ไลฟ์สไตล์

คลินิกคนรักบ้าน : 'ไซปรัส' ถึง 'ไซแอม'

คลินิกคนรักบ้าน : 'ไซปรัส' ถึง 'ไซแอม'

13 เม.ย. 2556

คลินิกคนรักบ้าน : 'ไซปรัส' ถึง 'ไซแอม'

 

                          เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ผมได้พูดถึงสภาวะ “เงินไหล” และ “หนี้ล้น” ซึ่งเป็นวิกฤติการณ์ทางการเงินที่เกิดขึ้นอีกซีกโลกหนึ่ง แต่ส่งผลกระทบรุนแรงกับอีกซีกโลกหนึ่ง โดยเหตุเกิดที่ “ไซปรัส” ในคาบสมุทร “เมดิเตอร์เรเนียน” แต่ส่งผลกระทบมาถึง “สยามประเทศ” ที่ “อ่าวไทย” พอวิเคราะห์เจาะลึกลงไปแล้ว ก็จะพบโดยทันทีว่าวิกฤติการณ์ทางการเงินที่เกิดขึ้นใน “ไซปรัส”  นั้น มีความคล้ายคลึงกับประเทศไทยอยู่หลายประการ ดูหนังดูละครแล้วย้อนกลับมาดูตนจะได้เป็นอุทาหรณ์สอนใจมิให้ตัดสินใจผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก

                          จะว่าไปแล้วโลกของเราใบนี้ดูเสมือนว่าจะมีขนาดเล็กลงทุกที อาจจะเป็นเพราะระบบการสื่อสารแบบ “ดิจิตอล” ไร้สาย (ผ่านเครือข่ายดาวเทียม) ได้เรียงร้อยประเทศน้อยใหญ่เข้าไว้ด้วยกันใน “ร่างแห” แบบดิ้นไม่หลุด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบนพื้นที่ใดในโลกก็จะส่งผลกระทบในวงกว้างทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ไปทั่วทั้งโลกดังเช่นที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน  ดังนั้น การ “รู้เขา รู้เรา” และการครองตนโดย “ไม่ประมาท” จึงเป็นสาระสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

                          จึงอยากให้แฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” สละเวลาสักนิดเพื่อที่จะรู้จัก “ไซปรัส” อันเป็นเกาะเล็กๆ ที่ดูแบบผิวเผินก็เสมือนว่าจะไม่มีความสำคัญอะไรต่อบ้านเราสักเท่าไหร่ แต่ภายในเดือนสองเดือนที่ผ่านมาก็เล่นเอาพี่ไทย “งอมพระราม” เลยทีเดียว เพราะเมื่อเกิดวิกฤติการณ์ทางการเงินใน “ไซปรัส” ส่งผลกระทบให้เม็ดเงินจำนวนมหาศาลก็ไหลล้นทะลักไปยังที่ต่างๆ “เงิน” ก็เหมือน “น้ำ” นั่นแหละครับ พอ “ทำนบ” แตกก็ไหลเจิ่งนองไปทั่วและมีเหตุผล ทำให้ผมเชื่อว่าปริมาณของเงินจำนวนไม่น้อยนี้ก็ไหลท่วมเข้ามาซื้อ “พันธบัตรรัฐบาล” ของไทย (โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเภทระยะสั้น) ส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งตัวแบบเฉียบพลัน แบบมาเร็วไปเร็ว เพื่อทำกำไรเร็วและเมื่อย้ายฐานการลงทุนในอนาคตก็จะมีการเทขายอย่างรวดเร็วก็จะทำให้ “พี่ไทย” บอบช้ำอีกระลอก

                          น้อยคนนักจะรู้นะครับว่า “ไซปรัส” เป็นเกาะในทะเล “เมดิเตอร์เรเนียน” แบ่งเป็นสองส่วนคือ “ส่วนเหนือ” ที่มีความผูกพันใกล้ชิดกับ “กรีซ” และ “ส่วนใต้” ที่ใกล้ชิดสนิทสนมกับ “ตุรกี”  โดยทั่วไปแล้วระบบการจัดเก็บภาษีใน “ไซปรัส” จัดถือว่าอยู่ในอัตราที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ ในยุโรปและประกอบกันกับมีมาตรการทางการเงิน การคลังที่ไม่ค่อยเคร่งครัดและผ่อนคลาย เป็นผลให้ “ไซปรัส” กลายเป็นแหล่งที่พักเงินและฟอกเงินของบรรดาองค์กรทั้งในและนอกกฎหมายทั่วโลก รวมทั้งบรรดานักการเมืองพลัดถิ่นที่ร่ำรวยผิดปกติ เลยเป็นผลให้มีเงินฝากประจำในธนาคาร “ไซปรัส” รวมกันมากถึง 8-9 เท่าของ GDP เลยทีเดียว

