหารเนื้อทราย พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงตรีศูล เสด็จไสยาสน์หลับเนตร (นอนหลับตา) มาบนหลังมยุรา (นกยูง) ตามความเชื่อของคนไทยสมัยก่อนจะมีคำทำนายต่างๆ ที่เกี่ยวกับ นางสงกรานต์ ด้วย
•• เข้าสนามพระ ในวันที่ผู้คนส่วนใหญ่ออกต่างจังหวัดกันแทบจะหมดเมืองกรุง จนถนนหนทางโล่งผิดปกติ แต่ก็ยังมีหลายคนที่สนใจจะอยู่ใน กรุงเทพฯ ในบรรยากาศที่แตกต่างไปจากเดิมๆ...พระองค์แรกในวันนี้ ที่นำมาให้ชม คือ พระนางพญา กรุวัดนางพญา จ.พิษณุโลก ต้นกำเนิดของพระพิมพ์นี้ ซึ่งสร้างโดย พระวิสุทธิกษัตรีย์ พระมเหสีของ พระมหาธรรมราชา และทรงเป็นพระมารดาของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระองค์ทรงสร้าง พระนางพญา ขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.๒๐๙๐ เป็นพระพุทธปฏิมาแบบนูนต่ำ พิมพ์ทรงรูปสามเหลี่ยม องค์พระพุทธปฏิมาประทับนั่งปางมารวิชัย ไม่มีอาสนะหรือฐานรองรับ ทรวดทรงองค์เอวอ่อนหวานละมุนละไม และงามสง่าในที จึงเรียกชื่อว่า พระนางพญา พุทธศิลป์ในองค์พระได้รับอิทธิพลมาจากฝีมือสกุลช่างสุโขทัยในพระราชสำนักโดยตรง...พระนางพญาแตกกรุครั้งแรก เมื่อพ.ศ.๒๔๔๔ ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้เสด็จประพาสเมืองพิษณุโลก เพื่อทอดพระเนตรการหล่อ พระพุทธชินราช (จำลอง)...และได้รับการทูลเกล้าฯ ถวาย พระนางพญา ในครั้งนั้นด้วย...พระนางพญา เป็นพระเนื้อดินผสมว่านและเกสรดอกไม้ มีแร่กรวดทรายผสมอยู่มากพอสมควร เนื้อพระจึงค่อนข้างหยาบแกร่งและแข็งมาก มีทั้งหมด ๗ พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่เข่าโค้ง, พิมพ์ใหญ่เข่าตรง (พิมพ์เข่าตรงธรรมดา กับ พิมพ์เข่าตรง “มือตกเข่า”), พิมพ์อกนูนใหญ่, พิมพ์อกนูนเล็ก, พิมพ์สังฆาฏิ, พิมพ์อกแฟบ (หรือ พิมพ์เทวดา) และพิมพ์เข่าบ่วง หรือ พิมพ์ใหญ่พิเศษ…ที่นำภาพมาให้ชมองค์แรก คือ พิมพ์ใหญ่เข่าตรง สวยสมบูรณ์คมชัดมาก จนปรากฏรายละเอียดบนพระพักตร์อย่างชัดเจน อีกทั้งยังมีเนื้อค่อนข้างละเอียด เนื่องจากมีส่วนผสมของดินผสมว่านและเกสรดอกไม้มากเป็นพิเศษ เป็นพระองค์แชมป์ในอดีตที่มีภาพอยู่ในหนังสือพระเครื่องแทบทุกเล่ม เป็นพระของ กนก จันทนโรจน์...อีกองค์คือ พระนางพญา พิมพ์อกนูนเล็ก เนื้อพระค่อนข้างหยาบ ปรากฏเม็ดแร่กรวดทรายผสมอยู่มาก แต่ก็ถือว่าเป็นพระสวยสมบูรณ์องค์หนึ่งตามลักษณะของพระพิมพ์นี้ เป็นพระชนะการประกวดมาแล้วหลายครั้ง เจ้าของคือ ฉัตรสุดา อนันต์เกียรติเลิศ ใช้ติดตัวเป็นประจำ
•• พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ เนื้อว่าน ปี ๒๔๙๗ ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจ พิมพ์ใหญ่, พิมพ์กรรมการ และ พิมพ์พระรอด กันมากกว่าพิมพ์อื่นๆ เพราะองค์พระมีขนาดใหญ่ และสวยงามคมชัด ทำให้มีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ จนบางองค์เช่าหากันถึงหลักแสนปลายไปถึงหลักล้าน...ทุกวันนี้จึงมีผู้หันมามอง พระเนื้อว่าน พิมพ์อื่นๆ กันมากขึ้น โดยถือเอาความสวยงามคมชัดและดูง่ายเป็นหลัก อย่างเช่นองค์ในภาพนี้ พระหลวงพ่อทวด พิมพ์กลางหน้ากลม พระองค์นี้กดพิมพ์ได้คมชัดลึก เป็นพระฟอร์มสวย เนื้อหนาเป็นพิเศษ คือหนากว่าองค์ทั่วไป เนื้อว่านออกโซนเทานุ่มตา ถือเป็นเนื้อที่นิยมสุด แถมองค์นี้ยังมีการปิดทองโบราณบริเวณฐานองค์พระ ตามคำแนะนำของ พระอาจารย์ทิม ที่มักจะบอกให้ผู้ทำบุญบูชา พระหลวงพ่อทวด ว่าให้ ปิดทองก่อนนำไปใช้ติดตัว สมัยก่อนการเช่าหา พระหลวงพ่อทวด หากเห็นพระองค์ไหนปิดทองเก่ามาก่อน ก็มั่นใจได้เลยว่าเป็น พระแท้ แน่นอน ทำให้ง่ายต่อการพิจารณา มาทุกวันนี้ต้องดูอย่างอื่นประกอบด้วย ถึงจะปลอดภัยจริง เช่นพิมพ์ทรงองค์พระและเนื้อหามวลสาร สำหรับ พระหลวงพ่อทวด องค์นี้ได้รับรางวัลชนะเลิศจากงานประกวดพระของสมาคมมาแล้ว ๓ ครั้ง เป็นพระของ ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการเดินทางไปประกวดผลงานวิจัยและสัมมนาทางวิชาการที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กว่าจะกลับเมืองไทยก็อีกหลายวัน
•• หลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้วิเศษรูปหนึ่งของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามตำนานกล่าวว่า เดิมท่านชื่อ มาก หรือ บุญมาก เป็นชาวชุมพร ท่านเกิดในราว พ.ศ.๒๓๐๔ สมัยแผ่นดินพระเจ้าเอกทัศน์ กรุงศรีอยุธยาตอนปลาย บวชเป็นพระในราว พ.ศ.๒๓๒๔ หลังจากนั้นท่านได้ธุดงค์มาจนถึง เมืองกุยบุรี ประมาณ พ.ศ.๒๓๔๐ ขณะนั้น วัดกุยบุรี กำลังว่างเจ้าอาวาส เจ้าเมืองกุยบุรีและชาวบ้านจึงได้นิมนต์ขอให้ท่านรับเป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดกุยบุรี…เมื่อหลวงพ่อว่างจากภารกิจต่างๆ ของวัดแล้ว ท่านจะบำเพ็ญภาวนาเป็นประจำ เล่ากันว่า บางครั้งท่านจะเข้าสมาธิเจริญวิปัสสนาอยู่แต่ในกุฏิตลอด ๗ วันบ้าง ๑๕ วันบ้าง โดยไม่ลุกไปไหนเลย ด้วยเหตุนี้จึงมีคำเรียกท่านว่า “หลวงพ่อในกุฏิ” ตลอดมา จนชื่อเดิมของท่านได้เลือนหายไป...เหรียญหลวงพ่อในกุฏิ ปี ๒๔๙๖ เป็นการสร้างขึ้นมาในภายหลังท่านมรณภาพนานแล้ว แต่มีความศักดิ์สิทธิ์ในทุกด้าน และเป็นเหรียญยอดนิยมเหรียญหนึ่งของวงการนักสะสมเหรียญ เจ้าของเหรียญนี้ คือ รศ.จิรพัฒน์ เงาประเสริฐวงศ์ อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ แม้ว่าระยะหลังจะไม่ค่อยได้ส่งภาพมาให้คอลัมน์นี้บ่อยนัก แต่ก็ตามเก็บพระหลักยอดนิยมอยู่เสมอ