                          ขณะที่ปริมาณเงินมหาศาลดังกล่าวมีการยักย้ายถ่ายเทไหลทะลักไปลงทุนใน “กรีซ” ที่มีความผูกพันอย่างแน่นแฟ้นกับ “ไซปรัส” เหนือ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล “กรีซ” และลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ใน “กรีซ”  พอเกิดวิกฤติการณ์เงินใน “กรีซ” ที่ตกอยู่ในสภาพ “หนี้ล้น” ก็เลยส่งผลกระทบลูกโซ่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้มายัง “ไซปรัส”  ครับ   

                          เมื่อ “ไซปรัส” กำลังเผชิญกับวิกฤติการณ์ทางการเงินก็ได้ดำเนินการขั้นตอนปกติคือ  ยื่นขอความช่วยเหลือจาก ธนาคารกลางยุโรป และ IMF  ในวงเงินประมาณ 10 billions Euro  แต่ภายใต้เงื่อนไขแบบ “มัดมือชก” ที่ว่าเงินจำนวน 5-6 billions  Euro นั้น จะต้องระดมจากเงินฝากภายในประเทศ “ไซปรัส” ที่มีปริมาณมหาศาล เพียงแค่นี้แหละครับ ก็เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงไปทั่วภูมิภาค เพราะเป็นเสมือนกับว่าคนที่ฝากเงินในธนาคารต่างๆ ใน “ไซปรัส” ต้องมาเจ็บปวดกับการร่วมรับผิดชอบในหนี้สาธารณะ ต้องนำเงินตัวเองมาอุ้มหนี้ของภาครัฐและเสมือนกับว่าได้ถูกจับเป็นตัวประกัน  เพราะหากรัฐ “ไซปรัส” ไม่สามารถระดมเงินฝากภายในประเทศได้ตามเงื่อนไข ธนาคารกลางยุโรป และ IMF ก็จะไม่ให้ความช่วยเหลือ 

                          ผลก็เป็นที่รับรู้รับทราบไปทั่วโลกครับว่าบรรดาเศรษฐีที่ฝากเงินในธนาคารต่างๆ ใน “ไซปรัส” ต่างพร้อมใจกันโดยมิได้นัดหมาย แห่กันไปถอนเงินออกจากธนาคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาเศรษฐีใหม่ชาว “รัสเซีย”  ถึงขนาดที่รัฐบาล “ไซปรัส” ต้องออกมาตรการปิดธนาคารและจำกัดปริมาณเงินที่จะถอนออก บรรดา “โหราจารย์ทางเศรษฐศาสตร์” หลายสำนักต่างฟันธงลงไปว่าสถานการณ์ในขณะนี้จะไม่มีอะไรดีขึ้น มีแต่ “แย่น้อย” กับ “แย่มาก” เท่านั้นครับเพราะเงินที่เคยฝากจนล้นธนาคารก็ไหลทะลักออกเป็นจำนวนมหาศาล (ส่วนหนึ่งก็มาหลากท่วม “ไซแอม” บ้านเรานี่แหละครับ) ปัจจุบันใน “ไซปรัส” ดอกเบี้ยก็พุ่งปรี๊ดสูงขึ้นแตะที่ 16.9% ทำให้ผมนึกถึงสมัย “พ่อใหญ่จิ๋ว” เป็นนายกรัฐมนตรีที่เราเคยถูกโจมตีค่าเงินบาทดอกเบี้ยก็พุ่งปรี๊ดแบบนี้ 

                          สัปดาห์นี้พื้นที่หมดครับ เอาไว้ต่อตอน 2 ซึ่งเป็นบทสรุป เพราะวิกฤติการณ์ทางการเงินใน “ไซปรัส”  คราวนี้ส่งผลกระทบโดยตรงกับเศรษฐกิจของ “ไซแอม” หรือ “สยาม” และการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ของเราครับ 

 

 

--------------------

(คลินิกคนรักบ้าน : 'ไซปรัส' ถึง 'ไซแอม')