•• ความศรัทธาเลื่อมใสในบารมีของ พระหลวงพ่อทวด มีอยู่ในทุกคน ทำให้ทุกวันนี้มีการสร้าง พระหลวงพ่อทวด ออกมาสนองศรัทธาของชาวบ้านอยู่เสมอๆ เพราะพระรุ่นเก่ามีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ จนบางรุ่นเกินสุดเอื้อมสำหรับชาวบ้านทั่วๆ ไป จึงหันมามองพระที่สร้างขึ้นใหม่ ด้วยความเชื่อมั่นว่ามีความศักดิ์สิทธิ์และใช้แทนกันได้ โดยยึดเอาบารมี หลวงพ่อทวด เป็นที่ตั้ง ล่าสุด กลุ่มผู้ศรัทธาหลวงพ่อทวด อันประกอบด้วย สมหมาย ทองสุข, สมศักดิ์ หาดใหญ่, เจียมศักดิ์ พรรณนา และ พิศวง ฐานานุศักดิ์ ได้ร่วมกันจัดสร้าง เหรียญเม็ดแตงหลวงพ่อทวด (ขนาดกว้าง ๑.๕ ซม.) ถวาย วัดห้วยทรายใต้ จ.เพชรบูรณ์ เพื่อหาเงินสมทบทุนการก่อสร้างอุโบสถ จำนวน ๓,๕๐๐ เหรียญ โดยได้รับความเมตตาจาก หลวงพ่อเพี้ยน วัดเกริ่นกฐิน, หลวงปู่เพิ่ม วัดป้อมแก้ว, หลวงปู่เอียด วัดไผ่ล้อม และพิธีขอบารมีหน้าองค์ หลวงพ่อทวด วัดเอี่ยมวรนุช บางขุนพรหม
•• พ่อท่านผอม ถาวโร เป็นพระเกจิอาจารย์ร่วมยุคสมัยเดียวกับ พ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน, พ่อท่านเขียว วัดหรงบน, พ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง, พระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา, พ่อท่านจันทร์ วัดทุ่งเฟื้อ ฯลฯ...ตลอดชีวิตสมณเพศ ท่านดำรงตนอยู่ในบวรพระพุทธศาสนา ด้วยความสมถะ เรียบง่าย ไม่สะสมสมบัติพัสถานใดๆ ไม่มีปัจจัยเงินทองติดตัว ไม่มีย่าม ไม่ใส่รองเท้า ไม่รับตำแหน่งหรือสมณศักดิ์ใดๆ ทั้งสิ้น นิยมพำนักอยู่แต่ในป่าช้า นับเป็นพระบริสุทธิสงฆ์ที่กราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ...เมื่อวานนี้ (วันศุกร์ที่ ๑๒ เมษายน) เวลา ๑๙.๓๙ น. วัดไทรขาม ต.ดอนตะโก อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้จัดพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลของ “พ่อท่านผอม ถาวโร” รุ่น “สร้างกุฏิ” เพื่อสมนาคุณแก่ผู้ที่มีจิตศรัทธาร่วมสร้างกุฏิถวายให้ท่านได้ใช้จำพรรษา นับเป็นรุ่นแรกที่จัดสร้างตามดำริของท่านเอง และเป็นรุ่นสุดท้ายที่เป็นรูปเหมือนของท่าน วัตถุมงคลรุ่นนี้ประกอบด้วย ๑.พระพุทธรักษาถาวโร ๒.รูปหล่อโบราณ ๓.เหรียญหล่อโบราณ (เต็มองค์/ครึ่งองค์) ๔.เหรียญวาจาสิทธิ์ ๕.ล็อกเกตรูปเหมือน ๖.ผ้ายันต์รอยมือ-รอยเท้า ติดต่อสอบถามได้ที่ พระอธิการไพรินทร์ เจ้าอาวาสวัดไทรขาม โทร.๐๘-๗๒๗๕-๑๔๔๖, ๐๘-๑๘๐๔-๒๒๘๖ •• ขอขอบพระคุณ ทุกท่านที่ติดตามอ่านคอลัมน์นี้มาโดยตลอด พบกันใหม่ในวันพรุ่งนี้...นะมัสเต •••



